xs
xsm
sm
md
lg

เปิดเส้นทางเงินค่าแรงดูแลคนพิการหลังปูดถูกอม ด้าน ปธ.ชมรมฯ ยันจ่ายตามข้อตกลง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กาฬสินธุ์ - แฉต่อค่าแรงดูแลคนพิการในโครงการจ้างเหมาบริการตามมาตรา 35 คนละ 1 แสนบาทต่อปี เป็นเงินบริจาคจากบริษัทเอกชนผ่านชมรมผู้ปกครองคนพิการฯ แต่ถูกหักหัวคิวเดือนละกว่า 5 พัน ด้านประธานชมรมฯ ยันความโปร่งใส จ่ายค่าแรงตามข้อตกลง

จากกรณีตัวแทนผู้ปกครองคนพิการใน จ.กาฬสินธุ์ ร้องเรียนถูกชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จ.กาฬสินธุ์ยักยอกค่าแรงผู้ดูแลคนพิการ ในโครงการจ้างเหมาบริการตามมาตรา 35 คนละ 1 แสนบาทต่อปี หรือเดือนละเกือบหมื่นบาท ด้วยวิธีให้เปิดบัญชีทำงาน จากนั้นเก็บบัตรเอทีเอ็มและสมุดบัญชี โดยจ่ายให้แค่คนละ 2,000-4,000 บาท/เดือน ทั้งที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีจริงเกือบหมื่นบาท/คน

ล่าสุดวันนี้ (12 ต.ค.) นางฐานิดา อนุอัน อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 24 หมู่ 1 บ้านเสริมชัยศรี ต.นิคม อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ปกครอง น.ส.อทิตยา อนุอัน หรือน้องอี๊ฟ อายุ 17 ปี พิการทางสติปัญญา สมองมีพัฒนาการล่าช้าอ่อนกว่าวัย 5 ปี ผู้ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลต่อผู้สื่อข่าวได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม

โดยนางฐานิดาเล่าว่า หลังจากที่ตนได้ไปร้องเรียนต่อเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการที่สำนักงานใหญ่แล้ว ทราบจากผู้ปกครองคนพิการที่ร่วมโครงการจ้างเหมาบริการ ตามมาตรา 35 ด้วยกันว่า มีเจ้าหน้าที่ของชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จ.กาฬสินธุ์ ออกมาพบที่บ้านในตอนเย็น พร้อมนำเอกสารมาให้เซ็นรับรองว่ายอมรับข้อเสนอของทางชมรมฯ ที่ให้หักค่าจ้างตามสัญญาเดือนละ 9,125 บาท จำนวน 5,125 เหลือ 4,000 บาท

โดยอ้างว่าเป็นค่าดำเนินการต่างๆ ของทางชมรมฯ ซึ่งเป็นการเซ็นยินยอมภายหลัง ตนถือว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสาร และแสดงถึงเจตนาที่ไม่โปร่งใส

นางฐานิดาเล่าอีกว่า ตนสมัครใจเข้าร่วมโครงการเพราะมีคนพิการในการดูแลในครัวเรือนถึง 3 คน คือ น้องอี๊ฟ (ลูกสาว) อายุ 17 ปี พิการทางสติปัญญา ส่วนที่เป็นภาระหนักนอนติดเตียงคือ นายประเคน มะลัยจันทร์ ซึ่งเป็นบิดา อายุ 71 ปี ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีกมา 4 ปี อีกคนคือ นางทองดี มะลัยจันทร์ อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นมารดา ตาบอดทั้งสองข้างมา 8 ปี ทั้ง 2 คนช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

สำหรับรายได้ที่นำมาจุนเจือครอบครัวนั้นได้จากเบี้ยยังชีพผู้พิการและผู้สูงอายุรวมกัน 3 คนเดือนละ 3,600 บาท และรายได้จากการไปรับจ้างกรีดยางของนายธวัชชัย อนุอัน สามีซึ่งมีรายได้เพียงเดือนละ 5,000-7,000 บาทเท่านั้น ส่วนตนทำงานรับจ้างที่ไหนไม่ได้เลยเพราะต้องดูแลลูกและพ่อแม่ที่พิการถึง 3 คน

ภายหลังร้องเรียนไปที่เครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ (สำนักงานใหญ่) จึงได้ทราบรายละเอียดว่าโครงการจ้างเหมาบริการตามมาตรา 35 นั้นเป็นไปตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีสัญญา 1 ปี ซึ่งผู้ปกครองที่เข้าร่วมโครงการจะทำหน้าที่ดูแลเด็กพิการทั้งลูกของตนเองและลูกคนอื่น นอกจากนี้ยังเข้าร่วมกิจกรรมที่ชมรมจัดขึ้น เช่น อบรมอาชีพ กิจกรรมบำบัดผู้พิการ โดยจะได้รับค่าจ้างเดือนละ 9,125 บาท จบโครงการรวมค่าแรง 109,500 บาท

ทั้งนี้ ตนเคยพาลูกเข้าร่วมกิจกรรมตามที่ชมรมกำหนด แต่บางครั้งก็ไม่ได้ไปเพราะต้องดูแลพ่อกับแม่ที่พิการ แต่ในที่สุดได้พบพิรุธถูกยักยอกค่าแรง จึงออกมาเรียกร้องสิทธิที่พึงมีพึงได้ และเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเส้นทางทุจริตด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อเท็จจริงจาก นางสาวพูลสุข อุดรสรรพ์ ประธานชมรมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญา จ.กาฬสินธุ์ ได้อธิบายว่า งบประมาณที่นำมาใช้ในโครงการจ้างเหมาบริการตามมาตรา 35 นั้น ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ไทย เอ็นโอเค จำกัด ทั้งนี้ เพื่อการมีส่วนร่วมช่วยดูแลสังคมของภาคเอกชนผ่านทางสำนักงานจัดหางาน จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งตามสัญญาหมายถึงผู้ว่าจ้างขณะที่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลคนพิการเป็นผู้รับจ้าง จ่ายค่าตอบแทน 109,500 บาทต่อปี หรือเดือนละ 9,125 บาท จ่ายค่าจ้างเป็นราย 3 เดือน โดยโอนผ่านทางบัญชีธนาคาร

นางสาวพูลสุขกล่าวอีกว่า ก่อนเซ็นสัญญากับผู้ปกครองคนพิการหรือผู้รับจ้าง ได้มีการชี้แจงทำความเข้าใจกันด้วยวาจา และยอมรับเงื่อนไข 6 ข้อ คือ 1. ผู้รับสิทธิตามมาตรา 35 ต้องทำงานที่ชมรมฯ กำหนดสัปดาห์ละ 3 วัน ค่าจ้างเดือนละ 4,000-4,500 บาท, 2. หากไม่มาทำงานที่ชมรมฯ ตกลงรับค่าจ้างเดือนละ 2,000 บาท, 3. เงินค่าจ้างที่เหลือต่อเดือนมอบให้ทางชมรมฯ บริหารจัดการภายในชมรมฯ

เช่น ค่าเช่าสำนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ และอื่นๆ, 4. ต้องเปิดบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยาและทำบัตรเอทีเอ็ม เพื่อรับค่าจ้าง 3 เดือน/ครั้ง

โดยมอบให้ทางชมรมฯ เก็บสมุดเงินฝากและบัตรเอทีเอ็มไว้เพื่อใช้เบิกเงินค่าจ้าง, 5. ก่อนเซ็นสัญญาได้อ่านรายละเอียดในสัญญาแล้วจึงลงรายมือชื่อ และ 6. การพูดคุยตกลงกันด้วยวาจา ผู้รับสิทธิ์ฯ ยินยอมตามข้อตกลงข้อ 1, 2, 3, 4 ด้วยความสมัครใจ

“จากรณีที่มีผู้รับสิทธิตามาตรา 35 บางรายร้องเรียนนั้นดิฉันไม่เข้าใจว่าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งอาจเป็นเหตุผลส่วนตัว ทั้งนี้ ทางชมรมฯ ยืนยันในความโปร่งใส ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกับผู้รับจ้างหรือผู้ดูแลคนพิการทุกประการ เพราะชมรมฯ เป็นจิตอาสา พร้อมที่จะให้การบำบัดและยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการด้วยความบริสุทธิ์ใจ” นางสาวพูลสุขกล่าว


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...