xs
xsm
sm
md
lg

ปลดฟ้าผ่า “อนันต์” พ้นตำแหน่งนายกเมืองพัทยา ใช้ ม.44 ตั้ง “สนธยา” นั่งแทน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวภูมิภาค - ปลดฟ้าผ่า “อนันต์” พ้นตำแหน่งนายกเมืองพัทยา ใช้ ม.44 ตั้ง “สนธยา” นั่งแทน คำถามคาใจ EEC หรือการเมือง โรดแมป ปี 62 เวลาที่คนพัทยาที่ต้องรอพิสูจน์

16 ก.พ.2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกประกาศคำสั่งที่ 6/2560 ตามอำนาจในมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) แต่งตั้ง พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ซึ่งขณะนั้นทำหน้าที่สมาชิกสภาเมืองพัทยาสายแต่งตั้งในยุค คสช. ขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็นนายกเมืองพัทยา แทนที่ นายชนัฐพงษ์ ศรีวิเศษ ปลัดเมืองพัทยา ที่รักษาราชการแทนนายกเมืองพัทยา

โดยระบุว่า เนื่องจากการบริหารจัดการเมืองพัทยา ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้บริหารจัดการที่มีศักยภาพสูงในการประสานงานกับราชการส่วนกลาง ทั้งในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง การปกครอง ตลอดจนการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด รวมถึงภาคประชาชนอย่างมีเอกภาพ ทั้งต้องเป็นผู้มีประสิทธิภาพในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ และสามารถบริหารงบประมาณ บังคับบัญชาบุคลากร ตลอดจนบริหารงานบุคคลให้ได้อย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่พนักงานและลูกจ้างเมืองพัทยา และภาคประชาชน โดยเฉพาะในการรักษาความสะอาด การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การแก้ปัญหาการจราจร การพัฒนาชุมชน การแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจของเมืองท่องเที่ยว และปัญหาเร่งด่วนต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาล อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปราชการส่วนท้องถิ่น เนื่องจากการบริหารจัดการเมืองพัทยา ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้บริหารจัดการที่มีศักยภาพสูงในการประสานงานกับราชการส่วนกลางทั้งในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองการปกครอง ตลอดจนการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด รวมถึงภาคประชาชนอย่างมีเอกภาพ

ทั้งต้องเป็นผู้มีประสิทธิภาพในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ และสามารถบริหารงบประมาณ บังคับบัญชาบุคลากร ตลอดจนบริหารงานบุคคลให้ได้อย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่พนักงานและลูกจ้างเมืองพัทยา และภาคประชาชน โดยเฉพาะในการรักษาความสะอาด การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การแก้ปัญหาการจราจร การพัฒนาชุมชน การแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจของเมืองท่องเที่ยว และปัญหาเร่งด่วนต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาล อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปราชการส่วนท้องถิ่น

ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา ของ พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี พร้อมรองนายกเมืองพัทยา จำนวน 4 คน ประกอบด้วย พล.ต.ต.บัณฑิต คุณจักร นายวิเชียร พงษ์พานิช นายอภิชาต วีรปาล และนายสุขวัฒน์ สุขสวัสดิ์ โดยมีฝ่ายนิติบัญญัติที่มาจากสายข้าราชการและเอกชนที่มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีสมัยนั้นแต่งตั้งเข้ามาตรวจสอบ และพิจารณาก็ถือว่าเข้มข้นมีสีสันพอสมควร และเป็นอีกความหวังของชาวพัทยาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้หมดไปโดยเร็วก่อนที่จะมีการประกาศให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่

โดยเฉพาะการตามล้างตามเช็ดปัญหาเก่าๆ ที่สะสมค้างคามานาน อย่างปัญหาขยะ น้ำท่วม ระบบกำจัดน้ำเสีย การจราจร ระบบขนส่งมวลชน และการจัดระเบียบสังคม ว่าไปแล้วผลงานที่พอจะชูโรงของฝ่ายบริหารยุค “พล.ต.ต.อนันต์” ก็ถือว่าสร้างผลงานไว้ไม่ใช่น้อย เช่น การจัดระเบียบท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย ร่วมกับ คสช. การจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ การแก้ไขปัญหาการจราจร การจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ การแก้ไขปัญหาการบุกรุกคลองสาธารณะและที่ดินสาธารณประโยชน์ กรณีบ้านสุขาวดี

การจัดระเบียบร่มเตียงชายหาด การยกเลิกตลาดนัดชายหาด การสร้างภาพลักษณ์ใหม่ๆ ลบล้างความเสื่อมจากภาพลักษณ์ด้านเมืองแห่งเซ็กซ์ทัวร์ การจัดระเบียบสายสื่อสารตามถนนสายหลัก โดยเฉพาะการนำร่องอย่างถนนพัทยาเหนือที่ใกล้แล้วเสร็จ การจัดการปัญหาขยะมูลฝอย รวมถึงยังเป็นยุคที่มีการรับฟังเสียงคัดค้านจากประชาชนมาใช้ในการตัดสินใจ อย่างโครงการจัดทำสัญญาณไฟจราจรวงเวียนปลาโลมา พัทยาเหนือ เป็นต้น

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าการทำงานในยุคที่ผ่านมาเน้นการทำงานแบบโปร่งใส ไม่หวังผลทางการเมือง และมุ่งมั่นทำงานอย่างจริงจัง แม้การแก้ไขปัญหาหลายด้านจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จและหมดสิ้นไปโดยเร็ว ด้วยปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นเป็นปัญหาที่หมักหมมค้างคามานาน โดยมีฝ่ายนิติบัญญัติเป็นไม้ เป็นมือในการพิจารณากลั่นกรองให้ถูกต้อง เป็นธรรม เที่ยงตรง และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อบ้านเมืองอย่างเต็มที่

โดยฝ่ายบริหารยุคนี้มีการประสานงานและรายงานผลการปฏิบัติพร้อมหารือร่วมกับรัฐบาลโดยเฉพาะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการแก้ไขปัญหา และแผนการพัฒนาส่งเสริมพื้นที่เมืองพัทยามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจุบัน เมืองพัทยาถือเป็นศูนย์กลางสำคัญในแผนพัฒนาชาติของรัฐบาล ตามนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ที่ต้องเร่งรัดในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และการลงทุน โดยมีแผนการผลักดันโครงการพัฒนาเป็นเมกะโปรเจกต์มากมายนับหมื่น นับแสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี พ้นจากตำแหน่งนายกเมืองพัทยา และให้นายสนธยา คุณปลื้ม เป็นนายกเมืองพัทยา และให้มีรองนายกเมืองพัทยาไม่เกิน 4 คน ตามที่นายกเมืองพัทยาแต่งตั้ง สั่ง ณ วันที่ 25 ก.ย. พ.ศ.2561

หลายคนตั้งข้อสังเกตต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ ว่า เหตุผลกลใดจึงต้องมีคำสั่งดังกล่าวออกมาในขณะที่เหลือเวลารอการเลือกตั้งตามโรดแมปของรัฐบาลอีกเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น เรื่องของเรื่องปัญหาที่ผ่านมาที่หลายคนบอกว่าเข้มข้น และแก้ไขปัญหาได้อย่างโปร่งใสนั้น แต่อาจมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องความรวดเร็ว และทันต่อความต้องการ

เช่น ปัญหาขยะตกค้าง 5 หมื่นตัน บนเกาะล้าน ที่แม้จะมีการตั้งงบในการศึกษา 3 ล้าน และสนับสนุนงบประมาณจากสภา 90 กว่าล้านบาท ในการกำจัด แผนการจัดสร้างเตาเผาขยะ การเดินหน้าโครงการจัดการปัญหาขยะแบบ คลัสเตอร์ ของจังหวัดชลบุรี ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาจัดทำแผนแม่บท การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังที่เป็นปัญหาเรื้อรังมานานซึ่งกำลังดำเนินการแผนเสนอโครงการจัดทำอุโมงค์ขนาดยักษ์ลอดถนนสุขุมวิทไประบายยังชายหาด ปัญหาน้ำเสียที่รอการซ่อมบำรุงหลังใช้งานมานานนับ 10 ปี

ปัญหาขยะตกค้างภายในพื้นที่เมืองพัทยา ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านผู้รับสัมปทาน การจัดระเบียบสังคมอย่างร่มเตียงชายหาด รถโดยสารสาธารณะ ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น แม้ปัจจุบันจะเริ่มส่อเค้าปัญหากลับมาใหม่ หรือโครงการเก่าๆ ที่ยังปล่อยทิ้งซากแห่งความเสียหายให้เห็นอยู่ในปัจจุบันที่ยังไม่มีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน อย่างโครงการที่จอดเรือ บริเวณแหลมบาลีฮาย หรือโครงการมหากาพย์ อย่าง คอนโดวอร์เตอร์ฟรอนด์ แต่เกือบทุกส่วนทกล่าวมา ถือว่าได้ทำเพียงแต่เป็นงานเก่าที่ฝ่ายบริหาร และนิติบัญญัติยุคแห่งการแต่งตั้งนี้ต้องมาตามเช็ดตามล้างอย่างเต็มที่

แต่ด้วยเวลาที่จำกัด และระยะเวลาของการบริหารจัดการที่สั้นก็อาจไม่ทันต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือนี่จะเป็นปัญหาสำคัญในการเปลี่ยนแปลงแบบปัจจุบันทันด่วนครั้งนี้ ซึ่งยังไม่มีคำตอบหรือชี้แจงใดที่ชัดเจน มีเพียงเหตุผลสำคัญตามประกาศคำสั่งใหม่ที่ระบุว่า ต้องการเพิ่มศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน พัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจัดโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพ และพัฒนาให้ทันสมัยระดับนานาชาติ จึงมีความจำเป็นต้องได้มาซึ่งนายกเมืองพัทยา และผู้บริหารเมืองพัทยาที่มีศักยภาพสูง พร้อมด้วยประสบการณ์และความรู้ ความสามารถในการการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ต่อการสนับสนุนกิจกรรมและการดำเนินการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) รวมทั้งเป็นการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นอันจะเป็นผลดีต่อประเทศ

สำหรับว่าที่นายกเมืองพัทยาคนใหม่ ถือเป็นคนการเมืองมากฝีมือที่ผ่านงานทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับชาติมาอย่างโชกโชน โดย นายสนธยา คุณปลื้ม เกิดวันที่ 10 ธันวาคม 2506 เป็นลูกชายคนโตของ นายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ ผู้กว้างขวางในภาคตะวันออก มารดาคือ นางสติล คุณปลื้ม มีภรรยาชื่อ นางสุกุมล คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มีพี่น้อง 5 คน คือ นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์บริหารส่วนจังหวัดชลบุรี น.ส.จิราภรณ์ คุณปลื้ม นายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศบาลเมืองแสนสุข

โดย นายสนธยา เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนแรก อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี สมัยทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี หลายสมัย

กระทั่งวันที่ 17 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติแต่งตั้งให้ นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และนายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา มาเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อเข้ามาดูแลและบริหารจัดการในแผนโครง การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ที่ต้องการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมด้วยเป็นคนในพื้นที่และมีความสามารถ และประสบการณ์สูง

งานนี้ทำเอาถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน ด้วยเป็นคำสั่งดังกล่าวมาอย่างรวดเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าน่าจะเป็นเรื่องของการเร่งดำเนินการตามแผนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก EEC ที่รัฐบาลคาดหวังไว้มากโดยให้ สนธยา คุณปลื้ม ที่มีความสามรถ ประสบการณ์ และรู้พื้นที่เป็นอย่างดี มาเป็นแกนนำในการพัฒนาโดยใช้เมืองพัทยาเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อน หรือจะเป็นกรณีของเรื่องการเมืองที่รัฐบาลในยุคปัจจุบันเตรียมปูฐานรองรับไว้เพื่องานใหญ่ในวันข้างหน้า

เนื่องจากปัจจุบันกระแสการเมืองท้องถิ่นของเมืองพัทยาเองก็กำลังเข้มข้นมากขึ้น ไล่มาตั้งแต่การเลือกตั้ง ส.ส.ในพื้นที่ และการช่วงชิงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยาตามโรดแมปของภาครัฐที่คาดว่าจะอยู่ในช่วงต้นปี 2562 เนื่องจากอดีตนายกเมืองพัทยาคนเก่าหน้าเดิมอย่าง “นิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร” ประกาศตัวจะลงสู้ศึกชนช้างกับบ้านใหญ่ในการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึง โดยให้เหตุผลของการล้างปัญหาหมักหมมเก่าๆ ที่จะเน้นทีมงานที่เป็นคนในพื้นที่ที่รู้ปัญหา เข้าถึงประชาชน และมีความตั้งใจ ด้วยฝีมือคนรุ่นใหม่ประสานความเก๋าของคนรุ่นเก่า โดยมีกระแสว่าปัจจุบันเตรียมยกพลพรรคเข้าสังกัด “ภูมิใจไทย” พร้อมเดินหน้าวางกลยุทธ์ในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฟากฝ่ายพรรคพลังชลในนาม “กลุ่มเรารักษ์พัทยา” ของ “สนธยา คุณปลื้ม” เองก็มีฐานการเมืองเก่าที่ยังทำงานช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่และพร้อมลงสู้ศึกเช่นกัน

ขณะที่กระแสหลังคำสั่งประกาศของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติออกมาได้ไม่นาน ก็เริ่มมีข่าวจากวงในว่า “สนธยา คุณปลื้ม” พร้อมลงลุยงานต่อทันที มั่นใจปัญหาแก้ไขไม่มีปัญหา เพราะลงพื้นที่เมืองพัทยามาโดยตลอด ขณะที่ผ่านมา แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดระบุว่าผู้บริหารเดิมแม้จะมีความตั้งใจจริง และอาจปล่อยปัญหาบานปลายเกินไป และการเข้าถึงประชาชนอาจไม่ใกล้ชิดเหมือนการเมืองในระดับท้องถิ่นที่ผ่านมา โดยปัญหาสำคัญที่รับทราบมาเร่งด่วนน่าจะเป็นเรื่องปัญหาน้ำท่วม ปัญหาน้ำเสีย ปัญหาขยะ ปัญหาการบุกรุกที่สาธารณะ และปัญหาด้านอาชญากรรม

โดยมีแผนการวางคณะผู้บริหารที่จะเข้ามาช่วยทำงานที่เตรียมเปิดตัวพร้อมแถลงนโยบายในเร็ววันนี้ ว่ากันว่างานนี้มีชื่อบุคคลใกล้ชิดติดโผหลายรายด้วยกัน อย่างอดีต ส.ส.ชลบุรีคนใกล้ชิด อย่าง สัมฤทธิ์ พงษ์วิรัตน์ ที่คาดว่าอาจจะมานั่งในตำแหน่งเลขานุการนายกเมืองพัทยา ขณะที่ตำแหน่งรองนายกเมืองพัทยา น่าจะมีชื่อของ พัฒนา บุญสวัสดิ์, บันลือ กุลละวนิชย์, รณกิจ เอกะสิงห์, มาโนช หนองใหญ่ ,รัตนชัย สุทธิเดชานัย

นอกจากเมืองพัทยาที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในหลายด้านแล้ว แผนของโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับแผนพัฒนา EEC ที่วางกรอบยุทธศาสตร์ไว้ในอำนาจของนายกเมืองพัทยาคนใหม่ ก็มีหลายโครงการมูลค่านับหมื่นล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำถนนเลียบทางรถไฟ ระยะที่ 1 วงเงิน 810 ล้าน โครงการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่แหลมบาลีฮาย 20 ล้านบาท รถไฟฟ้ารางเบา หรือ Tram 2 หมื่นล้านบาท โครงการโรงพยาบาลเมืองพัทยา 4.8 พันล้านบาท ระบบก่อสร้างการจำกัดขยะแบบบูรณาการ 1.5 พันล้านบาท โครงการพัฒนาพื้นที่แหลมบาลีฮาย 1 หมื่นล้านบาท เป็นต้น

ทั้งนี้ ยังไม่รวมโครงการของหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมืองพัทยาและพื้นที่ EEC ที่ต้องเร่งดำเนินการเช่นกันอีกจำนวนมาก โดยมุ่งหวังให้ นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยาคนใหม่ เร่งวางแผนและผลักดันเพื่อให้เกิดผลประโยชน์โดยรวมต่อประเทศชาติโดยเร็ว

งานนี้เหลือระยะเวลาตามโรดแมปของรัฐบาลอีกเพียงไม่กี่เดือนก็จะถึงการเลือกตั้งสำคัญ อย่าง ส.ส. และระดับท้องถิ่น ก็ต้องมารอดูช่วงเวลาที่เหลือว่านายกเมืองพัทยาคนใหม่ จะสามารถแก้ไขและบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขนาดไหน ซึ่งหากเกิดผลงานที่มีประสิทธิภาพ และประโยชน์อย่างเต็มที่ แน่นอนแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็จะเกิดผลดีทั้งต่องานการเมืองในระดับชาติ และท้องถิ่นของพรรค และกลุ่มการเมืองเดิม

แต่อะไรก็ตามหลายๆ อย่างที่ฝ่ายบริหารชุดก่อนทำไว้และเกิดผลดี อย่างเช่นการจัดระเบียบท่าเรือบาลีฮาย การแก้ไขปัญหาจราจร ปัญหารถโดยสารธารณะ การจัดระเบียบร่มเตียงชายหาด ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว ก็อยากให้สานต่อเพื่อให้เกิดความรุดหน้าและตรงกับความต้องการของประชาชน และขอให้เป็น “ซานตาคลอส” ก่อนเทศกาลที่มีข่าวดีๆ มาสู่ภาคสังคมอย่างแท้จริง

ขณะที่แว่วๆ ว่าการเปลี่ยนแปลงการเมืองท้องถิ่นอย่างพัทยาครั้งนี้ต่อไปไม่นานมีกระแสว่าอาจมีฝ่ายนิติบัญญัติที่รอเวลาการปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน แต่ทั้งฝ่ายบริหาร และนิติบัญญัติแม้ว่าจะเป็นใครก็ตาม หากเข้ามาด้วยความจริงใจ โปร่งใส เป็นธรรม เข้าใจ และใส่ใจในทุกปัญหา แม้จะเป็นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก็คงจะเกิดประโยชน์กับบ้านเมืองมิใช่น้อย













Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...