xs
xsm
sm
md
lg

(ภาพชุด) ต้นทุนต่ำกำไรงาม! ชาวบ้านที่นครพนมทำนากบโกยเงินแต่ละเดือนนับแสนบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


นครพนม - ชาวบ้านบ้านหนองแต้ และบ้านนาขาม ต.นาขาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม ใช้เวลาว่างระหว่างรอทำนาปีทำนากบ ขายลูกอ๊อด ทำกันมานานหลายปีนับร้อยครัวเรือน หลายรายมีรายได้จากการขายลูกอ๊อดและกบแต่ละเดือนนับแสนบาท ถือเป็นอาชีพที่ใช้ต้นทุนต่ำ กำไรงาม

ที่ จ.นครพนม ในช่วงฤดูแล้งปีนี้แม้จะมีพายุฝนฤดูร้อนตกลงมาต่อเนื่อง แต่ยังมีหลายพื้นที่ประสบปัญหาความแห้งแล้ง ขาดน้ำทำการเกษตร จนเกษตรกรส่วนหนึ่งต้องเดินทางไปขายแรงในเมืองใหญ่เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว รอจนกว่าจะถึงหน้าฝน และฤดูกาลทำนาปีมาถึงจึงจะกลับมาบ้านเพื่อทำนาตามปกติ

เช่นเดียวกับชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองแต้ และบ้านนาขาม ต.นาขาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่วนใหญ่จะมีอาชีพหลักคือการทำนาปี พอถึงหน้าแล้งจะเจอปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำทำไร่ทำนา โดยเฉพาะปีนี้สภาพอากาศแปรปรวนภัยแล้งคุกคามหนัก ส่งผลกระทบหนักกว่าทุกปี ไม่สามารถทำการเกษตร นาปรัง หรือปลูกพืชการเกษตรหน้าแล้งได้

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านหนองแต้ และชาวบ้านนาขาม ต.นาขาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส นำอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน ทำนากบ มาสร้างรายได้หน้าแล้ง ด้วยการปรับพื้นที่นา นำตาข่ายเขียวมาขึงเป็นคอกเลี้ยงกบ ขายลูกอ๊อด เนื่องจากมองว่าลูกอ๊อดเป็นที่ต้องการของตลาดสูง และหายาก โดยเริ่มจากการเลี้ยงตามภูมิปัญญาชาวบ้านลองผิดลองถูกมานานหลายปี จนกระทั่งเกิดความชำนาญ กลายเป็นอาชีพที่มีผลผลิตสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านได้เป็นอย่างดี


จนทำให้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า เป็นหมู่บ้านเลี้ยงกบ ซึ่งในแต่ละปีจะมีบรรดาพ่อค้า แม่ค้าเดินทางมารับซื้อลูกอ๊อดช่วงหน้าแล้งไปส่งขายสู่ตลาดทั่วภาคอีสานปีละหลายสิบตัน สร้างเงินหมุนเวียนปีละกว่า 10 ล้านบาททีเดียว


ทั้งนี้ การทำนากบจะเริ่มขึ้นในช่วงหน้าแล้งหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ชาวบ้านจะใช้พื้นที่นาว่างนำตาข่ายเขียวมาขึงเป็นบ่อเลี้ยงกบ จากนั้นจะนำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบที่เลี้ยงไว้ไปปล่อยให้กบออกไข่เพาะพันธุ์เป็นลูกอ๊อด แล้วใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 20 วันเพื่อขายลูกอ๊อดในราคาส่ง กิโลกรัมละ 150-200 บาท จะมีพ่อค้า แม่ค้าทั่วภาคอีสานมารับซื้อไปขายตามตลาด ราว 250 -300 บาทต่อกิโลกรัม

ลูกอ๊อดสามารถประกอบอาหารได้หลายเมนู เช่น แกง หมก อ่อม ตามความชอบ ซึ่งในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน จะเป็นช่วงสุดท้ายที่เกษตรกรจะเร่งขาย ก่อนใช้พื้นที่นาทำนาปีตามปกติ ที่สำคัญถือเป็นอาชีพที่ใช้ต้นทุนต่ำ และดูแลง่าย ใช้น้ำน้อยในการเลี้ยง รวมถึงไม่มีคู่แข่งทางการตลาด ทำให้สามารถส่งขายได้ไม่อั้น มีตลาดรองรับตลอด


นายสมชัย วงษ์สุข อายุ 58 ปี เกษตรกรชาวบ้านหนองแต้ ต.นาขาม อ.เรณูนคร เกษตรกรตัวอย่างที่นำร่องบุกเบิกทำอาชีพนากบมานานกว่า 10 ปี จากการลองผิดลองถูกด้วยการเลี้ยงแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน จนประสบความสำเร็จสามารถมีผลผลิตลูกกบขายส่งทั่วภาคอีสานตลอดปีแบบครบวงจร เล่าถึงที่มาของอาชีพทำนาเลี้ยงกบว่า เดิมชาวบ้านหนองแต้ทำไร่ทำนา พอหมดฤดูนาปี ถึงหน้าแล้งส่วนใหญ่จะไปทำงานรับจ้างต่างจังหวัดหารายได้เสริมเพราะไม่มีงานทำ ทำการเกษตรไม่ได้ไม่มีแหล่งน้ำเพียงพอ

ทำให้ตนเกิดความคิดหาวิธีเลี้ยงกบขาย เพราะมองว่ากบน่าจะหายากในช่วงหน้าแล้ง บวกกับลูกอ๊อดเป็นที่ต้องการของตลาดสูง หาตามธรรมชาติยาก

จึงนำมาทดลองเลี้ยงแบบลองผิดลองถูก ด้วยการนำพ่อพันธุ์แม่พันธุ์มาขยาย ใช้เวลา 2 -3 ปีจึงประสบความสำเร็จ สามารถขายได้ทั้งลูกอ๊อด รวมถึงกบที่โตแล้ว และมีตลาดรองรับตลอด จึงแนะนำส่งเสริมชาวบ้านเลี้ยงมาต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันในหมู่บ้านมีคนยึดอาชีพนากบเกือบทั้งหมู่บ้านกว่า 100 ครอบครัว

สำหรับการเลี้ยง พอถึงหน้าแล้งจะปรับที่นาประมาณ 1 ไร่ ใช้ตาข่ายเขียวขึงรอบที่นา เพื่อปรับเป็นบ่อเลี้ยงกบ ขายลูกอ๊อด ลงทุนต่ำ ก่อนนำพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ที่คัดไว้มาพักในบ่อ ซึ่งแต่ละปีจะใช้พ่อพันธุ์แม่พันธุ์อายุประมาณ 1 ปี ประมาณ 2,000 ตัว หลังบ่อพร้อมจะปล่อยน้ำเข้าที่นาให้ได้ระดับประมาณ 10 เซนติเมตร และนำพ่อพันธุ์ แม่พันธ์กบ ประมาณบ่อละ 400-500 คู่ให้มีการผสมพันธุ์ออกไข่ ในระยะเวลาประมาณ 1 คืน หรือประมาณ 24 ชั่วโมงตามธรรมชาติ

หลังจากนั้นนำพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ออกไปพักไว้ในบ่อเลี้ยง จากนั้นราว 1 วันไข่กบจะฟักตัวออกเป็นลูกอ๊อด และปล่อยตามธรรมชาติประมาณ 2 วัน สามารถให้หัวอาหารปลาดุกได้เลย ใช้ระยะเวลาเพียง 20-30 วัน ลูกอ๊อดโตได้ขนาดก็สามารถตักขายได้ พร้อมนำมาบรรจุถุงพลาสติก ประมาณถุงละ 1 กิโลกรัม และอัดออกซิเจนเพื่อให้สามารถอยู่ได้นาน ขนส่งไปขายต่างจังหวัดได้

ส่วนการขายลูกอ๊อดจะขายต้นฤดู ประมาณกิโลกรัมละ 200-250 บาท กลางฤดูจะลดลงประมาณกิโลกรัมละ 150-200 บาท นอกจากนี้ยังได้แยกลูกอ๊อดบางส่วนไปเลี้ยงในบ่อพักเพื่อขายเป็นกบตัวโตตามขนาด มีตั้งแต่กิโลกรัมละ 150-200 บาท ยิ่งช่วงหน้าหนาว กบธรรมชาติขาดตลาดยิ่งได้ราคาดี ประมาณกิโลกรัมละ 250 บาท โดยจะเลี้ยงขายแบบครบวงจรตลอดปี ตั้งแต่ลูกอ๊อด ไปถึงพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ รวมถึงกบรุ่นกลาง


การเลี้ยงกบถือว่าดูแลง่ายต้นทุนต่ำ เพียงหมั่นตรวจสอบดูแล ให้อาคารตามเวลา ก็สามารถทำเงินได้แล้ว เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ดี ใช้น้ำน้อย มีกำไรสูงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ทำเงินได้เดือนละเป็นแสนจนถึงหลักล้านขึ้นอยู่กับปริมาณเลี้ยง ทุกวันในหมู่บ้านจะมีลูกอ๊อดส่งขายไปตามตลาดทั่วภาคอีสานวันละไม่ต่ำกว่า 4 -5 ตัน แต่ละปีหมู่บ้านแห่งนี้มีเงินหมุนเวียนสะพัดกว่า 10 ล้านบาท


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...