xs
xsm
sm
md
lg

ดาวเทียมฝีมือคนไทย 100% ซินโครตรอนร่วมทดสอบ “แนคแซท” ผ่านฉลุย พร้อมทะยานสู่อวกาศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ดาวเทียมแนคแซท (KNACKSAT)
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ซินโครตรอนร่วม ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือทดสอบประสิทธิภาพดาวเทียม “แนคแซท” ภายใต้สภาวะสุญญากาศ อุณหภูมิและความดันคล้ายอวกาศจริงตามมาตรฐานสากล ผลทดสอบผ่านฉลุย เผยเป็นดาวเทียมสัญชาติไทยฝีมือคนไทย 100% พร้อมทะยานสู่วงโคจร ส.ค.นี้
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ร่วม มจพ. ทดสอบประสิทธิภาพดาวเทียม “แนคแซท” ภายใต้สภาวะสุญญากาศ  ที่ห้องปฏิบัติการแสงสยาม สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน  จ.นครราชสีมา
การทดสอบดาวเทียมแนคแซท ในเตาเบรสซิ่ง
วันนี้ (21 ก.พ.) ศ.ดร.สุวัฒน์ กุลธนปรีดา หัวหน้าโครงการออกแบบและจัดส่งดาวเทียมขนาดเล็กเพื่อการศึกษา หรือ KNACKSAT ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลและการบิน-อวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เปิดเผยว่า ทีมนักวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ และบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน ประสบความสำเร็จในการสร้างดาวเทียมขนาดเล็กที่มีขนาด 10 x 10 x 10 เซนติเมตร (ซม.) และมีน้ำหนักไม่เกิน 1 กิโลกรัม ซึ่งดาวเทียมดังกล่าวออกแบบและสร้างในประเทศไทยด้วยฝีมือคนไทย 100% และมีชื่อว่า ดาวเทียมแนคแซท (KNACKSAT)

ทั้งนี้ ในกระบวนการส่งดาวเทียมขึ้นไปปฏิบัติภารกิจอวกาศนั้น ขั้นตอนที่สำคัญขั้นตอนหนึ่งคือ การทดสอบประสิทธิภาพของดาวเทียมในสภาวะอวกาศจริงหรือที่ที่อุณหภูมิและแรงดันต่างจากพื้นโลก ซึ่งทางคณะผู้วิจัยทราบว่าสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีสุญญากาศเป็นอย่างมาก จึงได้นำดาวเทียมแนคแซทเข้ามาทดสอบประสิทธิภาพเพื่อดูว่าดาวเทียมทนต่อสภาวะอวกาศจริง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงมวลของดาวเทียมภายใต้อุณหภูมิและแรงดัน
เตาเบรสซิ่ง
ทีมงานสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
การทดสอบนี้ไม่เพียงแต่เพื่อดูประสิทธิภาพของดาวเทียมเท่านั้น แต่ยังวิเคราะห์ไปถึงผลของดาวเทียมที่หากเกิดการเปลี่ยนแปลงมวลจะส่งผลกระทบต่อดาวเทียมดวงอื่นๆ หรือ จรวดที่ทำการส่งดาวเทียมนี้ขึ้นไปหรือไม่ โดยการทดลองดำเนินการภายใต้มาตรฐานสากลที่กำหนดขึ้นและผลออกมาเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง

ดาวเทียมแนคแซท (KNACKSAT) เป็นดาวเทียมเพื่อการศึกษาขนาดเล็กที่มีความสามารถไม่ต่างจากดาวเทียมขนาดใหญ่ มีภารกิจหลักคือการถ่ายภาพโลกจากอวกาศ ด้วยความละเอียด 1-2 กิโลเมตรต่อพิกเซล โดยใช้คลื่นความถี่วิทยุสมัครเล่นในการสื่อสาร พร้อมจัดส่งเข้าสู่วงโคจรที่ความสูง 600 กิโลเมตร ในช่วงเดือนสิงหาคม 2561

“ความสำเร็จนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และเทคโนโลยีสุญญากาศของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล” ศ.ดร.สุวัฒน์กล่าว
ดาวเทียมแนคแซค ขณะทดสอบ
ดาวเทียมแนคแซค ขณะทดสอบ
ด้าน ศ.น.ท.ดร.สราวุฒิ สุจิตจร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า การเดินเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนนั้นต้องใช้ระบบสุญญากาศในการดำเนินงานทั้งสิ้น ดังนั้น ประสบการณ์กว่า 10 ปีของงานเทคโนโลยีสุญญากาศส่งผลให้เรามีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญที่พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ภาครัฐและภาคเอกชน

สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในการทดสอบประสิทธิภาพของดาวเทียมแนคแซท ดาวเทียมที่เรียกได้อย่างเต็มภาคภูมิว่าดาวเทียมฝีมือคนไทย 100% ออกแบบและสร้างในประเทศไทย อีกทั้งการทดสอบระบบต่างๆ ก่อนส่งขึ้นสู่วงโคจรต่างก็ดำเนินงานด้วยคนไทยอีกด้วย

สถาบันฯ มีความยินดีให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบงานทางด้านเทคโนโลยีสุญญากาศทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเข้ามาได้ที่ส่วนพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจองค์กร สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทรศัพท์ 0-4421-7040 ต่อ 1607-9 หรือที่ www.slri.ro.th /bdd
ศ.นท. ดร.สราวุฒิ สุจิตจร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...