xs
xsm
sm
md
lg

จี้ทรัพยากรน้ำภาค 2 เร่งเอาผิดต่อผู้นำท้องถิ่นที่ลักลอบขนดินบึงละหานใหญ่ไปขาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ชัยนาท - ก.ธ.จ.ชัยนาท จี้ทรัพยากรน้ำภาค 2 เร่งเอาผิดต่อผู้นำท้องถิ่นที่ลักลอบขนดินบึงละหานใหญ่ ไปขายให้ชาวบ้าน ด้านเจ้าหน้าที่เตรียมรวบรวมหลักฐานในการแจ้งความดำเนินคดี ต่อผู้กระทำความผิดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

จากกรณีที่ชาวบ้านใน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ได้ร้องเรียนต่อทหาร ให้ตรวจสอบผู้นำท้องถิ่นคนหนึ่งใน อ.หันคา ได้ลักลอบขนดินในพื้นที่โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงละหานใหญ่ ออกไปขายให้แก่ชาวบ้าน และสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 2 จ.สระบุรี ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า มีดินหายไปจากโครงการจริง

จึงได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.สรรคบุรี เมื่อวันที่ 12 ม.ค.61 ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้แจ้งความเอาผิดต่อผู้ใด ขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ซึ่งหลังจากผ่านมานานเกือบ 1 เดือน ยังไม่มีความคืบหน้า และยังไม่ได้ดำเนินคดีต่อผู้ใด ทางคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดชัยนาท จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และติดตามเรื่องดังกล่าว

นายจุมพฎ เจตน์จันทน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดชัยนาท ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงละหานใหญ่ ม.6 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการโดยสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 2 สระบุรี

หลังจากที่มีประชาชนร้องเรียนมา ว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปขนย้ายดินในโครงการที่อยู่ระหว่างการขุดลอกแหล่งน้ำออกไปขายให้แก่ชาวบ้านในปริมาณหลายร้อยคิว โดยก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน เจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 2 เคยมาตรวจสอบ และทราบผู้กระทำผิดแล้วในเบื้องต้น มีการแจ้งไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.สรรคบุรี แต่ยังมิได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ด้วยเหตุผลต้องพิสูจน์ดินว่าหายไปจำนวนเท่าใด และดินที่หายไปในโครงการตรงกับดินที่ถูกนำไปขายให้ชาวบ้านหรือไม่

ซึ่งผ่านมานานนับเดือนแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด ในฐานะที่เป็นธรรมาภิบาลจังหวัด จึงต้องลงมาตรวจสอบ และถามหาความคืบหน้าจากเจ้าหน้าที่ของทรัพยากรน้ำภาค 2 เพื่อจะได้ดำเนินการเอาผิดต่อผู้กระทำผิด และหากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจะยิ่งต้องเร่งดำเนินการ จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 2 เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานความคืบหน้าให้ทราบทุกระยะ ทั้งนี้ หากทรัพยากรน้ำภาค 2 ไม่เร่งดำเนินการก็จะส่งเรื่องไปให้ ป.ป.ช.เข้าตรวจสอบต่อไป

ด้าน ร.ต.ยุทธพงษ์ วงเพ็ง ทหารหัวหน้าชุดประจำพื้นที่ อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ซึ่งลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย กล่าวว่า หน่วยทหารเคยลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยนาท และ ผอ.สนง.ทรัพยากรน้ำภาค 2 จ.สระบุรี ไปแล้วเมื่อวันที่ 12 ม.ค.61 โดยทาง ผอ.สนง.ทรัพยากรน้ำ ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.สรรคบุรี ในวันดังกล่าว

ซึ่งข้อเท็จจริงภายหลังจากการตรวจสอบ พบว่า มีกำนันคนหนึ่งในอำเภอหันคา เป็นคนลักลอบขุดดินในพื้นที่จริง ต่อมา ทาง สนง.ทรัพยากรน้ำภาค 2 ได้มีหนังสือ ที่ ทส.0612/183 ลงวันที่ 19 ม.ค.61 เพื่อให้บริษัทคู่สัญญา ทำการตรวจสอบ และรายงานข้อเท็จจริงในกรณีมีผู้ลักลอบนำดินออกจากพื้นที่โครงการ ซึ่งทางบริษัทคู่สัญญาได้มีหนังสือที่ ธท.051/2561 ลงวันที่ 26 ม.ค.61

โดยชี้แจงว่า กำนันคนดังกล่าวเป็นผู้นำดินในบริเวณพื้นที่โครงการไปถมคันกั้นน้ำที่ขาดบริเวณบ้านสะดือสิงห์ ม.10 ต.วังไก่เถื่อน อ.หันคา จ.ชัยนาท ซึ่งขัดแย้งต่อข้อเท็จจริงที่หน่วยทหาร มว.รส.ที่2 เข้าไปตรวจสอบในขณะที่มีการขุดดิน ร่วมกับ ทสจ.ชัยนาท ผอ.สนง.ทรัพยากรน้ำ ตรวจสอบเมื่อวันที่ 12 ม.ค.61 พบว่า ดินดังกล่าว กำนันได้รับจ้างถมที่ให้แก่ชาวบ้านรายหนึ่งในพื้นที่ บ้านวัดกำแพง

ซึ่งคิดค่าจ้างเป็นเที่ยว เที่ยวละ 600 บาท ซึ่งในขณะที่ทหารเข้าทำการตรวจสอบ และให้ระงับการขุดนั้น ได้ทำการถมดินไปแล้ว จำนวน 50 เที่ยว พื้นที่ถมดินนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ลงไปตรวจสอบ และลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.สรรคบุรี ตามที่กล่าวมาข้างต้นจริง ทั้งนี้ จะให้ข้อมูลต่างๆต่อธรรมาภิบาลจังหวัด และทรัพยากรน้ำภาค 2 เพื่อรวบรวมหลักฐานในการแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...