xs
xsm
sm
md
lg

กรมอุทยานแห่งชาติฯ จับมือเอกชนติดกล้องแจ้งเตือนช้างป่า 25จุด ป้องกันพื้นที่เกษตรเสียหาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


กาญจนบุรี - กรมอุทยานแห่งชาติฯ จับมือ ทรูและกองทุนสัตว์ป่าโลก ติดตั้งกล้อง 25 ตัว ในพื้นที่แนวเขตผืนป่าของอุทยานฯ กุยบุรี เป็นหนึ่งในโครงการแก้ไขปัญหาช้างป่าออกมาทำลายพืชไร่ คาดว่าจะสามารถใช้ได้ในเดือนเมษายน เป็นอุทยานแห่งแรกของประเทศไทย พร้อมกับการสร้างแปลงหญ้า แหล่งน้ำในป่าลึกเพิ่ม เพื่อดึงช้างกลับเข้าป่า

วันนี้ (29 ม.ค.) นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนัก สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ปัจจุบันข้อมูลทางวิชาการจากการสำรวจของเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม อุทยานแห่งชาติ พบว่า ประชากรช้างป่าในปี 2558 พบมีถึง 237 ตัว ในจำนวนนี้มีช้างเพศเมียประมาณ 170 ตัว ที่เหลือเป็นช้างเพศผู้

พบว่า ปัจจุบันนี้ประชากรช้างป่าในอุทยานแห่งชาติฯ กุยบุรี น่าจะมีเพิ่มขึ้นราวประมาณ 260-300 ตัว กระจายตัวหากินอยู่ในผืนป่าอุทยานฯ กุยบุรี ทั้งในส่วนพื้นที่อำเภอกุยบุรี อำเภอสามร้อยยอด อำเภอปราณบุรี และอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยยอมรับว่า มีช้างป่าส่วนหนึ่งที่ออกมานอกพื้นที่เข้ามากัดกินพืชไร่ของชาวบ้านได้รับความเสียหาย เนื่องจากช้างป่าติดใจในรสชาติผลไม้ทั้งขนุน และสับปะรด

แนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่านั้น ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ เนื่องจากทุกพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติที่มีช้างป่าพบมีประชากรเพิ่มมากขึ้นทุกที่ ดังนั้น สิ่งสำคัญต้องสร้างแหล่งอาหาร แหล่งน้ำให้อยู่ในป่าลึกเพื่อดึงช้างกลับเข้าป่า ตามแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งกุยบุรีถือเป็นโมเดลในการจัดการแก้ปัญหาระหว่างคนกับช้างป่า ซึ่งก็ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และให้ถูกวิธี

รวมทั้งอุทยานแห่งชาติฯ กุยบุรี เอง ก็ได้สร้างแหล่งอาหารด้วยการปลูกแปลงหญ้าอยู่ในป่าเพิ่มเติมไปแล้วกว่า 400 ไร่ จากของเดิมที่มีอยู่ราว 1,1000 กว่าไร่ แต่ยอมรับว่ายังไม่เพียงพอ เพราะทางนักวิชาการเองเห็นว่าเราต้องมีแปลงหญ้าถึง 3,000 ไร่

ซึ่งทั้งหมดนี้การปลูกสร้างแหล่งอาหาร แหล่งน้ำเพิ่มเติมต้องกลับเข้าไปสำรวจ และหาพื้นที่ทำให้อยู่ในป่าลึก รวมทั้งแหล่งน้ำ ยอมรับว่าทุกวันนี้ข้อมูลพบว่า ช้างป่าที่ออกจากป่าไปหากินนอกเขตอุทยานแห่งชาติ เป็นเพราะทั้งแหล่งผลไม้ที่ชาวบ้านปลูก และแหล่งน้ำด้านนอก เพราะหากดูจากการศึกษาข้อมูลลงพื้นที่ในป่าพบว่า ในป่าไม่มีแหล่งน้ำ

จากการศึกษา และข้อมูลการวิจัยการกระจายตัวของช้างป่ากุยบุรี พบว่า ในปี 2570 จะมีประชากรช้างป่าเพิ่มขึ้นถึง 600 ตัว ซึ่งทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ก็ต้องเตรียมแผนรองรับเอาไว้ มิฉะนั้นปัญหาจะตามมา ปัจจุบันนี้ในผืนป่าอุทยานฯ กุยบุรี มีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิด ทั้งช้างป่า กระทิง วัวแดง และส่วนสัตว์ป่าหายากยังมีทั้งสมเสร็จ เสือดำ แมวดาว เหล่านี้เป็นต้น

นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนัก สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยกตัวอย่างพื้นที่ห้วยคมกฤต ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไปทำการปลูกพืชอาหารช้าง สร้างแหล่งน้ำ เสริมโป่งเทียม ทำให้โขลงช้างป่าบางส่วนของแก่งกระจานที่อาศัยหากินอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวไม่ออกมารบกวนชาวบ้าน จุดนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ

หรือแม้แต่ของอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเอง ข้อมูลก็มีหลายแหล่งหลายจุดที่จะไปสร้างแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ ทำโป่งเทียม ก็ต้องเป็นทางด้านทิศตะวันตกในโซนเข้าไปทางป่าหมากขึ้นไป ซึ่งอยู่ทางแถบชายแดนไทย-พม่า หากมีการสร้างแหล่งอาหาร สร้างแหล่งน้ำ เสริมโป่ง ด้วยการใช้เฮลิคอปเตอร์นำเกลือไปหย่อนไว้ตามจุดต่างๆ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ กุยบุรี ทหาร WWF กลุ่มเพาวเวอร์ กุยบุรี 13 องค์กรที่มีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น หลายฝ่ายเข้าไปช่วยกันทางภาคพื้นที่ดิน ซึ่งก็คือ การใช้แนวทางประชารัฐของนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็เป็นการบูรณาการร่วมกัน

นายกาญจนพันธุ์ คำแหง หน.อุทยานแห่งชาติกุยบุรี กล่าวว่า นอกจากการสร้างแหล่งอาหาร แหล่งน้ำแล้ว ล่าสุด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังได้ร่วมลงนาม MOU กับทรู และกองทุนสัตว์ป่าโลกประเทศไทยป่า (WWF) ในโครงการ “เฝ้าระวังช้างป่าด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้า” (Smart Early Warning System) ซึ่งเป็นโครงการติดตั้งกล้อง จำนวน 25 ตัว ไว้ในพื้นที่จุดเส้นทางช้างป่าจะผ่านออกมายังพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งบ้านรวมไทย บ้านย่านซื่อ เป็นต้น

โดยกล้องทั้งหมดเมื่อมีช้าง หรือสัตว์ป่ากำลังเดินผ่านออกมาจากป่าก็จะทำการส่งสัญญาณภาพกลับไปยังศูนย์ที่ตั้งอยู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชม. ซึ่งจะระบุพิกัดจุดที่ช้างป่ากำลังออก เพื่อทำการส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังชาวบ้านในพื้นที่จุดที่ช้างออกทันที หากกรณีช้างออกเพียง 1 หรือ 2 ตัว อาจจะให้ชาวบ้าน หรือเครือข่ายลงมือไล่ช้างเองก่อนอันดับแรก ส่วนหากพบมีช้างออกหลายตัว ทางเราก็จะมีเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วออกไปตามจุดที่สัญญาณแจ้งเตือนเพื่อช่วยไล่ช้างป่าไม่ให้เข้าไปกัดกินพืชผลทางการเกษตร

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตั้งอุปกรณ์ และสัญญาณเพิ่มเติมของทางทรู โดยจะต้องมีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจต่อชาวบ้านต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถใช้งานได้อย่างช้าในราวเดือนมีนาคม-เดือนเมษายนนี้ ซึ่งหลังจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ของทรู จะเริ่มทำการเพิ่มสัญญาณ และจะเป็นแห่งแรกของผืนป่าของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่นำมาใช้หากสำเร็จก็สามารถขายพื้นที่ออกทางโซนอื่นๆ และนำไปใช้ในพื้นที่ซึ่งเกิดปัญหาช้างป่าออกมารบกวนต่อไป





Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...