xs
sm
md
lg

บุกรวบสาวเชียงใหม่เอเยนต์ขายยาคุมผ่านโซเชียลฯ อ้างบำรุงผิวพรรณ-เพิ่มขนาดหน้าอก เสี่ยงภัยถึงตาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - สสจ.เชียงใหม่ บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการกองร้อยรักษาความสงบที่ 3 พันพัฒนา 3 กองกำลังรักษาความสงบจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังบุกจับเอเยนต์สาวลอบจำหน่ายยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดฮอร์โมน อ้างสรรพคุณบำรุงผิวพรรณและเพิ่มขนาดหน้าอก ชี้มีอันตรายเสี่ยงเกิดมะเร็งและอาจถึงขั้นเสียชีวิตหากใช้ในกลุ่มคนแพ้ยา พร้อมเตือนสั่งซื้อยาผ่านโซเชียลฯ เพิ่มความระมัดระวัง หากต้องการใช้ยาควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรให้ดีก่อน



วันนี้ (7 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการกองร้อยรักษาความสงบที่ 3 พันพัฒนา 3 กองกำลังรักษาความสงบจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังเข้าทำการตรวจค้นและจับกุมตัว น.ส.ธนิดา พวงมาลัย อายุ 24 ปี ที่อยู่ 28 หมู่ที่ 8 ตำบลสันทราย อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลางยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดฮอร์โมน บรรจุอยู่ในกล่องรวมจำนวนประมาณเกือบ 80,000 เม็ด คิดเป็นมูลค่าเกือบ 700,000 บาท ภายในบ้านเลขที่ 80/6 หมู่ที่ 3 ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีนายณพวีร์ แพรสีเจริญ อายุ 25 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว

หลังการตรวจค้นและตรวจยึดของกลางได้แจ้งดำเนินคดีต่อ น.ส.ธนิดา ผู้ต้องหา ในข้อหาจำหน่ายยาอันตรายตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ที่ห้ามขายนอกสถานที่ที่ได้รับอนุญาต, ขายยาชนิดดังกล่าวผ่านอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามมาตรา 12 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท

นอกจากนี้ยังผิดฐานโฆษณา พ.ร.บ.ยา เนื่องจากยาอันตรายห้ามให้มีการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณ ผิดตามมาตรา 88 มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท โดยหลังการจับกุมและยึดของกลางทั้งหมดในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้รับแจ้งก่อนหน้าว่ามีการขายยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดฮอร์โมนผ่านทางเฟซบุ๊กที่มีการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณในการเพิ่มขนาดหน้าอก รักษาสิว ทำให้มีหน้าใสและรูปร่างที่ดี มีการนัดรับทั่วเชียงใหม่และจัดส่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ซื้อใช้จำนวนมาก

เมื่อทราบดังนั้นจึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการกองร้อยรักษาความสงบที่ 3 พันพัฒนา 3 กองกำลังรักษาความสงบจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 วางแผนดำเนินการจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ โดยได้มีการติดต่อขอซื้อยาดังกล่าวจากทาง น.ส.ธนิดา ผู้ต้องหา และได้มีการนัดหมายไปรับยาที่จำหน่ายที่บ้านหลังดังกล่าว

เมื่อทางเจ้าหน้าที่ไปถึงได้มีนายณพวีร์ (สามี) แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอดำเนินการตรวจค้น ก็พบของกลางยาชนิดดังกล่าวอยู่ภายในบ้าน และจากการสอบถามทราบว่า น.ส.ธนิดา (ภรรยา) เป็นผู้นำยาดังกล่าวมาจำหน่ายผ่านทางเฟซบุ๊ก ตามที่ปรากฏข้อมูลที่ทางเจ้าหน้าที่ทราบมา

จากการตรวจสอบทราบว่า ได้มีการจำหน่ายยาชนิดดังกล่าวในราคากล่องละ 180 บาท และยังมีการจัดโปรโมชันโดยซื้อในปริมาณมากจะแถมแหวนทอง 1 วง ดังนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และนำตัวผู้ต้องหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ นายอิศรา นานาวิชิต ตำแหน่งเภสัชกรเชี่ยวชาญ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข เปิดเผยว่า การใช้ยาคุมกำเนิดโดยไม่ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญมีความอันตรายมาก จึงอยากออกเตือนประชาชนเพราะการใช้ยาคุมกำเนิดประเภทเม็ดฮอร์โมนเป็นการปรับระดับฮอร์โมนในร่างกาย การใช้ยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร ผู้ใช้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้และได้รับอันตรายต่อสุขภาพ เช่น มีเลือดออกกะปริดกะปรอย หน้าเป็นฝ้า ประจำเดือนขาด ในยาคุมบางชนิดอาจนำไปสู่การเพิ่มโอกาสเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์และภาวะหลอดเลือดอุดตันได้

นอกจากยาคุมกำเนิดแล้ว การซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นจากอินเทอร์เน็ตก็เช่นเดียวกัน ผู้บริโภคมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลิตภัณฑ์ไม่มีคุณภาพมาตรฐาน และมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ ดังนั้น หากต้องการซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพควรเลือกซื้อในสถานที่ที่ได้รับอนุญาตถูกต้องและได้รับคำแนะนำการใช้โดยแพทย์หรือเภสัชกร และอยากให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงบริบทของยาที่ควรจะซื้อจากแหล่งที่มีแพทย์หรือเภสัชกร แนะนำในการใช้อย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม จากที่มีการโฆษณาว่าเป็นยาโอ้อวดสรรพคุณ อยากให้ทางผู้บริโภคได้ตระหนักถึงความปลอดภัย และที่มาของผลิตภัณฑ์ เพื่อสามารถรับรู้ว่ายาแต่ละชนิดมีที่มาอย่างไร รวมไปถึงโทษและผลข้างเคียงของตัวยาชนิดนั้นๆ ด้วย ซึ่งเคมีภัณฑ์นั้นมีทั้งขอดีและข้อเสีย อีกทั้งควรมีการประเมินการใช้ภายหลังการใช้ยาแล้วด้วย









10 จากทั้งหมด 10 รูป
กำลังโหลดความคิดเห็น...