xs
xsm
sm
md
lg

เหยื่อต้นไม้ล้มทับดับ 3 ศพร้องอัยการ ชี้ จนท.รัฐประมาท-ประกันฯ อ้างเหตุสุดวิสัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ลำปาง - ทนายนำญาติเหยื่อต้นไม้ล้มทับรถจักรยานยนต์ระหว่างพ่อพาลูก-หลานซ้อนท้ายไปส่งโรงเรียนดับ 3 ศพ ร้องขอความเป็นธรรมอัยการ หลังประกันฯ อ้างเหตุสุดวิสัย จ่ายเพียง 35,000 บาท ทั้งๆ ที่ต้องจ่ายศพละ 3 แสน ยันเจ้าหน้าที่รัฐประมาท ไม่ดูแลต้นไม้ริมทางทั้งที่ชาวบ้านแจ้งแล้ว

นายวิทยา วงค์ชมภู ทนายความ พร้อมด้วยนางสุข บุญตู้ ภรรยานายกิม บุญตู้-มารดาของ ด.ญ.ทิวาพร บุญตู้ ผู้ตาย และนายน้อย ยาง บิดาของ ด.ญ.จารุวรรณ ยาง ผู้ตาย และนายอนุรักษ์ บรรพตไพรวัลย์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านแม่ต๋อม ม.8 ต.หัวเมือง อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ได้เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการจังหวัดลำปาง วานนี้ (14 พ.ย.)

หลังจากที่นางสุข บุญตู้ และนายน้อย ยาง ได้สูญเสียบุคคลในครอบครัวไปพร้อมกันรวม 3 คน เนื่องจากต้นพระเจ้าห้าพระองค์ ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี หักล้มทับรถและบุคคลทั้งสาม ระหว่างที่สามีของนางสุขคือ นายกิม บุญตู้ ขี่รถจักรยานยนต์พาลูกสาวคือ ด.ญ.ทิวาพร บุญตู้ และหลานสาว คือ ด.ญ.จารุวรรณ ยาง ไปส่งโรงเรียน บนถนนระหว่างหมู่บ้านแม่ต๋อมนอก-แม่ต๋อมใน เช้าวันที่ 6 ก.ย. 60 ที่ผ่านมา

แต่หลังจากนั้นปรากฏว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าช่วยเหลือในเบื้องต้นรวมเป็นเงินทั้งสิ้นเพียงหลักหมื่นเท่านั้น ขณะที่ครอบครัวของทั้งสอง ซึ่งมีฐานะยากจนยังได้รับความเดือดร้อน

นายวิทยาได้กล่าวว่า หลังเกิดเตุการณ์ดังกล่าว ล่าสุดทางครอบครัวของผู้ตาย ซึ่งเป็นชาวไทยภูเขา มีฐานะยากจน และที่ผ่านมาแม้จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว แต่ก็เป็นการเยียวยาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คือได้รับความช่วยเหลือเงินหลักพัน หลักหมื่นต้นๆ เท่านั้น

โดยได้รับการเยียวยาเบื้องต้นจากการเกิดอุบัติเหตุของบริษัทกลาง ศพละ 35,000 บาทเท่านั้น และปฏิเสธที่จะจ่ายส่วนที่เหลือ ซึ่งบริษัทอ้างว่าเหตุที่เกิดไม่ได้เกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่ ซึ่งจริงๆ แล้วผู้ตายจะต้องได้รับการเยียวยาศพละ 300,000 บาท จึงเหลืออีกสองแสนกว่าบาท บริษัทได้ปฏิเสธที่จ่ายในส่วนนี้ เฉพาะครอบครัวนางสุข หัวหน้าครอบครัวต้องตายไปพร้อมกับลูก ซึ่งถือว่าสูญเสียมาก

และเมื่อไปติดตามสอบถามความคืบหน้าของคดีจากพนักงานสอบสวน สภ.แจ้ซ้อน พนักงานสอบสวนได้สรุปสาเหตุการตายของทั้ง 3 คนว่า ตายด้วยเหตุสุดวิสัย จากต้นไม้ล้มทับขณะที่ขี่จักรยานยนต์ผ่าน และได้เสนอเรื่องต่อสำนักงานอัยการจังหวัดลำปางแล้ว

หากพนักงานสอบสวนสรุปสาเหตุการตายในลักษณะนี้ ก็จะทำให้การเรียกร้องค่าเสียหายที่จะช่วยเหลือครอบครัวของทั้ง 3 คนยากลำบากมากยิ่งขึ้น ดังนั้นตนจึงได้เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวของผู้สูญเสีย เพื่อดำเนินการเรียกร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าการตายของทั้ง 3 คนไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัยตามที่พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนไว้

ด้วยเหตุนี้ ตนจึงพาครอบครัวของผู้เสียหายมาร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการจังหวัดลำปาง เนื่องจากเห็นว่าการตายของทั้ง 3 คนหาได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย เพราะขณะเกิดเหตุไม่ได้เกิดฝนฟ้าคะนอง หรือฝนตก แต่มูลเหตุเกิดจากความประมาทของเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้มีหน้าที่ดูแลถนน-ต้นไม้ที่อยู่บริเวณริมถนน ที่ได้ปล่อยปละละเลยไม่ดูแลระมัดระวังบำรุงรักษาต้นไม้ หรือตัดต้นไม้ที่คาดได้ว่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ถนน

กล่าวคือ ต้นไม้ที่ล้มทับผู้เสียชีวิตทั้ง 3 จนถึงแก่ความตายนั้นเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ และได้ยืนต้นแห้งตายมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว จึงไม่มีรากเพื่อยึดเกาะดินเพื่อให้สามารถพยุงตัวเองได้ ซึ่งเคยมีการร้องเรียนจากชาวบ้านขอให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลถนน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นเข้ามาดำเนินการตัดต้นไม้ดังกล่าวเสีย แต่ได้รับความเพิกเฉยจากหน่วยงานของรัฐมาโดยตลอด กระทั่งเกิดเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายดังกล่าว

ดังนั้น การเสียชีวิตของทั้งสามคนจึงมิใช่เกิดจากเหตุสุดวิสัยตามที่พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการแต่อย่างใด แต่สาเหตุการตายของผู้เสียชีวิตทั้งสามนั้น เกิดจากความประมาทขาดความระมัดระวัง และปล่อยปละละเลยของหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบในพื้นที่ดังกล่าว คือ 1. องค์การบริหารส่วนตำบลหัวเมือง 2. อำเภอเมืองปาน 3. กรมอุทยานฯ หรือกรมป่าไม้ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ดังกล่าว

“จากที่ผมเข้าตรวจดูพื้นที่จะเห็นว่าต้นไม้ไม่ได้ล้มแบบถอนราก บริเวณโคนต้นเป็นโพรงคือไม้แห้งทำให้ต้นไม้หักลง หากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและดูแลมากกว่านี้ เมื่อเห็นต้นไม้ต้นไหนเสี่ยงที่จะล้มก็รีบมาทำการตัดออก ก็จะไม่เกิดเรื่องร้ายแบบนี้ขึ้น”

นายอนุรักษ์ บรรพตไพรวัลย์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านแม่ต๋อม ได้กล่าวว่า เรื่องถนนและต้นไม้ที่อยู่ริมถนนชาวบ้านเคยได้พูดคุยและบอกกับเจ้าหน้าที่มาตลอด แต่เรื่องก็เงียบ ส่วนต้นพระเจ้าห้าพระองคต์ที่ล้มทับทั้ง 3 คนนั้นเป็นต้นไม้ที่ปลูกมานานกว่า 200 ปีแล้ว ก่อนหน้านั้นต้นก็เอนเอียงอยู่แล้ว แต่ชาวบ้านจะตัดเองก็ไม่ได้เพราะกลัวถูกจับ ได้แต่บอกเจ้าหน้าที่ที่เข้าออกหมู่บ้านทราบเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขจนเกิดเหตุการณ์ขึ้น

ขณะนี้ยังมีต้นไม้ที่มีลักษณะดังกล่าวอีกหลายต้นที่อยู่ริมถนน แต่ก็ยังไม่มีการตัด หรือถอนออกแต่อย่างใด ส่วนครอบครัวทั้งสองขณะนี้ก็ยังเดือดร้อนเพราะฐานะยากจนอยู่แล้ว และต้องสูญเสียคนในครอบครัวไปอีก ทำให้ความเป็นอยู่ และสุขภาพจิตแย่ลงมาก ตนจึงอยากเรียกร้องความยุติธรรมให้กับครอบครัวนี้เพื่อให้เขาอยู่ได้






Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...