xs
xsm
sm
md
lg

มั่วอีก หนุ่มใหญ่เมืองแปดริ้วเจอใบสั่ง ตร.ทางหลวงแจ้งขับรถเร็ว ทั้งที่ยี่ห้อ-รุ่นไม่ตรงกัน เชื่อโดนสวมทะเบียน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ฉะเชิงเทรา - มั่วอีกแล้ว หนุ่มใหญ่เมืองแปดริ้วโร่ร้องสื่อ หลังเจอใบสั่ง ตร.ทางหลวง ระบุตรวจจับความเร็วรถของตนเอง บนถนนสาย 7 มอเตอร์เวย์ ได้ถึง 134 กม.ต่อ ชม. แจงในภาพถ่ายเป็นรถคนละรุ่น และยี่ห้อ มีเพียงเลขทะเบียนที่ตรงกัน และช่วงวันเวลาดังกล่าวทำงานอยู่ที่ฉะเชิงเทรา ไม่ได้เดินทางไปชลบุรี ตามที่ระบุ เตรียมเข้าแจ้งความ พนง.สอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา หวั่นมีการสวมทะเบียนปลอม

วันนี้ (11 พ.ย.) นายอุดม คุ้มภัย อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/32 ถ.ศรีโสธรตัดใหม่ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ได้ร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้เวลา 16.30 น. ตนได้รับจดหมายที่ส่งตรงมาถึงบ้านพักผ่านทางไปรษณีย์ ซึ่งภายในเป็นใบสั่งตรวจจับความเร็วจากตำรวจทางหลวงพิเศษสาย 7 มอเตอร์เวย์ (กรุงเทพฯ-พัทยา) เลขที่ 0260029028203 ออกโดย พ.ต.ท.จิรวุฒิ ขวัญคุ้ม รหัส 9101 สังกัดสถานีตำรวจทางหลวง 1 (54245) กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ถ.หลวงแพ่ง-ทับยาว เขตลาดกระบัง กทม.

ซึ่งภายในระบุว่า รถยี่ห้อโตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน กค 4452 ฉะเชิงเทรา ได้กระทำผิดกฎหมาย “ขับรถใช้ความเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด (พ.ร.บ.ทางหลวงฯ ม.5 (1), ม.69) (ขับรถเร็ว)” เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.23 น. วันที่ 28 ต.ค.60 บนถนนมอเตอร์เวย์ กม.ที่ 110 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยความเร็วที่ตรวจจับได้ 134 กม./ชม. ขณะที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 120 กม./ชม. มีอัตราค่าปรับที่ต้องชำระเป็นเงิน จำนวน 500 บาท ภายในวันที่ 1 ธ.ค.60

ทั้งที่รถคันที่ตรวจจับขับรถด้วยความเร็วสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดนั้นไม่ใช่รถของตนเอง เนื่องจากในภาพถ่ายในขณะที่ตรวจจับความเร็วได้นั้น เป็นรถยนต์ยนต์คนละรุ่น และยี่ห้อ โดยเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด แต่รถยนต์กระบะ 4 ประตู ของตนเป็นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า แต่ในภาพมีเลขทะเบียนที่ตรงกัน คือ กค 4452 ฉะเชิงเทรา ซึ่งไม่ใช้รถของตนอย่างแน่นอน เนื่องจากในวันเวลาที่เกิดเหตุนั้นตนยังคงทำงานอยู่ที่ทำงานภายในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา

จึงได้ขอร้องเรียน และร้องทุกข์ผ่านทางสื่อมวลชนว่า ตนไม่ใช่ผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.ทางหลวง และใบสั่งดังกล่าว เพราะเชื่อว่าน่าจะมีการใช้ทะเบียนปลอม หรือมีการสวมทะเบียนรถของตนอย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากนี้จะได้เดินทางเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เนื่องจากหวั่นเกรงว่าผู้ที่สวมทะเบียนรถของตนนั้นจะไปใช้ในการกระทำที่ผิดกฎหมายในด้านอื่นๆ นายอุดม กล่าว


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...