xs
sm
md
lg

“นศ.แพทย์”ฆ่าหมายังไม่โผล่.. ตร.โคราชระบุผลสอบชี้ชัดเป็นคนป้อนยาจริง-เป็นเหตุให้สุนัขตาย

เผยแพร่:

หนุ่ม นศ.แพทย์ ผู้ต้องสงสัย วางยาฆ่าสุนัขตัวเองเอาเงินประกัน ยังเก็บตัวเงียบ
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- พนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง โคราช ระบุคดี “หนุ่ม นศ.แพทย์” วางยาฆ่าสุนัขเอาเงินประกัน คืบหน้า 90% ผลสอบสวนชี้ชัด นศ.แพทย์เป็นคนป้อนยาสุนัขจริงและเป็นสาเหตุให้สุนัขตาย เผยล่าสุดยังไม่ติดต่อขอพบ ตร. ชี้ไม่ต้องหลบฝากผู้ปกครองพามาพบ ด้านสัตวแพทย์ผู้ผ่าพิสูจน์ซาก ระบุสุนัขกินยา 12 เม็ด ผิดธรรมชาติ ย้ำให้ยาเกินขนาดเป็นสาเหตุทำสุนัขตาย

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายภัทรพงศ์ ทรงทรัพย์กุล นักศึกษาแพทย์ปีที่ 6มหาวิทยาลัยมหิดล ถูกกล่าวหาวางยาฆ่าสุนัขพันธุ์ปอมเมอริเดียน เจ้าซีซ่า อายุ 7 เดือน ของตัวเองเพื่อเอาเงินประกัน และทางปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา แจ้งร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ให้ดำเนินคดีกับนักศึกษาแพทย์ดังกล่าวในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ความผิด ตาม พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ กลายเป็นกระแสโด่งดังได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมอย่างกว้างขวาง ตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องนั้น
สัตวแพทย์หญิงอนงค์นาถ สุตธรรม เจ้าของโรงพยาบาลสัตว์เซ็นเตอร์เพ็ท ผู้ผ่าชันสูตรซากสุนัขที่ตาย
ล่าสุด วันนี้( 14 ก.ย.) พ.ต.ท.พิชัย เชิดชู รองผู้กำกับการ (รอง ผกก.) สอบสวน สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้าของคดี ว่า หลังสอบปากคำพยานสำคัญครบทั้ง 3 คนแล้ว พอเชื่อได้ว่านักศึกษาแพทย์เจ้าของสุนัขเป็นคนป้อนยาให้สุนัขจริง ซึ่งขั้นตอนสำคัญคือต้องรอผลพิสูจน์ยืนยันว่า ยาทั้ง 12 เม็ดทำให้สุนัขตายได้หรือไม่ และตามรูปการแล้วพอเชื่อได้ว่า สาเหตุทำให้สุนัขตายน่าจะเกิดจากยาทั้ง 12 เม็ดจริง รอเพียงผลตรวจยืนยันเท่านั้น และกำลังเร่งทำสำนวนประกอบการดำเนินคดี

โดยขณะนี้คดีคืบหน้าไปมาก 90% แล้ว หลังจากนี้ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ยาเม็ดที่พบในกระเพาะสุนัข และ เตรียมออกหมายเรียกนักศึกษาแพทย์มารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมสอบปากคำดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจำเป็นต้องออกหมายเรียก เนื่องจากขณะนี้ไม่สามารถติดต่อตัวนักศึกษาแพทย์ได้เลย

กรณีที่มีกระแสข่าวว่า นักศึกษาแพทย์เจ้าของสุนัข หลบเลี่ยงติดต่อไม่ได้ นั้น พ.ต.ท.พิชัย กล่าวว่า การติดตามตัวเจ้าของสุนัข พนักงานสอบสวนคงไม่ต้องติดต่อไป ตอนนี้ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานให้มันชัดเจนครบถ้วนแล้วจะออกเป็นหมายเรียกไปตามกระบวนการขั้นตอนวิธีปฏิบัติ ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่มีรับการประสานหรือติดต่อมาจากน้องเจ้าของสุนัขมาแต่อย่างใด

ส่วนเรื่องการพยายามหลบเลี่ยงอะไรนั้น ตำรวจเราไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ซึ่งความจริงแล้วไม่ต้องหลบ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้ไปกวนอะไร และที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เจอเขาเพราะเราอยู่ต่างท้องที่อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าตำรวจไปหาแล้วเขาหลบเลี่ยงไม่ใช่อย่างนั้น คือตอนนี้ยังไม่เจอและไม่ได้ประสานมา

“ หากจะมาพบพนักงานสอบสวนก่อนการออกหมายเรียก ตำรวจก็ยินดีไม่มีปัญหาและเป็นการดีด้วยซ้ำ ตำรวจจะได้สอบปากคำ ส่วนเขาจะให้ข้อมูลหรือให้การอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา คดีนี้พนักงานสอบสวนยืนอยู่ตรงกลาง ทำอย่างตรงไปตรงมา เพราะไม่ได้รู้จักทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งหากผู้ปกครอง บิดา มารดา จะพามาพบพนักงานสอบสวนก็ยินดีเสมอ” พ.ต.ท.พิชัย กล่าว ในตอนท้าย

ทางด้าน สัตวแพทย์หญิงอนงค์นาถ สุตธรรม เจ้าของโรงพยาบาลสัตว์เซ็นเตอร์เพ็ท อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผู้ผ่าชันสูตรซากสุนัขที่ตาย กล่าวว่า หากผลตรวจออกมาว่ายาบางส่วนเป็นยาวิตามินจริงตามที่นักศึกษาแพทย์กล่าวอ้าง แต่การให้กินยาหลายเม็ดในวันเดียว นั้น เป็นเรื่องผิดธรรมชาติ รวมถึงยาลดความดันที่ใช้กับคน ปกติ 1 เม็ด ใช้กับคนน้ำหนัก 50 กิโลกรัม แต่พบยาลดความดัน 3-4 เม็ดในสุนัขน้ำหนักแค่ 2.3 กิโลกรัม จึงเชื่อว่าเป็นสาเหตุทำให้สุนัขตายได้


4 จากทั้งหมด 4 รูป
ข่าวอื่นในหมวด
กำลังโหลดความคิดเห็น...