xs
xsm
sm
md
lg

พัทยายังต้องเน่าอีกนาน...หากยังไม่รีบแก้ไขมีหวังเข้าข่ายเสื่อมโทรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ศูนย์ข่าวศรีราชา - พัทยายังต้องเน่าอีกนาน หากยังไม่รีบแก้ไขมีหวังเข้าข่ายเสื่อมโทรม ชี้ระบบบำบัดเสื่อมสภาพ หลังใช้งานมานานกว่า 18 ปี ส่งผลให้คุณภาพน้ำ (BOD) ที่ปล่อยลงสู่ทะเลใกล้เกินมาตรฐาน หากยังไม่รีบแก้ไขมีหวังเข้าข่ายเสื่อมโทรม

ซี แซนด์ ชัน แอน เซอร์วิส สโลแกนของเมืองพัทยา ที่บ่งบอกถึงการเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่มีความพร้อมสูงมากในทุกๆ ด้านของพัทยา สร้างชื่อเสียง และนำเม็ดเงินมูลค่ามหาศาลเข้าประเทศมานานหลายปี กระทั่งไม่นานมานี้ อาการเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาน้ำเน่าได้ปรากฏออกมาอย่างเด่นชัด

ขณะที่แผนการแก้ไขมากมายที่วางกันมาหลายสมัยทั้งใหม่ และเก่ากลับมัวติดขัดด้วยอุปสรรคนานาประการ…การเสื่อมสลายของ SEA หรือ SAND นี้ อาจทำให้การเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของพัทยาถึงกาลอวสานได้ หรือมิเช่นนั้นก็ไม่ต้องขายความงามทางธรรมชาติกันอีกต่อไป

พัทยา เมื่อหลายปีก่อน คงยังจำได้ถึงภาพโค้งหาดทรายยาวทอดตัวลาดสู่ท้องทะเลเชื่อมต่อแผ่นดินกับพื้นน้ำในอ่าวพัทยา ซึ่งสะท้อนสีครามใสรับกับท้องฟ้าโปร่ง ริมถนนเลียบชายหาดก็เรียงรายอยู่ด้วยร้านค้า และสถานบริการ ที่พร้อมตอบสนองความต้องการ และสร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้เดินทางมาพักผ่อน …

ธรรมชาติกับเมืองยืนอยู่เคียงข้าง และควบคู่กัน แต่ถ้ากลับไปพัทยาในวันนี้ จะได้ภาพอีกแบบหนึ่ง แม้ทะเลจะยังคงวาดวงเว้าเป็นอ่าวอยู่เช่นเดิม แต่แนวหาดทรายก็หายไป มีเพียงคันเขื่อนคอนกรีตกั้นไว้ ท้องทะเลมีริ้วสีดำของน้ำจากท่อต่างๆ

นายสมภพ วันดี ผู้อำนวยการส่วนจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการช่างเมืองพัทยา เผยว้า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำเสียพัทยาสุ่มเสี่ยงวิกฤตหนักขึ้นกว่าเดิม ระบบบำบัดเริ่มเสื่อมสภาพหลังใช้งานมานานกว่า 18 ปี ส่งผลให้คุณภาพน้ำ (BOD) ที่ปล่อยลงสู่ทะเลใกล้เกินมาตรฐาน เมืองพัทยา ชี้แจงว่า ระบบบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยา สามารถรับน้ำเสียได้เพียงวันละ 6.5 หมื่น ลบ.ม. แต่น้ำเสียเพิ่มสูงถึง 8 หมื่นกว่า ลบ.ม.ต่อวัน โดยผู้บริหารเมืองพัทยา กำลังเร่งดำเนินการแก้ไข แต่การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นที่ต้องจัดการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ก่อนเสนอโครงการไปยังภาครัฐ ซึ่งต้องใช้เวลา และงบประมาณพอสมควร

อย่างไรก็ตาม สำหรับปัญหาการปล่อยน้ำเสียลงสู่ชายหาดพัทยาใต้ในช่วงที่ผ่านมา เป็นเพราะระบบท่อระบายที่รองรับน้ำเสียนั้นเป็นการใช้ระบบท่อเดียวกับการรับน้ำฝน ซึ่งเป็นกรณีที่มีการใช้ในลักษณะนี้กันโดยสากล แต่ด้วยปัญหาการชำรุดของสถานีสูบน้ำ และเครื่องจักรบางส่วน โดยเฉพาะสถานีสูบบริเวณถนนสายชายหาด จึงทำให้มีน้ำเสียค้างท่อจำนวนมากขึ้น เมื่อผสมกับน้ำฝนช่วงมรสุมที่ไหลมารวม และเอ่อล้นลงสู่ทะเล จึงทำให้น้ำมีลักษณะขุ่นข้นดำ มีกลิ่น และมีเศษสิ่งปฏิกูลออกมาด้วยในช่วงแรก แต่หลังจากผ่านไปได้ระยะหนึ่งแล้วสถานการณ์ก็เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

ที่ผ่านมา เมืองพัทยาได้ดำเนินการขอจัดสรรงบประมาณเพื่อทำการปรับปรุงสถานีสูบเพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ขณะที่ในระยะยาวจะมีการพัฒนาขีดความสามารถในการรองรับปัญหาน้ำเสียอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยจะมีการขยายความสามารถในการรองรับน้ำเสียให้ได้ 1.2-1.5 แสน ลบ.ม./วัน ที่โรงบำบัดวัดหนองใหญ่ แต่การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นที่ต้องจัดการรายงานผล กระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ก่อนเสนอโครงการไปยังภาครัฐ ซึ่งต้องใช้เวลา และงบประมาณพอสมควร

ปัจจุบันเ มืองพัทยามีระบบบำบัดน้ำเสียที่เปิดให้บริการอยู่ 2 แห่ง คือ 1.ระบบบำบัดน้ำเสียหาดพัทยา ตั้งอยู่ที่ซอยหนองใหญ่ หมู่ที่ 6 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการประมาณ 32.6 ตารางกิโลเมตร เป็นระบบตะกอนเร่ง (Activated Sludge : AS) สามารถบำบัดน้ำเสียได้ 65,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน เปิดดำเนินการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2543 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างจากกองทุนสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เป็นเงิน 1,800 ล้านบาท

2.ระบบบำบัดน้ำเสียหาดจอมเทียน ตั้งอยู่ในซอยวัดบุณย์กัญจนาราม หมู่ที่ 12 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร ใช้การบำบัดแบบตะกอนเร่ง (Activated Sludge : AS) สามารถบำบัดน้ำเสียได้ 20,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างจากกรมโยธาธิการ เป็นเงินจำนวน 360 ล้านบาท เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2537 และได้มีการปรับปรุงระบบแห่งนี้เมื่อปี 2546 โดยมีงบประมาณการปรับปรุง 146 ล้านบาท

หากผู้ที่เกี่ยวข้องยังปล่อยไว้เช่นนี้ ซึ่งยังไม่รู้ว่าขั้นตอนในการดำเนินการแก้ไขปัญหา รวมถึงการจัดการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อเสนอไปยังภาครัฐนั้นต้องใช้เวลานานอีกเท่าไหร่ พัทยา คงต้องเน่าไปอีกนาน



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...