xs
sm
md
lg

สั่งปิด"ศูนย์พักพิงเพื่อนใจ พัทยา" เหตุไม่ได้รับอนุญาตเปิดกิจการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:

ศูนย์ข่าวศรีราชา - พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ชลบุรี ร่วมกับเทศบาลเมืองหนองปรือ พดส.ภ.2 และ ตำรวจหนองปรือ แจ้งดำเนินคดีปิดศูนย์รับเลี้ยงเด็กกำพร้า “ศูนย์พักพิงเพื่อนใจ พัทยา” Shelter Center Pattaya หลังได้รับการร้องเรียน ก่อนเรียกผู้ดูแลศูนย์ฯชี้แจง พร้อมเปรียบเทียบปรับ 5,000 บาท ฐานดำเนินกิจการสถานสงเคราะห์เด็กโดยไม่ได้รับอนุญาต

วันนี้ (7 ส.ค.) นางกานดา ดีปาน นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย น.ส.อรุณรัตน์ บุญเกิด นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ เทศบาลเมืองหนองปรือ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และปราบปรามการค้ามนุษย์ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพทั่วไปและความเป็นอยู่ของเด็กใน “ศูนย์พักพิงเพื่อนใจ พัทยา” Shelter Center Pattaya ตั้งอยู่เลขที่ 35/1-2 ม.13 ซอยบ้านมาตาโต้ 1 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ภายหลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมคลิปวิดีโอ ความเป็นอยู่ภายในศูนย์ดังกล่าวจากพลเมืองดีว่าไม่ได้มาตรฐาน และเปิดทำการโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง

จากการตรวจสอบพบว่าศูนย์ดังกล่าวปลูกอยู่บนพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ก่อสร้างเป็นบ้านพัก 2 อาคาร มีการจัดสรรพื้นที่เป็นสวนสนุกสำหรับเด็ก และพื้นที่จำหน่ายสินค้าที่ได้รับมาจากการบริจาค พร้อมกั้นรั้วรอบขอบชิด โดยมีเด็กในความดูแลของศูนย์รวมทั้งสิ้น 6 คน อายุระหว่าง 1 -3 ขวบ แบ่งเป็นเด็กชาย 2 คนและเด็กหญิง 4 คน พร้อมด้วยพนักงานดูแลเด็กภายในศูนย์ 4 คน ซึ่งสภาพโดยรอบของศูนย์ดังกล่าวค่อนข้างจัดสรรได้เป็นสัดเป็นส่วนชัดเจน แต่ไม่มีการจดทะเบียนหรือได้รับอนุญาตเปิดสถานสงเคราะห์ตามกฎหมาย

ด้าน น.ส.สุนันทา แก้วเมืองเพชร อายุ 38 ปี ในฐานะผู้ก่อตั้งศูนย์พักพิงเพื่อนใจพัทยา เล่าว่าศูนย์แห่งนี้เปิดทำการได้กว่า 4 ปีแล้ว โดยทำงานในลักษณะการกุศลช่วยเหลือสังคม ที่เปิดรับเด็กกำพร้าและเด็กส่วนหนึ่งที่ผู้ปกครองไม่พึงประสงค์เพื่อนำมาเลี้ยงดูชั่วคราว

โดยได้งบประมาณช่วยเหลือจากผู้ใจบุญชาวต่างชาติ รวมถึงองค์กรต่างๆ ที่มีจิตสาธารณกุศลในพื้นที่ ที่คอยให้ความช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่าย ทั้งค่าเช่าบ้าน อาหารและนมเด็ก รวมถึงค่าจ้างเจ้าหน้าที่ และค่าใช้จ่ายจิปาถะ นอกจากนี้ รายได้ส่วนหนึ่งยังมาจากการจำหน่ายสิ่งของบริจาคจากประชาชน โดยศูนย์ฯนี้ทำงานในลักษณะเป็นกลุ่มเอ็นจีโอ ที่ไม่หวังผลกำไรใดๆจึงมีผู้สนใจบริจาคสิ่งของมาเป็นจำนวนมาก

สำหรับเด็กที่ดูแลภายในศูนย์ฯ ก่อนหน้านี้ได้รับการประสานงานจากบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี ได้จัดส่งเด็กที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิแห่งหนึ่งมายังศูนย์ฯ เพราะเป็นกลุ่มเด็กที่มีอาการป่วย หรือพ่อแม่ไม่พึงประสงค์ดูแล ซึ่งมูลนิธิไม่อยากรับไว้ดูแล ขณะที่องค์กรของรัฐก็มีปริมาณเด็กเกินความสามารถในการดูแลเช่นกัน

แม้ที่ผ่านมา จะพยายามติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมสนับสนุนหรือหาแนวทางช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ได้รับการประสานจากหน่วยงานใดๆ รวมไปถึงการเปิดเป็นมูลนิธิในการดูแลเด็กอย่างถูกต้อง แต่ก็ไม่มีหน่วยงานใดให้ความช่วยเหลือ ด้วยความรักและเมตตาจึงได้ดูแลเด็กมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินคดี ซึ่งจากนี้คงจะต้องส่งมอบเด็กให้กับหน่วยงานรัฐไป ขณะที่ศูนย์ฯคงขอน้อมรับตามการรับแจ้งและคงต้องปิดตัวลงในที่สุด

ขณะที่ นางกานดา ดีปาน นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี เผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านพร้อมหลักฐานเป็นคลิป ที่บันทึกภาพเด็กในศูนย์ฯดังกล่าวนุ่งผ้าอ้อมอนามัยอเนกประสงค์กำลังปีนป่ายเสา ซึ่งมองว่าไม่ปลอดภัย จึงลงพื้นที่ตรวจสอบและทำตามขั้นตอนในกระบวนการการทำงานของระบบข้าราชการตามลำดับ เรื่องดังกล่าวมองว่า เป็นการแบ่งเบาภาระของภาครัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีแต่ต้องมีการดำเนินการอย่างถูกต้องด้วย

น.ส.อรุณรัตน์ บุญเกิด นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ เทศบาลเมืองหนองปรือ เปิดเผยว่าที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนเรื่องศูนย์ฯแห่งนี้มาโดยตลอดเรื่องของมาตรฐาน และการเปิดดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่เห็นว่าเป็นการช่วยเหลือสังคมทางหนึ่งจึงให้โอกาสทางศูนย์ฯไปเร่งดำเนินการตามขบวนการ แต่สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไปนานหลายปี ประกอบกับมีการร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจสอบดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันก่อนเปรียบเทียบปรับจำนวน 5,000 บาท ในฐานความผิดเป็นผู้ประกอบการและดำเนินกิจการสถานสงเคราะห์เด็กโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมตามลำดับ ก่อนจะได้นำตัวเด็กทั้งหมดกลับไปดูแลโดยหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบโดยตรงต่อไป





6 จากทั้งหมด 6 รูป
กำลังโหลดความคิดเห็น...