xs
sm
md
lg

ลูกชายจูงพ่อวัย 69 ชาวเชียงใหม่โวยโดนสวมรอยลงทะเบียนเปิดมือถือหลอกซื้อรถหรู-ตร.เรียกตัวรับข้อกล่าวหา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - ลูกชายจูงพ่ออายุ 69 ปีร้องขอความเป็นธรรมถูกมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อนำหลักฐานไปลงทะเบียนเปิดใช้ซิมโทรศัพท์มือถือของดีแทคในพื้นที่ภาคอีสาน แถมนำไปใช้ก่อเหตุหลอกซื้อรถยนต์หรูแล้วเชิดหลบหนีไปที่จังหวัดอุบลราชธานี จนล่าสุดโดนพนักงานสอบสวนเชิญตัวให้ไปรับข้อกล่าวหาในวันที่ 17 ก.ค. 60 นี้ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็น และไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือมานานร่วม 2 ปีแล้ว ขณะที่คนทั้งหมู่บ้านยืนยันอยู่แต่บ้านทำนาไม่เคยออกนอกพื้นที่ ครวญฐานะยากจนแต่กลับต้องมาดิ้นรนหาเงินนำไปใช้แก้ข้อกล่าวหา วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรม เชื่อจุดเริ่มมาจากการลงทะเบียนเปิดใช้ซิมโทรศัพท์มือถือของผู้ให้บริการมีปัญหา

วันนี้ (10 ก.ค. 60) นายเสกสรร สิงห์คะราช อายุ 30 ปี พร้อมนายสมบูรณ์ สิงห์คะราช อายุ 69 ปี สองพ่อลูกชาวตำบลหนองตอง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ร้องขอความเป็นธรรมผ่านผู้สื่อข่าว กรณีที่ถูกมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อของนายสมบูรณ์นำไปลงทะเบียนเปิดใช้ซิมโทรศัพท์มือถือของดีแทค จากนั้นนำไปใช้ในการโทรศัพท์ติดต่อซื้อรถยนต์ราคาแพงจากผู้เสียหายแล้วหลบหนีไปในพื้นที่อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
 
ซึ่งทำให้นายสมบูรณ์ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายด้วย เนื่องจากล่าสุดได้รับการติดต่อจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ให้นายสมบูรณ์เดินทางไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีดังกล่าว ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นใดๆ ทั้งสิ้นในคดีดังกล่าว

นายเสกสรรเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 60 นายสมบูรณ์ ผู้เป็นพ่อของตัวเองได้รับหมายเรียกให้เดินทางไปให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการซื้อรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ราคาตกลงซื้อขาย 6 แสนบาท โดยมิจฉาชีพโทร.ติดต่อซื้อขายรถยนต์คันดังกล่าวกับผู้เสียหาย จากนั้นได้มีการส่งข้อความปลอมว่าได้มีการโอนเงินให้จนทำให้ผู้ขายหลงเชื่อทำสัญญาและส่งมอบรถให้กลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งกว่าจะมีการตรวจสอบพบว่ายังไม่มีการโอนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชี กลุ่มมิจฉาชีพก็ได้นำรถคันดังกล่าวหลบหนีไปแล้ว
 
ทั้งนี้ หลังจากนั้นผู้เสียหายได้มีการแจ้งความและตรวจสอบพบว่าเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อซื้อขายนั้นได้มีการลงทะเบียนโดยใช้บัตรประชาชนของนายสมบูรณ์ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ออกหมายเรียกไปให้ปากคำในฐานะพยานแล้วครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดรับการติดต่อมาอีกครั้งให้นายสมบูรณ์ไปรับทราบข้อกล่าวหาในคดีดังกล่าวในวันที่ 17 ก.ค. 60 นี้ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ทางครอบครัวรู้สึกร้อนใจและได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะนายสมบูรณ์ไม่เคยลงทะเบียนเปิดใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือดังกล่าว แต่กำลังจะต้องตกเป็นผู้ต้องหา ซึ่งที่ผ่านมาได้เคยพยายามร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่เพื่อขอความเป็นธรรมแล้ว
 
นอกจากนี้ยังได้ติดต่อไปยังทางดีแทคที่เป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวให้ช่วยตรวจสอบด้วยว่ามีการแอบอ้างชื่อและนำหลักฐานของนายสมบูรณ์ไปลงทะเบียนเปิดใช้ซิมโทรศัพท์มือถือของดีแทคได้อย่างไร แต่จนถึงเวลานี้ยังไม่ได้รับรายละเอียดที่ชัดเจนแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน นายเสกสรรบอกด้วยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือน ก.ค. 59 ที่ผ่านมา นายสมบูรณ์เคยได้รับหมายเรียกให้ไปเป็นพยานในกรณีลัษณะเดียวกันนี้มาแล้วครั้งหนึ่งจากสถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม กรุงเทพฯ โดยกรณีนั้นมีผู้ที่แอบอ้างชื่อของนายสมบูรณ์นำไปลงทะเบียนเปิดใช้ซิมโทรศัพท์มือถือของดีแทคเช่นกัน แล้วนำไปใช้ในการติดต่อซื้อรถจักรยานยนต์ฮาร์เลย์เดวิดสัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ
 
ซึ่งนายสมบูรณ์ได้เข้าให้ปากคำต่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นใดๆ กับเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าว และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานด้วยที่สถานีตำรวจภูธรหนองตอง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่  จากนั้นกรณีดังกล่าวนั้นได้ยุติไป กระทั่งมาเกิดกรณีเดียวกันนี้อีกครั้ง

ทั้งนี้ นายเสกสรรยืนยันว่า นายสมบูรณ์ ผู้เป็นพ่อ ไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือมานานประมาณ 2 ปีแล้ว และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นกับมิจฉาชีพที่ก่อเหตุแต่อย่างใด โดยเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาจากปัญหาการลงทะเบียนเปิดใช้ซิมโทรศัพท์มือถือของผู้ให้บริการที่ปล่อยให้มีผู้นำหลักฐานของนายสมบูรณ์ไปใช้แอบอ้างลงทะเบียนได้
 
จากการตรวจสอบเบื้องต้นกับทางผู้ให้บริการพบว่ามีเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ชื่อของนายสมบูรณ์ลงทะเบียนอีกหลายเบอร์ และเป็นการเปิดเบอร์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งๆ ที่นายสมบูรณ์ไม่เคยเดินทางออกนอกพื้นที่เลย และมีผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งคนทั้งหมู่บ้านให้การรับรองยืนยันได้
 
ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวเดือดร้อนมาก เพราะฐานะยากจน ไม่มีเงินมากมายที่จะนำมาใช้จ่ายเพื่อแก้ข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริงให้กับตัวเอง จึงต้องการร้องขอความเป็นธรรมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการประสานกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในการให้ความกระจ่างชัดว่าปล่อยให้มีการแอบอ้างชื่อบุคคลอื่นไปลงทะเบียนเปิดใช้ซิมโทรศัพท์มือถือได้อย่างไร และผู้ที่แอบอ้างเป็นผู้ใด เพื่อนำไปสู่การจับกุมตัวคนร้ายที่แท้จริง







8 จากทั้งหมด 8 รูป
กำลังโหลดความคิดเห็น...