xs
xsm
sm
md
lg

ผอ.รพ.ขอนแก่นยันผลตรวจ DNA อสุจิเป็นของชาย 2 คน เตรียมส่ง สบส.เอาผิดทาง กม.(ชมคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น
ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ผอ.รพ.ขอนแก่นแถลงข่าวอีกครั้ง ยืนยันผลการตรวจ DNA อสุจิที่ตรวจยึดได้จากด่านพรมแดนหนองคายเป็นของคนจำนวน 2 คน แต่ไม่ระบุว่าเป็นของต่างชาติหรือของคนไทย เตรียมส่งเรื่องไปยังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย



ภายหลังโรงพยาบาลขอนแก่นได้รับถังไนโตรเจนบรรจุหลอดอสุจิจากสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย ซึ่งได้ตรวจยึดมาจากผู้ต้องหาที่บริเวณด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จ.หนองคาย เพื่อให้ตรวจยืนยันว่าสิ่งนั้นเป็นอสุจิจริงตามคำให้การของผู้ต้องหาหรือไม่ หรือเป็นอย่างอื่น

โดยทางโรงพยาบาลขอนแก่นได้แถลงข่าวยืนยันผลตรวจไปเมื่อวันเสาร์ที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ของเหลวที่บรรจุในถังไนโตรเจนเป็นอสุจิมนุษย์ทั้ง 6 หลอดจริง และจำเป็นต้องมีการตรวจดีเอ็นเอเพิ่มเติมเพื่อเป็นการยืนยันหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในการเปรียบเทียบหาเจ้าของที่แท้จริง

ล่าสุดเมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้ (26 เม.ย.) ที่ห้องประชุมแก่นเงิน อาคารสมเด็จพระเทพฯ โรงพยาบาลขอนแก่น นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ได้เปิดแถลงข่าวอีกครั้ง โดยระบุว่าผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์พบว่าอสุจิทั้ง 6 หลอดเป็นของมนุษย์จริงตามที่ตรวจพิสูจน์ แต่ตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นของกี่คน ตอนนี้ได้ผลชัดเจนแล้วว่าเป็นอสุจิของคน 2 คน สามหลอดแรกของคนแรก สามหลอดหลังเป็นของอีกคน

“เราได้ตรวจพิสูจน์ตามกระบวนการตรวจหาดีเอ็นเอ มีการแยกระบุชัดเจนเก็บไว้เป็นหลักฐานเทียบกับบุคคลที่สงสัยเป็นเจ้าของอสุจิ สามารถเจาะเลือดที่จะสามารถตรวจหาดีเอ็นเอจากบุคคลมาเทียบกับสิ่งที่เรามีอยู่ในวัตถุพยานได้ ซึ่งสามารถเทียบกันกับเจ้าของที่แท้จริงได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์” นพ.ชาญชัยกล่าว และว่า

ทั้งนี้ ผลการตรวจดีเอ็นเอที่ได้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นของคนต่างชาติ เพราะผลที่ได้ไม่ระบุขนาดนั้น และไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้น เพราะสามารถที่จะนำเอาไปตรวจเทียบกับบุคคลที่ต้องสงสัยได้อยู่แล้ว

นพ.ชาญชัยกล่าวย้ำว่า ในทางการแพทย์มีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้ได้พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อที่จะส่งข้อมูลหลักฐานที่ได้มอบให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของเทคโนโลยีด้านการเจริญพันธุ์ ถือว่าประเทศไทยก้าวหน้ามากเทียบเท่ากับประเทศที่มีการพัฒนาอย่างสหรัฐอเมริกา เพียงแต่ว่ากฎหมายประเทศไทยไม่ส่งเสริมการอุ้มบุญเท่านั้น
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...