xs
xsm
sm
md
lg

ปฐมบท AEC! ทุนชนกลุ่มน้อยขยับ ยึดจุดยุทธศาสตร์รัฐฉานยันกะเหรี่ยง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ท่าขี้เหล็ก
ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ที่เริ่มต้นตั้งแต่สิ้นปี 58 เป็นต้นไป นับเป็นปฐมบทที่จะก่อให้เกิดพลวัตการเปลี่ยนแปลงทั้งบวก-ลบ ในทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองในพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทย และเพื่อนบ้านตั้งแต่เหนือจดใต้อย่างแน่นอน

ที่นี่!!มีผู้บริโภครวมกันเกือบ 600 ล้านคน และถ้ารวมจีน-อินเดีย ที่มีประชากรแต่ละประเทศมากกว่า 12,00-1,300 กว่าล้านคน นั่นหมายถึงตลาดผู้บริโภคกว่าครึ่งโลก
...
ในเชิงภูมิศาสตร์ “ไทย” เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ มีพื้นที่เชื่อมต่อกับภาคีสมาชิกทุกทิศทาง ด้านเหนือ และตะวันตก ติดต่อกับพม่า ตะวันออกติดกับ สปป.ลาว และกัมพูชา ทิศใต้ติดกับมาเลเซีย ที่มีมูลค่าการค้าระหว่างรวมกว่า 1 ล้านล้านบาท/ปี นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางเชื่อมโยงไปยังจีน อินเดีย เวียดนาม สิงคโปร์ และประเทศอื่นๆ ได้ด้วย

และช่วงปี 2558-2559 รัฐบาลไทยได้เลือกประตูการค้าหลักที่มีมูลค่าการค้าชายแดน-ผ่านแดนสูงสุด หรือเป็นเมืองหน้าด่าน เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ รองรับการเข้าสู่เออีซี ซึ่งในพื้นที่ภาคเหนือมี 2 พื้นที่ คือ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก (แม่สอด พบพระ แม่ระมาด) ติดกับเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ของพม่า ที่อยู่ในแผนพัฒนาระยะที่ 1 และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย (แม่สาย เชียงแสน เชียงของ) ติดกับท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน ของพม่า และแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าการดำเนินการ “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษฯ” ในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ เกี่ยวพันกับชนกลุ่มน้อย และสถานการณ์ทางการเมืองของพม่าอย่างมีนัยสำคัญแบบเลี่ยงไม่พ้น !!

ผ่ากองกำลังชนกลุ่มน้อย-ทุนกะเหรี่ยงผุดบริษัทยักษ์ “ผาอัน”

ในพื้นที่ตรงข้ามเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก ที่เชื่อมต่อกับเมียวดี-ผาอัน-เมาะละแหม่ง (เมาะลำไย) รวมไปถึงกรุงย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าของพม่า-บังกลาเทศ-อินเดีย-ยุโรปตะวันออก (ส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก หรือ East-West Economic Corridor ; EWEC) นั้น มีชนกลุ่มน้อยที่ทรงอิทธิพลอยู่ 5 กลุ่มสำคัญ คือ

1.กองกำลัง BGF หรือพิทักษ์ชายแดน ภายใต้การนำของนายพลหม่องชิต ตู่ ที่มีเขตอิทธิพลในพื้นที่ตรงข้าม อ.แม่สอด อ.แม่ระมาด จ.ตาก ในพื้นที่ จ.เมียวดี จ.กอกะเร็ก และ จ.ผาอัน

2.กลุ่มกะเหรี่ยงสันติภาพ ของ พ.อ.เตเร เมียะ บุตรชายนายพลโบเมียะ อดีตประธานาธิบดีสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอิสระ (KNU) อยู่ตรงข้ามบ้านวังตะเคียน และบ้านท่าอาจ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก

3.กลุ่มสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอิสระ KNU ที่มี พล.อ.มูตูเส่ เป็นประธานาธิบดี และนายพลจ่อนี่ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีกองกำลังทหารตามแนวชายแดนไทย-พม่า ตรงข้าม อ. ท่าสองยาง และ อ.แม่สอด

4.กองกำลังของนายพลเนอดา เมียะ บุตรชายอีกคนของนายพลโบเมียะ ที่ก่อตั้งกองกำลงทหาร ตรงข้าม อ.อุ้มผาง จ.ตาก

และ 5.กองกำลังทหารกะเหรี่ยง DKBA หรือกะเหรี่ยงพุทธ ภายใต้การนำของนายพลนะคะมวย หรือนายพลซอละป่วย ซึ่งมีกองกำลังทหารอยู่ตามแนวชายแดนด้าน อ.พบพระ อ.อุ้มผาง จ.ตาก รอยต่อไปถึงด้านตรงข้าม จ.กาญจนบุรี
บรรยากาศถนนทั่วไปในท่าขี้เหล็ก-รัฐฉาน
หลายสิบปีที่ผ่านมา ทั้งคน-สินค้าที่ลำเลียงผ่านพื้นที่ดังกล่าวต้องผ่านเขตอิทธิพลของกองกำลังชนกลุ่มน้อยเหล่านี้

ขณะเดียวกัน รัฐบาลพม่า ได้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเมียวดี (Myawadi Border Trade Zone) ขึ้นมา เพิ่มขีดความสามารถของเมืองหน้าด่านชายแดนตะวันออกแห่งนี้อีกทางหนึ่ง

โดยใช้พื้นที่บริเวณ 2 ฝั่งถนนเมียวดี-กอกะเร็ก-ผาอัน-เมาะละแหม่ง/ย่างกุ้ง รวม 600-700 เอเคอร์ หรือประมาณ 1,500-1,750 ไร่ ตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเมียวดี ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำเมย เข้าไปประมาณ 11.5 กม. เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างพม่ากับไทย และจัดระเบียบการค้าให้เป็นไปตามหลักสากลเพื่อสร้างรายได้ให้แก่รัฐบาลพม่า ตลอดจนเป็นการรองรับการขยายตัวของเส้นทาง เศรษฐกิจ EWEC

ติ่นตินเมี๊ยะ หรือที่เรียกขานกันว่า “มะติ่นติน” (แปลว่าพี่ติ่นติน) ประธานหอการค้าเมียวดี ซึ่งเป็นนักธุรกิจชั้นแนวหน้าของเมียวดี ที่มีกิจการทั้งนำเข้า-ส่งออก และขนส่ง ฯลฯ บอกว่า เขตเศรษฐกิจเมียวดีเป็นเขตเศรษฐกิจชายแดนแห่งที่ 2 ของพม่าที่เปิดขึ้น หลังจากที่เปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษมูเซ ชายแดนพม่า-จีน เมื่อปี 2549 คู่กับเขตเศรษฐกิจชายแดนเจียก้าว เมืองรุ่ยลี่ เขตปกครองตนเองชนชาติไต-จิงโพ่ แห่งเต๋อหง มณฑล ยูนนาน สป.จีน

รัฐบาลพม่าได้ให้สัมปทาน 5 บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ของพม่าเข้ามาลงทุนในระยะเวลา 30 ปี ประกอบด้วย บริษัท Asia Wealth, บริษัท Eden Construction, บริษัท Ngwe Sin Construction, บริษัท Shwe Nagar Min Construction และบริษัท Lah Construction

โดยบริษัท Asia Wealth ได้รับสัมปทานก่อสร้างอาคารของส่วนราชการในพื้นที่เขตเศรษฐกิจฯ ทั้งหมด, Eden Construction ได้สัมปทานก่อสร้างอาคารพาณิชย์ คลังสินค้านำเข้า-ส่งออก, Ngwe Sin Construction รับสัมปทานก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัย, Hall แสดงสินค้า โรงแรม ห้องเย็น คลังสินค้าบางส่วน และ Shwe Nagar Min Construction รับสัมปทานก่อสร้างที่อยู่อาศัย เช่นเดียวกับบริษัท Lah Construction

“ทั้งหมดนี้จะเป็นเขตปลอดภาษี รวมเนื้อที่ 466 เอเคอร์ หรือ 1,165 ไร่ ส่วนที่เหลือจะเป็นพื้นที่รองรับการลงทุนภาคอุตสาหกรรม ซึ่งที่ผ่านมา มีกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาดูพื้นที่ และสนใจที่จะเข้ามาลงทุนมาก ส่วนอาคารพาณิชย์ที่เห็นเกือบทั้งหมด มีการจับจองเกือบทุกยูนิตแล้วเช่นกัน ในราคาประมาณ 1 ล้านบาทเศษต่อยูนิต”
สะพานพม่าลาวในปัจจุบัน
หลังจากเขตเศรษฐกิจฯ เมียวดีเปิดใช้อย่างเป็นทางการ สินค้านำเข้า-ส่งออกผ่านพรมแดนแม่สอด-เมียวดี จะต้องเข้าสู่ระบบทั้งหมด แผนงานต่อไปยังจะมีการก่อสร้างคลังสินค้าหลายแห่ง โรงแรมระดับ 5 ดาว 2 แห่ง และศูนย์แสดงสินค้าในบริเวณเดียวกัน หลังจากนั้น จะเตรียมเข้าไปพัฒนาพื้นที่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมหนัก และอุตสาหกรรมเบา

โดยคาดหมายกันว่า เขตเศรษฐกิจแห่งนี้จะทำให้ยอดการค้าผ่านพรมแดนเมียวดี เพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี จากที่ผ่านมา ตัวเลขในมือของทางการพม่า มียอดการค้าเพียง 150 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือประมาณปีละ 5,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น

นอกจากนี้ พม่ายังเปิดเขตเศรษฐกิจเมืองทะวิน ติดชายแดนบังกลาเทศ และเขตเศรษฐกิจชายแดนทามู ติดกับชายแดนอินเดียอีก 2 แห่งด้วย

และล่าสุด กลุ่มนักธุรกิจแถวหน้าในหอการค้าฯ-สภาอุตสาหกรรมรัฐกระเหรี่ยง ยังได้รวมกลุ่มกันตั้งบริษัท KSD ( Kayin State Development Co.,Ltd Public ) ในรูปแบบบริษัทมหาชนในเมืองผาอัน เมืองหลวงรัฐกะเหรี่ยง ทำธุรกิจเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างพื้นฐานในรัฐกะเหรี่ยงทั้งหมด

ขณะที่กองกำลังติดอาวุธกะเหรี่ยงอิสระ (KNU) ก็จับมือกับกลุ่มธุรกิจในย่างกุ้ง เปิดบริษัทขึ้นมาดำเนินธุรกิจบนเส้นทางสายนี้อย่างเป็นทางการแล้วด้วย ซึ่งแน่นอนว่า รัฐบาล (ชุดปัจจุบัน) พม่า ย่อมรับรู้ในรายละเอียดความร่วมมือที่เกิดขึ้นเช่นกัน

ธุรกิจชนกลุ่มน้อยเบ่งบานเต็มท่าขี้เหล็ก

ส่วนพื้นที่ตรงข้ามเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย โดยเฉพาะรัฐฉานของพม่า ซึ่งเป็นพื้้้นที่ขนาดใหญ่ติดภาคเหนือ-ภาคะวันตกของไทย (ส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ หรือ North-South Economic Corridor ; NSEC) ก็มีชนกลุ่มน้อยต่างๆ มากมาย ทั้งที่เคยต่อสู้ และเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลพม่า

และขณะนี้มีกองกำลังอยู่ 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่ม SSASหรือกลุ่ม RCSS (สภากอบกู้รัฐฉาน Restoration Council of Shan State) กลุ่มกองกำลังไทใหญ่เหนือ SSA-N กลุ่มว้าแดง (กองทัพสหรัฐว้า United Wa State Army- UWSA) และกลุ่มจายลืน (กองทัพพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ -NDAA)
น.ส.ผกายมาศ เวียร์ร่า ประธานหอการค้า อ.แม่สาย
ซึ่งพื้นที่แถบนี้กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

โดยเฉพาะท่าขี้เหล็ก ที่อยู่ติดกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ถือเป็นประตูการค้าที่สำคัญสู่ภาคเหนือของรัฐฉานนั้น รัฐบาลพม่าให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ดูได้จากการจัดงานของชนกลุ่มน้อยต่างๆ ที่ตามปกติจะไม่เป็นที่รับรู้ของบุคคลภายนอกมากนัก แต่เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.58 ที่ผ่านมา พล.ท.ตาน ทอน อู แม่ทัพภาคสามเหลี่ยม ซึ่งดูแลความมั่นคงในรัฐฉาน ก็เดินทางเข้าร่วมด้วย และยังมีกิจกรรมอื่นๆ ของชนกลุ่มน้อยอีกมากมายที่รัฐบาลพม่าให้ความสำคัญ แลกกับความสงบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

พื้นที่นี้ ในอดีตรัฐบาลพม่า วางระบบทางเศรษฐกิจเพื่อจัดเก็บผลประโยชน์จากการค้าชายแดนที่คึกคักผ่านสะพานข้ามลำน้ำสายตรงจุดผ่านแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ทั้งสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 ด่านหมากยางบนถนน R3b เชื่อมต่อกับเชียงตุง-เมืองลา-สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สป.จีน

ขณะที่การลงทุนภายในท่าขี้เหล็ก และรัฐฉาน มีกลุ่มทุนท้องถิ่นที่รัฐบาลให้การรับรอง ลงทุนในกิจการต่างๆ อย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็น “กลุ่มหงปัง” ของว้า ที่ลงทุนในกิจการหลากหลาย เช่น หงปังอิมพอร์ตเอ็กซ์พอร์ต การก่อสร้างด่านหงปังเหนือด่านหมากยางไปทางเมืองเชียงตุง โรงแรมเก้าชั้น ติดถนนสายท่าขี้เหล็ก-อนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนอง ฯลฯ
โรงแรมท่าขี้เหล็กนิว
นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายทางธุรกิจของกลุ่มชนเผ่าอาข่า ลาหู่ หรือมูเซอ ไทใหญ่ ฯลฯ มากขึ้นตามลำดับ

โดยกลุ่มไทใหญ่ ได้รับสิทธิในการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น หรือภาษีปากระวางในสินค้าเข้า-ออก ด่านฯ แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ตรงสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 ทั้งยังมีบทบาทด้านการนำเข้า และจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง-แก๊ส รวมถึงวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ด้วย

ส่วนรัฐบาลกลางพม่า จะจัดเก็บภาษีผ่านสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 ซึ่งเป็นจุดส่งออก-นำเข้าหลัก และก็มีการจัดตั้งเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจเรียกว่า “โมบายทีม” ดักตรวจเก็บภาษีตามด่านชั้นใน เช่น ด่านหมากยาง ฯลฯ ด้วยเช่นกัน

กลุ่มที่ดูจะมีกิจการโดดเด่นขึ้นมาอย่างมากในท่าขี้เหล็ก คือ “กลุ่มอาข่า” ที่ล่าสุด มีการลงทุนก่อสร้างโรงพยาบาลเอกชน “อาเซนต่อ” หรือ AST ภายใต้สโลกแกนว่า 24 Hour Hospital โดยเริ่มทำการก่อสร้าง และจะแล้วเสร็จในปี 2559 เพื่อรองรับการเข้าสู่เออีซี ทั้งยังมีการขยายกิจการด้านห้างสรรพสินค้าขนาดกลางหลายแห่ง ซึ่งมีความทันสมัยแตกต่างจากร้านค้าในอดีต
“โรงแรมสานมุน” ของอาข่า
นอกจากนี้ ทั้งกลุ่มอาข่า และลาหู่ ยังผุดกิจการด้านโรงแรม รีสอร์ต คลินิกเสริมความงาม ร้านค้าขนาดเล็ก ร้านอาหาร ฯลฯ อีกหลายแห่ง รวมทั้งมีการสร้างตลาดอาข่า จนสามารถมองเห็นการขยายตัวของท่าขี้เหล็กได้อย่างชัดเจนด้วย

โดยโรงแรมในท่าขี้เหล็กที่โดดเด่น ยังคงเป็น “โรงแรมสานมุน” ของอาข่า ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ท.ยี่เซ หัวหน้ากองกำลังชาวมูเซอ ที่มีอิทธิพลในย่านนี้ โรงแรมท่าขี้เหล็กนิวส์ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มของ พ.ท.จะลอโบ่ เป็นต้น

ส่วนพรมแดนตรงข้ามแม่ฮ่องสอน ที่อยู่ในเขตอิทธิพลของ “กะเหรี่ยงคะยา หรือ KNPP” ที่มีนายพลบีทู เป็นผู้นำนั้น ล่าสุด ขณะนี้มีรายงานว่ามีการจัดตั้ง “บริษัท คะยาธานี จำกัด” ขึ้นมาดำเนินธุรกิจบริเวณฝั่งตรงข้ามช่องทางบ้านห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน แล้ว

น.ส.ผกายมาศ เวียร์ร่า ประธานหอการค้า อ.แม่สาย กล่าวว่า ปัจจุบันทางการพม่าให้ความสำคัญต่อท่าขี้เหล็ก เสมือนเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างไม่เป็นทางการ และกิจการที่เกี่ยวกับโรงแรม-บริการต่างๆ ขยายตัวขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ คาดว่าหากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่พม่าลงตัว จะทำให้ดินแดนย่านนี้มีการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างขนานใหญ่แน่นอน
โรงแรมเก้าชั้น ของกลุ่มว้า
ดังนั้น ในการประชุมคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทย-ลาว-ไทย-พม่า ครั้งที่ 11 ณ ที่ว่าการ อ.เชียงแสน ครั้งล่าสุด (22 ธ.ค.) ตนได้เสนอให้มีการพัฒนาการขนส่งแลกเปลี่ยนสินค้า ปรับระเบียบการนำเงินเข้าออกจากเดิมกำหนดวงเงินขาออกจากเดิมไม่เกิน 2 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท รวมทั้งจัดกลุ่มทำงานร่วมกับกลุ่มทุนในพม่าเพื่อให้สอดคล้องต่อการเปิดใช้สะพานแม่น้ำโขงเชื่อมเมืองเชียงลาบ จ.ท่าขี้เหล็ก กับเมืองลอง แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว ให้มากขึ้น

โดยเฉพาะรถข้ามแดนไทย-พม่า-สปป.ลาว เชื่อมไปถึงจีน ที่ต้องมีการตกลงระหว่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประเทศต่างๆ ต่อไป
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...