xs
xsm
sm
md
lg

40 ปี "เอราวัณ" พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-สังคมไทย เพื่อคนไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"40 ปีมาแล้วที่ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเอราวัณได้ทำหน้าที่เป็นพลังสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมไปถึงมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานของอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในไทยทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี กระบวนการทำงาน ที่เป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรม"

คือบทบาทและความรับผิดชอบตลอด 40 ปีที่ "ชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง"ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต เผยให้เห็นถึงพลังองค์กรที่นอกจากดำเนินภารกิจจัดหาพลังงานให้กับประเทศไทยมาอย่างยาวนานแล้ว สิ่งที่ทำควบคู่กันไปก็คือการขับเคลื่อนประเทศให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคน และคุณภาพชีวิตของคนในสังคม

"เราเป็นโรงเรียนที่สร้างบุคลากรที่มีความสามารถออกไปปฏิบัติงานตามหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นพลังคนที่ขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมให้ประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ รวมถึงยังได้มีโอกาสช่วยเหลือสังคมและชุมชน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทย นับเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราชาวเชฟรอนจากรุ่นสู่รุ่น"

และนี่คือเรื่องราวการเดินทางของ "เอราวัณ" จากอ่าวไทยสู่ความมั่นคงทางพลังงาน รวมไปถึงการขับเคลื่อนไทยในมิติต่างๆ ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา

ชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต
จุดเปลี่ยนสู่ความมั่นคงทางพลังงาน

หากย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้น "เอราวัณ" เริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2524 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศสู่ยุค "โชติช่วงชัชวาล" เมื่อไทยสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานได้มากขึ้น โดยก๊าซธรรมชาติจากเอราวัณถูกนำมาเป็นเชื้อเพลิงให้แก่ภาคผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรม ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเอราวัณยังมีคุณภาพดีสามารถเป็นวัตถุดิบให้ภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ


นำมาสู่การพัฒนาโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือ อีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ในปีถัดมา สำหรับเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับก๊าซธรรมชาติที่ค้นพบ และดึงดูดการลงทุนจากในประเทศและนอกประเทศ เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับคนไทย เปิดศักราชการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมให้เจริญรุดหน้าอย่างก้าวกระโดด

โรงเรียนฝึกฝนสร้างคนพลังงาน

อย่างไรก็ดีเมื่อ 40 ปีที่แล้ว การสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล เป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย และมีคนไทยน้อยคนที่มีความเชี่ยวชาญหรือจบการศึกษาในสาขานี้มาโดยตรง ทำให้เชฟรอนมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำ น่าเชื่อถือ และเป็นที่ไว้วางใจ และนั่นจึงเป็นที่มาของ "ศูนย์เศรษฐพัฒน์" ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2523 ที่จังหวัดสงขลา เพื่อพัฒนาช่างเทคนิคปิโตรเลียมชาวไทยให้มีทักษะความรู้ความสามารถทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติเพื่อลงไปปฏิบัติงานที่แหล่งเอราวัณได้อย่างปลอดภัย


ดังนั้น หาก "เอราวัณ" คือโรงเรียนกลางอ่าวไทยที่สร้างคนผ่านประสบการณ์การเรียนรู้และแก้ปัญหาจากการลงมือทำงานจริง "เศรษฐพัฒน์" ก็คือโรงเรียนบนฝั่งที่ฝึกฝนเตรียมความพร้อมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ให้ผู้เข้าฝึกอบรมได้มีความพร้อมมากที่สุด ก่อนการลงไปปฏิบัติงานกลางอ่าวไทย

บุญล้อม เส็งสำราญ อดีตผู้จัดการฐานผลิตเอราวัณ หนึ่งในชาวไทย 45 คน ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรมด้านปิโตรเลียมและเทคโนโลยี ณ ศูนย์เศรษฐพัฒน์ เป็นรุ่นแรก ซึ่งใช้เวลากว่า 1 ปี บอกเล่าให้ฟังว่า ช่วงแรกที่ลงไปปฏิบัติงานที่แหล่งเอราวัณ พนักงานเกือบทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งต้องไปเรียนรู้จากพวกเขา จนเวลาผ่านไปบุคลากรที่เป็นชาวไทยก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆ โดยปี 2557 เป็นปีสุดท้ายที่ปฏิบัติงานบนแหล่งเอราวัณ บุคลากรที่ปฏิบัติงานเกือบทั้งหมดเป็นชาวไทย ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาบุคลากรชาวไทยของเชฟรอนอย่างต่อเนื่อง

บุญล้อม เส็งสำราญ อดีตผู้จัดการฐานผลิตเอราวัณ
ถึงวันนี้ ศูนย์เศรษฐพัฒน์ได้สร้างช่างเทคนิคปิโตรเลียมและช่างในสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไปแล้วทั้งหมด 60 รุ่น เป็นจำนวนกว่า 1,700 คน รวมถึงฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมไปแล้วกว่า 400,000 คน ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศให้ก้าวหน้ามาจนถึงปัจจุบัน

พัฒนาเทคโนโลยี เอาชนะความท้าทาย

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความท้าทายคือสิ่งที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ เช่นเดียวกับ "เชฟรอน" ในฐานะผู้ดำเนินงานในแหล่งเอราวัณ ด้วยโครงสร้างแหล่งกักเก็บก๊าซธรรมชาติของแหล่งเอราวัณที่มีลักษณะเป็นกระเปาะขนาดเล็ก อยู่กระจัดกระจายในพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 4,500 ตารางกิโลเมตร อีกทั้งแต่ละกระเปาะยังมีอัตราการเสื่อมถอยของผลผลิตสูงใช้ไม่นานก็หมดไป จึงจำเป็นต้องเจาะหลุมจำนวนมาก เพื่อให้สามารถผลิตก๊าซธรรมชาติได้ตามปริมาณที่กำหนดไว้ในสัญญาสัมปทาน คงความต่อเนื่องในการส่งมอบพลังงานให้กับประเทศ ทำให้การผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเอราวัณมีการลงทุนสูงและมีความเสี่ยงทางธุรกิจไม่น้อย

ความท้าทายดังกล่าว ทำให้เชฟรอน พัฒนาเทคโนโลยี และกระบวนการทำงานเพื่อให้การผลิตก๊าซธรรมชาติมีประสิทธิภาพ สามารถนำก๊าซธรรมชาติขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยต้นทุนการผลิตที่ไม่สูงเกินไป ได้มาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมจนกลายเป็นผู้นำในการพัฒนาและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง


ตัวอย่างเช่น การสำรวจโดยวัดคลื่นไหวสะเทือนแบบสามมิติ (3D Seismic) เพื่อให้การแปลผลสภาพทางธรณีวิทยาแม่นยำยิ่งขึ้น การขุดเจาะหลุมผลิตขนาดเล็กแบบมาตรฐาน (Standard Slim Hole) เครื่องเพิ่มแรงดันที่ติดตั้งบนแท่นหลุมผลิต (Remote Compressor Package) การอัดน้ำเสียในกระบวนการผลิตกลับลงหลุมที่ผลิตหมดแล้วเพื่อจะได้ไม่ต้องทิ้งน้ำเสียลงทะเล (Produced Water Injection) เป็นต้น โดยเทคโนโลยีและมาตรฐานการทำงานของเชฟรอนล้วนได้รับการยอมรับจากภาครัฐ และกลายเป็นมาตรฐานให้กับผู้ผลิตรายอื่นในประเทศอีกด้วย

สปิริตจิตอาสา..จากรุ่นสู่รุ่น

นอกเหนือจากการดำเนินงานด้านธุรกิจแล้ว เชฟรอนยังผลักดัน และสนับสนุนให้บุคลากรทุกคนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคม ทั้งในด้านคุณภาพชีวิตของมนุษย์ และการพัฒนาสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงเพื่อนร่วมโลกอย่างสัตว์ต่างๆ ด้วย

เห็นได้จากที่ผ่านมา พนักงานที่ปฏิบัติงาน ณ แหล่งเอราวัณ และแหล่งผลิตอื่นๆ กลางอ่าวไทย ได้มีโอกาสให้การช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่หลายชีวิตที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นชาวประมงป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ หรือกรณีการเจ็บครรภ์ที่เจ้าหน้าที่ห้องพยาบาลได้ช่วยทำคลอดให้ รวมถึงสัตว์ต่างๆ เช่น ฉลามวาฬ หรือเต่าที่ติดเชือกอวน หรือแม้กระทั่งสุนัขที่ว่ายน้ำลอยคออยู่กลางทะเลอย่างเจ้า "บุญรอด" ก็ได้รับความช่วยเหลือและนำไปเลี้ยงดูอย่างดีที่บ้านของพนักงานบนแท่นที่ช่วยเหลือมันนั่นเอง

เจ้าบุญรอด สุนัขที่ว่ายน้ำลอยคออยู่กลางทะเล ได้รับความช่วยเหลือจากพนักงานบนแท่น

จากจุดเริ่มต้นที่ประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศ ในปีนี้ "เอราวัณ" แหล่งก๊าซธรรมชาติแห่งแรกในอ่าวไทย ซึ่งมีบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ ได้ทำหน้าที่ผลิตก๊าซธรรมชาติให้กับคนไทยครบ 40 ปี ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมควบคู่ไปกับการสร้างบุคลากรชาวไทยและวางรากฐานอุตสาหกรรมปิโตรเลียมของประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

หากเปรียบเอราวัณเป็น "คน" ก็คงจะเป็นผู้ใหญ่ในวัย 40 ปีที่ผ่านร้อนผ่านหนาว บ่มเพาะประสบการณ์จนสามารถรับมือได้ทุกปัญหา ในขณะเดียวกันยังเป็น "ผู้ให้" ที่พร้อมยื่นมือเข้าช่วยเหลือสังคมอย่างสุดความสามารถ ซึ่งการมองย้อนกลับไป ยิ่งทำให้เกิดความภูมิใจ และเป็นแรงผลักดันเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศต่อไป ดังที่เคยทำมาอย่างจริงใจตลอด 40 ปี



#40ปีเอราวัณ #เชฟรอนประเทศไทย #HumanEnergy #แหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณ #ข่าวพลังงาน #ก๊าซธรรมชาติ
กำลังโหลดความคิดเห็น