xs
xsm
sm
md
lg

“พ่อพระผู้เยียวยา” 22 ปี รักษาฟรี “คนป่วยมะเร็งผู้ยากไร้” [มีคลิป]

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เปิดใจ “หมออภิณพ” หมอรักษามะเร็งแนวหน้าของไทย กับน้ำใจเต็มเปี่ยม “ตรวจรักษา-ให้ยาฟรี” แก่ผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ “เราต้องช่วยดูแล ถือว่าเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”

กำเนิด “อภิณพเวชกรรม”

“พอเรามาระดับหนึ่ง อายุมากขึ้น บางทีสังคมถ้าเราไม่ช่วยเหลือกันมันก็ไปไม่รอด เราก็ต้องช่วยดูแล ถึงยังไงก็ถือว่าเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เราก็พออยู่ได้ครับ ส่วนหนึ่งที่เราได้มา เราก็ส่งกลับคืนให้สังคม เมื่อเราคิดแล้ว ค่ายา ค่ารักษาพยาบาล ลูกน้องเราอยู่ได้ เราก็โอเค”

รศ.นพ.อภิณพ จันทร์วิทัน เปิดใจแก่ผู้สัมภาษณ์ ถึงจุดเริ่มต้นของโรงพยาบาลอภิณพเวชกรรม ใน จ.สระบุรี ที่ดูเผินๆ อาจเป็นโรงพยาบาลธรรมดาแห่งหนึ่ง แต่ใครจะคิดว่าที่นี่นอกจากจะมีความพร้อมในแง่อุปกรณ์การแพทย์แล้ว ยังมีคุณหมอระดับอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งโรคทั่วไปและโรคมะเร็ง มืออันดับต้นๆ ของเมืองไทยอีกด้วย ท่านไม่เพียงเป็นเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ แต่ยังพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ป่วย ไม่ว่าจะยากดีมีจนแค่ไหนก็ตาม มา 20 ปีกว่าแล้ว



เมื่อย้อนกลับไปถึงเส้นทางชีวิตก่อนคุณหมอมาเปิดโรงพยาบาลของตนเอง ท่านเรียนจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก่อนไปทำงานเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมที่โรงพยาบาลศิริราช ราว 5 ปี จากนั้นครูแพทย์เห็นฝีมือ จึงได้ส่งคุณหมอไปศึกษาต่อยังหลายประเทศ เช่น ฮ่องกง จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส เพื่อให้ได้ความเชี่ยวชาญในการรักษาของแต่ละประเทศ

การที่เราไปดูงานทุกแห่งที่เก่งที่สุด เราได้ความรู้อย่างสุดยอดมา ทุกแห่งไม่มีดีที่สุด มีแต่การเอาเก็บมาของแต่ละแห่งดีแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น ยิ่งอาวุโส ยิ่งเป็นศาสตราจารย์ยิ่งทำงานไม่หยุดเลย และเป็นที่ปรึกษาทุกเรื่องในโรคนั้นๆ

ขณะที่ของเรา ยิ่งอาวุโสยิ่งพัก เพราะถือว่าอายุมาก ถ้าไปที่อเมริกาก็จะพึ่งเครื่องมือส่วนใหญ่ เอาเทคนิคมาช่วย อันนี้เป็นสิ่งที่มันแตกต่างกันไป เหมือนกับที่เราเห็นในหลายๆ อย่างแล้วมาผสมผสานกัน เป็นสิ่งที่ดีที่สุด พัฒนาการรักษามันของเราก็ตามหลังเขาอยู่ ในแง่ของเครื่องมือเราใกล้เคียงกับอเมริกาเขาอยู่ ที่ไหนมีอะไรใหม่เราก็มี แต่เรายังขาดประสบการณ์ คนใช้ยังไม่เชี่ยวชาญเท่าไหร่”



หลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการรักษาโรค โดยเฉพาะโรคมะเร็งจากหลายประเทศ คุณหมออภิณพได้กลับมาเป็นอาจารย์สอนนักเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นานถึง 20 ปี ก่อนจะตัดสนใจเปิดโรงพยาบาลของตนเองที่บ้านเกิด

“หมอไปดูงานมา เฉพาะที่เยอรมนี โรงพยาบาล 10-20 เตียง มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมที่จะดูแลคนไข้ ทุกอย่างพร้อมหมดเลย เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ก็มี อัลตราซาวนด์ เทคนิคทันสมัย หมุนเวียนกันได้ คุณภาพถึงขั้น ไม่ต้องใหญ่มาก ดูแลแบบครอบครัวกันเลย นั่นคือ สิ่งที่หมอฝันตั้งแต่ไปอยู่เมืองนอก

พอกลับมาก็ตั้งโรงพยาบาลเล็กๆ ตั้งแต่ 2542 เป็นโรงพยาบาลทั่วไปแต่แรก ตอนหลังคนไข้มะเร็งส่วนใหญ่ก็เข้ามา สมัยหมออยู่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คนไข้มะเร็งก็ไปตลอดจากทั่วประเทศไทย”

จากความเชี่ยวชาญของคุณหมอ ส่งให้เขาได้รับเลือกเป็นกรรมการรักษาโรคมะเร็ง โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เคยได้รับเลือกเป็นศัลยกรรมนานาชาติดีเด่น ของสมาคมศัลยแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา รวมถึงได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารสมาคมมะเร็งหลอดอาหารนานาชาติ และที่สำคัญ ยังได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นปรมาภรณ์มงกุฎไทยอีกด้วย

บริการด้วยใจ ไม่เอาเงินเป็นที่ตั้ง

นอกจากได้ทำตามฝันกับการมีโรงพยาบาลเล็กๆ ที่มีความพร้อมและความทันสมัยในแง่คุณภาพแล้ว ห่างออกไปไม่ไกล ยังมีศูนย์พักฟื้นสำหรับผู้ป่วย เพื่อช่วยในเรื่องของสภาพจิตใจหลังการรักษา

คนไข้ใหม่ประมาณปีละ 3,000 กว่าคน เรามีเครื่องมือที่ทันสมัย ดูแลอย่างใกล้ชิด แพทย์มีทั้งหมด 3 ท่าน มีพยาบาลประมาณ 10 ท่าน บุคลากรเราต้องเตรียมตัวของเราเอง พยาบาลวิชาชีพ ผู้ช่วยพยาบาล ก็จะอบรมกันทุกเดือน มีหลักสูตรของเรา คนไข้แต่ละรายถือว่าเป็นครู พยาบาลก็ต้องศึกษาว่าทำอะไร



อีกแห่งเป็นศูนย์สุขภาพที่เราเปิดให้คนไข้ที่ต้องการพักฟื้นใกล้โรงพยาบาลแบบ Long stay เป็นห้องพักประมาณ 30 ห้อง เพื่อรองรับคนไข้ที่อยากจะมาพักฟื้นใกล้ๆ หมอ แต่ไม่อยากจะนอนโรงพยาบาล อยากอยู่สงบๆ เงียบๆ พักฟื้นกับธรรมชาติ อันนี้คือสิ่งสำคัญในการรักษาคนไข้ที่ต้องการธรรมชาติบำบัด ไปว่ายน้ำ มีที่ออกกำลังกาย เดินเล่น เขาก็อยากอยู่แบบรีแลกซ์ ตรงนั้นก็มีหมอ มีพยาบาลดูแลอีกที ถ้ามีกรณีฉุกเฉินก็ส่งกลับมาที่นี่”

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การรักษาโรคมะเร็ง มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ซึ่งผู้ป่วยหลายรายไม่มีเงินหรือมีเงินไม่มากนัก แต่คุณหมอก็พร้อมช่วยเหลือเท่าที่พอช่วยได้ ในลักษณะที่การตรวจรักษาหรือยารักษาโรค ซึ่งก็ถือว่าเป็นการร่วมมือกันกับบริษัทยา ที่อนุเคราะห์ยามาให้

“ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า คนของเราทางมีประกันสังคมเข้าไม่ถึง คนไข้ที่ไม่มีหลักประกันอะไรเลยมันก็มี เราก็ช่วยเขาไป แต่เขาต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนว่ามีเท่าไหร่ เราไม่ได้ช่วยหมด 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากจำเป็นจริงๆ

บางส่วนก็ช่วยได้ก็ช่วยไป ส่วนหนึ่งคนที่รักษาไปแล้วหายดีขึ้น ก็แบ่งกันมาให้เราเก็บไว้เป็นกองทุนการรักษา ยาบางส่วนจากบริษัทยา



ทางด้าน ศริยา ศรีไพศาล หัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลอภิณพเวชกรรม ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์การได้มาทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ที่ไม่ต่างอะไรกับการร่วมงานกับครอบครัว

“นโยบายโรงพยาบาลอยู่กันแบบครอบครัว เราต้องการให้คนไข้อยู่โรงพยาบาลเหมือนอยู่บ้าน ให้เขาไม่เครียด ถามว่า งานหนักมั้ย งานหนัก เพราะเป็นคนไข้มะเร็งระยะท้ายๆ ซึ่งต้องให้การพยาบาลเยอะ แต่เราอยู่กับคนไข้ อยู่กับญาติ เราสามารถที่จะสอนเขาทำ สามารถให้ความรู้เขา ญาติเองเขาทำได้นะ มันก็โอเค ญาติมีส่วนในการรักษาเลยค่ะ

คนที่ยากไร้สำหรับที่นี่เยอะ โรงพยาบาลก็มีต้นทุน บางทีคนที่มาที่นี่เขาก็ไม่มีเลย เขาก็อยากรักษา ช่วยดูเบื้องต้นให้เขาก่อน เป็นถึงระยะไหน ในความที่เป็นโรงพยาบาลเอกชน เน้นเรื่องการบริการ แต่ตัวคุณหมอเองเราไม่ได้เอาเงินมาเป็นตัวตั้งในการรักษา เราเน้นที่การบริการ การให้ข้อมูล เขาเข้ามาแล้วเขามีความสุข เขาเต็มใจที่จะรักษา”



นอกจากนี้ ผู้สัมภาษณ์ยังได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ป่วยที่มาทำการรักษา ณ โรงพยาบาลแห่งนี้ด้วย

โกศล อิสริยังกุล ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ระยะที่ 4 กล่าวว่า “ทราบมาตลอดว่าคุณหมอมีความเชี่ยวชาญก็เลยมั่นใจ หลังผ่าตัด ระบบขับถ่ายดีขึ้นมาก ไม่เหมือนแต่เดิม คิดว่ามาที่นี่โอกาสดีกว่า หมอเป็นคนใจดีมาก มีอะไรคุยกับคุณหมอได้หมด ก็ขอบคุณคุณหมอหมอและพยาบาลทุกคนที่ดูแลอย่างดี ดีมากๆ เลย ใครมาไม่ผิดหวัง”

ส่วนทางด้าน กฤษณา ชินศักดิ์กุล ญาติของผู้ป่วยอีกราย ก็กล่าวว่า “แม่เป็นมะเร็งปอด ตอนแรกไปตรวจเจออีกโรงพยาบาล ตอนนั้นแม่เดินไม่ได้ ก็เลยฉายแสงได้อย่างเดียว ให้ยาเคมีไม่ได้ เพราะแกช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เห็นคนแชร์เรื่องคุณหมอ เลยมาปรึกษาดู

หมอปรับสภาพร่างกายให้แม่ 3 วัน ก็สามารถให้เคมีได้ ให้หมดคอร์สแล้ว 6 ครั้ง อาการก็ดีในระดับหนึ่ง แกไม่ปวดไม่ทรมานเหมือนก่อนหน้านี้ ขอบคุณคุณหมอมากๆ เหมือนให้ชีวิตใหม่ จากที่เราหมดหวังไปแล้ว ก็มีกำลังใจขึ้นมาอีก ขอบคุณมาก ขอบคุณที่มาเจอหมอ”

“มะเร็ง” ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งรักษาหาย

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งในวัย 60 กว่าปี ยืนยันว่า เมื่อถึงวันที่ไม่มีคุณหมอแล้ว โรงพยาบาลแห่งนี้คงไม่ปิดตัว เพราะคงมีลูกหลานสืบทอดต่อไป ซึ่งปัจจุบัน ภรรยาและลูกสาวทั้ง 2 คน ที่เป็นแพทย์ ก็ช่วยบริหารงานอยู่ โดยภรรยาดูแลบุคลากร ขณะที่ลูกสาวช่วยอบรมเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลทุกคน ให้มีความรู้ในการดูแลผู้ป่วย

และคุณหมอยังให้ข้อมูลเพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันโรคมะเร็ง โรคร้ายที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย คุณหมออภิณพ ย้ำว่า โรคมะเร็งสามารถรักษาหายได้ หากเป็นในระยะเริ่มต้น

“มะเร็งเป็นโรคซึ่งส่วนใหญ่เราไม่ทราบสาเหตุ แต่อะไรที่ทราบบ้าง เช่น มะเร็งปอด สูบบุหรี่ มะเร็งปากมดลูก ติดเชื้อไวรัส มะเร็งตับ ติดเชื้อไวรัส เพราะฉะนั้นสาเหตุส่วนใหญ่ ถ้าเราหลีกเลี่ยง โอกาสเป็นมันก็จะน้อย

อาการมะเร็งเริ่มแรกเราต้องรู้ว่ามีอะไรบ้างถึงจะตรวจวินิจฉัยได้ มะเร็งที่กล่าวมา อะไรเป็นอาการเริ่มแรก มะเร็งปอดมีไอ ผอมลง มะเร็งเต้านมมีก้อน มะเร็งมดลูกมีการเลือดออก



มะเร็งทุกอย่างรักษาได้ แต่ปัญหาอย่างเดียวคือมาระยะไหน ถ้าผ่าตัดได้ ผ่าตัด ถ้าผ่าตัดไม่ได้ ฉายแสง รังสีรักษา ให้ยาเคมีบำบัด ถ้าเรารู้แต่แรก ให้แพทย์ตรวจ ไปรักษาก็หาย

เมื่อถามถึงการรักษาของไทยในตอนนี้ คุณหมอกล่าวว่าที่มีหลายแขนง ทั้งแพทย์พื้นบ้านและแพทย์แผนปัจจุบัน ส่วนที่หลายคนสงสัยว่าสมุนไพรสามารถรักษาโรคมะเร็งได้หรือไม่ ท่านตอบว่า นำมารักษาควบคู่กับแผนปัจจุบันได้ แต่ไม่ใช่รักษาโดยตรง ต้องมีความรู้ในการเลือกใช้ยาและวิธีรักษา และอยู่ในการดูแลของแพทย์

“การเอามะเร็งออก เป็นสิ่งที่ต้องรักษา ที่เราทำกันอยู่ในปัจจุบัน ผ่าตัด ฉายแสง สมัยใหม่หน่อยก็เอาความเย็นไปจี้ให้มะเร็งตายทั้งก้อน แต่ละอย่างมันก็มีข้อดี-ข้อเสียหมด ขึ้นอยู่กับโรคและขนาดของมะเร็ง ทำยังไงก็ได้ให้เอาออกจากร่างกายให้ได้มากที่สุด เมื่อเอาออกไปแล้ว โอกาสหลุดรอดในเลือดได้ ยาเคมีควรจะให้ถ้าก้อนมันใหญ่มาก กันการลุกลาม



สมุนไพรหมอไม่ได้เถียงว่าไม่ดี อย่างจีนก็ใช้ แต่เขาไม่ได้ใช้อย่างเดียว เขาใช้ร่วมกับการผ่าตัดแล้ว ก้อนเล็กลงแล้ว สมุนไพรที่ทางจีนใช้ เขาเน้นในแง่ของให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดีขึ้น ทำลายเซลล์มะเร็งไปในตัว ไม่ใช่การรักษาโดยตรงกับมะเร็ง ต้องทำความเข้าใจก่อน ไม่ใช่เห็นยาจีนดี กินแล้วยุบ ซึ่งเขารักษามาเบื้องต้นและเขาเสริมร่วมกันให้มันยุบมากกว่านั้น ให้ร่างกายแข็งแรง

การรักษาที่เรามีอยู่ปัจจุบันมันตามหลังโรคมาระยะนึงแล้ว เราจะทำยังไงรักษาคนไข้ไม่ให้ทรมานกับโรค อันนี้คือสิ่งสำคัญที่หมอใช้ตลอดเวลา ถ้ามันจะไม่หาย แต่มันก็จะไม่ทรมาน คนไข้ที่มาที่นี่คือระยะท้ายๆ การรักษาทำอย่างไรให้เขาสบายที่สุด หายจากโรคมากที่สุด นี่คือสิ่งสำคัญ

คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งระดับแถวหน้าของเมืองไทย ได้ฝากแง่คิดถึงปัญหาสาธารณสุขของไทยในปัจจุบันว่า สิ่งที่ควรเน้นคือจริยธรรมของผู้ที่จะเป็นแพทย์ ซึ่งต้องสอนตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์ หากได้ครูที่ดี มีแม่พิมพ์แบบอย่างที่ดี เราก็จะได้แพทย์ที่ดี มีความรู้และทันสมัย สามารถพัฒนาประเทศต่อไปด้วยอนาคต



สัมภาษณ์ : รายการ “ฅนจริง ใจไม่ท้อ”
เรียบเรียง : MGR Live
เรื่อง : กีรติ เอี่ยมโสภณ



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **






กำลังโหลดความคิดเห็น...