xs
xsm
sm
md
lg

เหยื่อขอเปิดหน้าแฉ!! “เสี่ยท็อป” เศรษฐีปลอมแสนล้าน "มันคือภัยสังคม"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


แฉ!! วีรกรรมสุดแสบ “เสี่ยกำมะลอ” แสนล้าน ปลอมดอลลาร์ ลวงเพื่อนตั้งบริษัท เกือบทำคนอื่นติดคุก เปิดใจผู้เสียหายที่โดนหลอก พร้อมเล่าเหตุการณ์กว่าจะรู้ว่าโดนหลอก แฉพฤติกรรมหลอกลวงนับไม่ถ้วน ซ้ำอ้างเคยเป็นแฟนกับดาราดัง บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกจ่อสอบสวน

แฉต่อเนื่องวีรกรรมสุดแสบ “เสี่ยกำมะลอ”

“มันคือภัยสังคมนะ ไม่ใช่เอาละครน้ำเน่ามาตีแผ่แล้วมานั่งด่าแต่พวกเราอย่างเดียว พวกเราเสียสละออกมาขนาดนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปเลยด้วยซ้ำ ถ้าเกิดว่าวันนี้เราไม่ได้ออกมาเปิดโปงเขา อาจจะเป็นคุณก็ได้นะคะที่โดนหลอก”
เตย-ณัฐธิดา ดีสวัสดิ์ เพื่อนเจ้าสาวและผู้เสียหาย เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live แฉวีรกรรม “เสี่ยท็อป” ที่อ้างตัวเป็นนักธุรกิจ 2 หมื่นล้าน แล้วไปหลอก “ดาริน” พริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ แต่งงาน ก่อนทิ้งหนี้สินก้อนโตให้เจ้าสาวใช้หนี้เพียงลำพังพร้อมหลบหนีไป จนตอนนี้ถูกสังคมเรียกว่า “เสี่ยกำมะลอ”
หนึ่งในผู้เสียหายที่โดนเสี่ยท็อปเบี้ยวค่าจัดงานก็ได้ออกมาแฉถึงวีรกรรมที่ตัวเองโดนมากับตัวว่า มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้คิดว่าไม่ได้เงินคืนแน่


“จริงๆ ตัวเตยเองและทีมงานของเตยจะรับผิดชอบในส่วนของเรื่องเพลง เรื่องเสียงในงาน ค่าเสียหายอยู่ที่ 120,000 บาท ทางเขามัดจำไว้ 20,000 บาท หลังจากนั้นเพื่อนเราก็พยายามหามาจ่ายให้ ก็มีการโอนมาให้ครั้งละ 1,000 บาท ครั้งละ 3,000 บาทบ้าง เพื่อนเราไม่ได้หายไปไหน พยายามรับผิดชอบแต่ก็ยังได้ไม่ครบ


[ผู้เสียหาย]

คาดว่ายังไม่ได้เงินคืนอยู่แล้วค่ะ เขาบอกกับทางเจ้าสาวไว้ว่าให้รอวันที่ 9 ต.ค.นี้ ซึ่งก็เป็นครั้งที่ไม่ต่ำกว่า 20 แล้วที่เขาให้รอว่าเงินจะมา ก็ไม่มีสักที ตอนนี้ก็ไม่ได้มีการพูดคุยหรือติดต่อกันค่ะ
เริ่มแรกก็ไม่ได้อะไร ก็ตงิดใจช่วงหลังๆ ค่ะ เหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้เราคิดว่ามันไม่ใช่แล้ว อย่างเรื่องการผัดเรื่องเงินที่ไม่ได้สักที เรื่องที่เขาอ้างถึงคนอื่น แล้วบางคนเป็นคนที่เรารู้จัก พอเราไปถามก็ไม่ใช่ เขาก็ดิสเครดิตมาว่าพฤติกรรมพี่ท็อปเป็นอย่างไร แล้วบางทีการใช้ชีวิตของเขา บางทีเราก็มองว่ามันขัดแย้งกับสิ่งที่เขาพูดด้วย
แถมยังอ้างว่าเคยเป็นแฟนเก่า แคทรียา อิงลิช, เทย่า โรเจอร์, ไฮโซม่านฟ้า เขาบอกว่าเขามีแต่แฟนสวยๆ ก็มีดารินเพื่อนเราเนี่ยแหละที่ไม่ต้องสวยขนาดนั้น เจอแล้วรู้ว่าใช่”
ผู้เสียหายรายเดิมยังเล่าอีกว่า พฤติกรรมของเสี่ยท็อปจะเป็นคนชอบเล่าถึงเรื่องธุรกิจที่ทำให้ฟังอยู่บ่อยๆ เวลาพบปะสังสรรค์กันกับกลุ่มเพื่อน และไม่คาดคิดว่าเสี่ยท็อปจะโกหกทุกคนได้ขนาดนี้
“เขาเป็นคนเล่าให้ฟังทุกอย่าง อย่างเรื่องเวลานั่งกินข้าวคุยกัน เวลาจะไปเที่ยวเขาก็จะบอกว่าถ้านั่งกันไม่พอเดี๋ยวพี่จะเอาเครื่องบินส่วนตัวพี่ไปก็ได้ คือเขาพูดออกมาง่ายๆ เราก็ตกใจว่ามีเครื่องบินเลยเหรอ เขาก็บอกว่าใช่ครับพี่กำลังจะทำสายการบินด้วย



ถ้าถามว่าเชื่อไหม เราก็ไม่ได้มีเหตุผลว่าเขาจะโม้ เพราะเราก็เป็นแค่เด็กธรรมดา ก็คิดว่าเขาจะมาโกหกเราไปเพื่ออะไร อีกอย่างคือเวลาที่เขาพูดอะไร เขาทำเหมือนกับว่าเดี๋ยวเราก็เห็นเอง มันเหมือนกับว่าเป็นสิ่งพิสูจน์ได้ เราก็ไม่ได้เอะใจอะไร ส่วนตัวก็ไม่เคยไปขึ้นเครื่องบินส่วนตัวเขานะคะ
ส่วนเรื่องที่ข่าวออกมาว่าเขามีธุรกิจ 2 หมื่นล้าน คือจริงๆ มันเป็นแสนๆ ล้านเลยค่ะ เพราะแค่เขาเอาคลิปวิดีโอบ้านที่ฮ่องกงให้เราดู ที่เขาเดินอยู่ในบ้านหลังนั้นก็ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถ้าตีเป็นมูลค่าไทยก็เป็นหมื่นเป็นพันล้านบาท แต่เหมือนเขาก็ขายให้เศรษฐีไปแล้ว แล้วก็ยังบอกว่าจะทำกาสิโนฝั่งชายแดนมูลค่าก็แสนๆ ล้านแล้ว เราก็ถามนะว่าพี่เอาเงินมาจากที่ไหน เขาก็บอกว่าหาเงินมาระดมทุน”
โดยบุคลิกของเสี่ยท็อป ผู้เสียหายเล่าต่อว่า เท่าที่รู้จักกันตอนแรก มีบุคลิกลักษะท่าทางที่สบายๆ น่ารัก ไม่พูดมาก พูดจาเพราะ ดูใจเย็นเป็นผู้ใหญ่
“มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาเล่าว่าโดนคนมาตามตัว เรื่องของเงินฮ่องกงที่เขามีมูลค่าเยอะมาก เขาก็บอกว่าจะมีคนมาเก็บเรื่องภาษีอะไรก็ไม่รู้ เขาก็ทำเป็นเรื่องเป็นราว เอาข้อความมาให้เราดู ก็เห็นหลักฐานที่คุยกัน เราก็ไม่ได้อะไรเพราะเรารู้สึกว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรา แค่รู้สึกว่าก็ดีพี่เขาก็รวยดี
เวลาไปกินหรือไปไหนเราก็แชร์ค่าน้ำมันรถ ค่ากินกันอยู่แล้ว สมมติไปกิน 10 ครั้ง เขาก็จะเลี้ยงประมาณ 1-2 ครั้ง นอกนั้นเราก็ช่วยกัน เราก็ไม่ได้ไปเอาอะไรจากเขา แต่แค่รู้สึกว่าคอนเนกชันดี เผื่อวันหนึ่งเราไปทำอะไรเราก็จะได้ปรึกษาเขาได้ แค่นั้นเอง
ถ้าในเรื่องของคดีความทางพวกเรายังไม่ได้ไปแจ้งความ ในส่วนของคนอื่นๆ อย่างเช่นออร์แกไนเซอร์ ร้านทอง มีการดำเนินการไปตั้งนานก่อนที่จะเป็นข่าวแล้วค่ะ ในส่วนของเราเรื่องการแจ้งความจะมีการคุยกับเพื่อนอีกทีว่าสรุปแล้วเราจะเอาอย่างไรกัน”

ปลอมดอลลาร์ ลวงเพื่อนตั้งบริษัท เกือบทำคนอื่นติดคุก


วีรกรรมของ “เสี่ยกำมะลอ” ที่ถูกสังคมกล่าวขานไม่ได้จบลงเพียงแค่นี้ พบว่ามีผู้เสียหายถูก “เสี่ยท็อป” หลอกลวงอีกเป็นจำนวนมาก
ซึ่งมีคนจำนวนมาออกมาอ้างว่าโดนหลอกลวง ทั้งถูกหลอกฮุบสมบัติ และรถรวม 3 คัน โดนหลอกทำธุรกิจกับคนขายเห็ด จนกระทั่งต้องติดหนี้ มีทั้งถูกหลอกลงทุนกาสิโน หมดเงินไป 1.5 แสนบาท หนักสุดยังหลอกแม่ของตัวเอง จนต้องขายโฉนดไป 13 ฉบับ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
ด้านเพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้” ก็ได้ออกมาแฉพฤติกรรมของ “เสี่ยกำมะลอ” อีกวีรกรรม โดยครั้งนี้ได้นำเงินดอลลาร์ปลอมไปจำนำตีเป็นเงินไทยสามแสนกว่าบาท เมื่อผู้เสียหายตรวจสอบดูแล้วเหมือนของจริงมาก แต่เมื่อนำเอาไปแลกเป็นเงินหยวนที่สนามบินกว่างโจว ประเทศจีนกลับโดนตำรวจจับ กว่าจะได้รับการปล่อยตัวต้องขึ้นศาลที่นั่น และรายงานตัวทุก 7 วัน
นอกจากนี้ สำนักข่าว “South Chaina Morning Post” สื่อยักษ์ใหญ่ของฮ่องกงได้นำเสนอข่าวของเสี่ยท็อปว่ามีพฤติกรรที่ไปหลอกหญิงสาวเช่นกัน อีกทั้งยังอ้างว่ามีธุรกิจมากมายอยู่ในฮ่องกง



ทำให้ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 500 รัฐวิสาหกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ในความควบคุมของรัฐบาลจีน ได้ประกาศบนเว็บไซต์เปิดการสืบสวน หลังจากที่เคยหลงเชื่อเปิดสำนักงานใหญ่และพื้นที่หวงห้ามต้อนรับเสี่ยท็อปให้เข้าเยี่ยมชม เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลไทยที่เดินทางมาดูงาน
แม้เหตุการณ์จะผ่านมาแล้วถึง 7 ปี แต่ข่าวนี้ได้สร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของบริษัทเป็นอย่างมาก เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่มีคนนอกบุกเข้าไปถึงพื้นที่หวงห้ามภายในสำนักงานใหญ่
ขณะเดียวกัน ผู้รับเหมารายหนึ่งก็ได้ออกมาเปิดเผยว่าตกเป็นผู้เสียหายจากการกระทำของเสี่ยท็อป โดยเมื่อช่วงท้ายปี 61 เสี่ยท็อปอ้างว่าจะหาเงินมาบูรณะศาลาวัด สร้างพระอุโบสถมูลค่า 30 ล้านบาท ใน จ.นครพนม โดยบอกให้วัดเปิดบัญชีรับบริจาคเงินโดยใช้ชื่อบัญชีเป็นชื่อเสี่ยท็อป แต่วัดไม่เปิดให้
ส่วนเสี่ยท็อปก็ได้ติดต่อกับผู้รับเหมามาแล้ว ผู้รับเหมารายนี้จึงระดมเงินเพื่อซื้อวัสดุก่อสร้าง และเริ่มติดต่อคนงานเข้ามาทำงาน เนื่องจากเสี่ยท็อปอ้างว่าจะจ่ายเงินงวดแรกให้ 4 ล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อเริ่มดำเนินการขั้นตอนการก่อสร้าง และทวงถามเงินจากเสี่ยท็อป เจ้าตัวก็บ่ายเบี่ยง อ้างว่าเงินอยู่ที่ฮ่องกง นอกจากนี้ เจ้าตัวก็ชอบอ้างว่าเงินอยู่กับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมนำภาพที่ถ่ายคู่กันมาแอบอ้างเพื่อให้เกิดความเกรงกลัว



อีกหนึ่งหญิงสาวผู้เสียหายที่อ้างว่ารู้จัก และเป็นเพื่อนกับเสี่ยท็อปมาตั้งแต่เด็ก เล่าว่า เมื่อก่อนเสี่ยท็อปเปิดร้านเกม ซึ่งขาดการติดต่อกันไปช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะติดต่อมาทางเฟซบุ๊กชักชวนให้ไปเปิดบริษัท และบอกให้เพื่อนๆ ลาออกจากที่ทำงานเดิมมาร่วมตั้งบริษัทด้วยกัน รวมกว่า 10 คน ซึ่งเดือนแรกก็มีการจ่ายเงินเดือนให้ทุกคนตามปกติ แต่ล่าช้าประมาณ 2-3 วัน แต่เดือนที่ 2 ก็ไม่จ่ายเงิน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนไม่ได้รับเงินเดือน รวมมากกว่า 5 แสนบาท
นอกจากนี้ พบว่าพฤติกรรมของเสี่ยท็อปที่ใช้มัดใจผู้หญิงคือ เสี่ยท็อปมักไปว่าจ้างให้เพื่อนที่ตัดต่อคลิปวิดีโอเก่งๆ เอาภาพและข้อความมาตัดความยาว 3-4 นาที เพื่อส่งไปง้อผู้หญิง โดยมีผู้หญิงที่เกือบจะแต่งงานด้วยหลายคน แต่ผู้หญิงเปลี่ยนใจไม่ยอมแต่ง




** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...