xs
xsm
sm
md
lg

นี่ “ลูก” หรือสินค้า!! โพสต์รีวิว-โอนจอง-พร้อมส่ง ย้ำชัด “ผิดกฎหมาย” ต้องจัดการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


มิติใหม่แห่งการอุปการะเด็ก!! รีวิวเหมือนขายผักปลา แฉเพจรับอุปการะเด็กจากแม่ที่ไม่พร้อมเลี้ยง ระบุเวลาครรภ์-สถานที่-เพศ โอนจองพร้อมส่ง นักสิทธิฯ สับเละไม่เคยมีหน่วยงานดูแลเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องแก้ปัญหาเหล่านี้สักที!!?




เปิดเพจลับประกาศ “ขายทารก” ไม่กลัวกฎหมาย!!



“อายุครรภ์ 6 เดือนกว่า ยังไม่ฝาก
ท้อง เพศหญิงกำหนดคลอด 05/12/62 พิกัดจังหวัดพังงา ใครโอนจองเคสไว้ ทักแชตมานะคะ” หนึ่งในข้อความสะเทือนใจสังคม เพจ “รับอุปการะเด็กจากแม่ที่ท้องไม่พร้อม” โพสต์ประกาศรับซื้อ-ขายออนไลน์ “เด็กทารก” จากแม่ที่ท้องไม่พร้อม

โดยโพสต์ภาพทารกแรกเกิด ติดประกาศขายอย่างโจ่งแจ้ง หาผู้อุปการะ แถมรีวิวรายละเอียดเด็ก เหมือนรีวิวขายสินค้าและมีคนใช้บริการเป็นจำนวนเยอะอีกด้วย

ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ ที่ปรึกษาศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล และนักวิชาการอิสระด้านสิทธิมนุษยชนได้เปิดใจกับ ทีมข่าว MGR Live หลังสังคมพากันพูดถึง และตั้งข้อสงสัยถึงการกระทำเช่นนี้เป็นการค้ามนุษย์หรือไม่ เป็นจำนวนมาก


ทั้งนี้ ยังมีการแฉข้อความจากแชตที่มีคนส่งเข้าไปหาเพจดังกล่าว โดยระบุว่ากำลังตั้งท้องได้ 3-4 เดือน แต่ยังไม่ได้ฝากครรภ์ โดยอ้างว่าคุมกำเนิดแล้วหลุด ไม่พร้อมที่จะเลี้ยง แต่ก็ไม่กล้าที่จะเอาเด็กออก จึงอยากให้ทางเพจช่วยหาคนอุปการะ

ไม่เพียงแค่นั้น บางเคสยังอยู่ในครรภ์ก็ประกาศหาคนอุปการะแล้ว มีทั้งเพศหญิงและชาย ระบุพิกัดที่อยู่ของเด็ก ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เหมือนซื้อผัก ซื้อปลา

“มันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย กฎหมายต้องเข้าไปดูแล มันเป็นเรื่องของสุขภาพจิตของแม่ มันเป็นเรื่องสิทธิของความเป็นมนุษย์คนที่จะเกิดมา ซึ่งมันจะไปควบคุม ไปจัดการ แทรกแซงไม่ได้ มันต้องเป็นไปตามธรรมชาติ

ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้มันไม่ควรไปแทรกแซง หรือทำให้เป็นธุรกิจ โดยอาศัยความเดือดร้อนของแม่ ที่เป็นตัวให้เกิดธุรกิจนี้ขึ้นมา โดยที่ไม่ได้เกิดผลดีต่อสังคม ทำให้นำมาสู่การแก้ปัญหาในลักษณะการขาดความรับผิดชอบต่อชีวิต ต่อจิตวิญญาณของคนที่จะเกิดมา

ถ้ายังไม่คลอดถือเป็นเรื่องจิตวิญญาณ แต่ถ้าเด็กคลอดออกมา คือการค้ามนุษย์ การค้ามนุษย์มันต้องมีตัวตน

ถ้ายังไม่คลอด มันก็ถือว่ายังไม่มีตัวตน ก็เป็นหนึ่งเดียวกับแม่ ถ้าคลอดแล้วแน่นอนเลยว่า เป็นการค้ามนุษย์ และการซ้ำเติมเหยื่อธุรกิจ”



สำหรับในมุมมองของนักสิทธิมนุษยชน ชี้พฤติกรรมแบบนี้ต้องเปิดโปง พร้อมทั้งให้ข้อมูลการอุปการะเด็ก จะต้องมีกฎระเบียบ โดยจะต้องมีคุณสมบัติ ทั้งอายุ อาชีพ ภาระหน้าที่ อยู่ในกำหนดที่ถูกต้อง

อีกทั้งในปัจจุบันการค้ามนุษย์มีหลากหลายรูปแบบ การกระทำแบบนี้ละเมิดสิทธิเด็ก จะต้องถูกลงโทษ ทั้งคนซื้อ คนขาย และแม่

“คือมีกฎระเบียบอยู่แล้ว คนจะอุปการะเด็กต้องมีคุณสมบัติอย่างไร อายุเท่าไหร่ มีอาชีพ มีภาระหน้าที่อะไร ยังไงที่จะอุปการะเด็กได้ กฎกติกามันชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าทำตามกฎกติกาก็จะผ่อนหนักเป็นเบา มันก็ช่วยได้เยอะ แต่เขาไม่ทำ บางครั้งก็มีการสมรู้ร่วมคิด แม่ก็ขายลูกไปด้วยความยากจน

เด็กกับแม่เป็นเหมือนคนเดียวกัน เด็กเป็นส่วนหนึ่งของแม่ ถ้าพิสูจน์แล้วว่าเด็กมีตัวตน มีความเป็นมนุษย์เต็มสมบูรณ์ มันก็เข้าข่ายการค้ามนุษย์ เราไม่รู้ว่าเด็กในท้องอยู่ในระยะไหน อาจจะเป็นระยะตัวอ่อนที่ไม่ได้มีความเป็นมนุษย์สมบูรณ์ ถ้ามีความเป็นมนุษย์สมบูรณ์มันก็เข้าข่ายการค้ามนุษย์ทั้งนั้น

จะต้องเปิดโปงพฤติกรรมแบบนี้ คือเจ้าหน้าที่รัฐต้องดูแลเหยื่อ ต้องดูแลและคุ้มครองเหยื่อ ไม่ให้คนตกเป็นเหยื่อ คนที่ตกเป็นเหยื่อแล้วต้องแก้ไข ต้องหาทางปกป้องเขา อย่าให้เขาเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์”





ใช้บริการ เพราะความเต็มใจ!!



“โยงไปถึงการอุ้มบุญ บัตรสังคม เรื่องปัญหาการมีลูกหรือไม่มีลูก ใช้วิธีการขโมยเด็ก มันมีหลายแบบ เรื่องการขโมยเด็ก การขโมยทั้งแม่และเด็ก การหาทางให้คนที่อยู่ในท้องมาเซ็นสมบัติของตัวเอง มันมีกระบวนการแบบนี้อยู่เสมอมา”

นักสิทธิเด็กรายนี้ ยังสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาในสังคม จากประสบการณ์ที่ผ่านมา โดยเล็งเห็นว่าประเทศไทยยังมีความไม่พร้อมการมีลูก ไม่มีหน่วยงานดูแลอย่างจริงจัง

“ตลาดมันมีความต้องการ มันก็มีคนเข้าไปจัดการ ทำให้มันเป็นตลาด ทำให้เป็นธุรกิจขึ้นมา และคนที่เป็นเหยื่อจะเป็นคนจน คนยากไร้ และบางครั้งก็เต็มใจ เพราะว่ามันอยู่ไม่รอด ตัวเองก็เอาตัวไม่รอด เลี้ยงไม่ได้ ทิ้งขยะก็มี เพราะฉะนั้นรัฐจะต้องดูแล และปกป้อง ต้องอย่าให้มันเกิดอย่างนี้ขึ้นมา

ผมว่ากฎหมายมันมีช่องว่าง บางทีมันอ้างได้ว่าไม่ได้เป็นการค้ามนุษย์ พ่อแม่เต็มใจให้ลูกไปเลี้ยงได้

แต่กฎหมายต้องดูที่เจตนา ต้องคุ้มครองและป้องกัน ไม่มีหน่วยงานดูแล ขนาดมีปัญหายังดูแลไม่ทั่วถึงเลย ผมคิดว่าสังคมต้องช่วย รัฐต้องดูแลเรื่องแบบนี้”

แน่นอนว่าในฐานะนักสิทธิฯ เขาไม่เห็นด้วยกับการโพสต์ขาย-หาคนอุปการะเด็ก เพราะเป็นการละเมิดสิทธิเด็กตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26 อีกทั้งมองว่าประเทศไทยยังมีกฎหมายที่เป็นช่องโหว่ ไม่มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง อีกทั้งมีการเหลื่อมล้ำในบ้านเมืองอยู่ จนเกิดปัญหาสังคม พร้อมทั้งทิ้งท้ายข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขที่จะช่วยให้ความเป็นธรรมที่สุดว่า สิทธิเด็กมีอยู่ ไม่ควรมองข้ามสิ่งเหล่านี้

“มันอาจจะมีกฎหมายที่กล่าวไว้บ้าง แต่ไม่มีใครรับรู้ มันไม่มีการใช้บังคับกฎหมายอย่างจริงจัง ทุกเรื่องไม่มีการบังคับใช้ เพราะฉะนั้นพอมีเรื่องขึ้นมาแล้ว น่าจะถือโอกาสให้สังคมได้ตระหนัก และดูว่ากลไกเครื่องมือทางกฎหมาย

กฎหมายคุ้มครองเด็กมีอยู่แล้ว คุณต้องดูแลปฏิบัติต่อเด็กยังไง พ.ร.บสิทธิเด็กมีอย่างชัดเจน ต้องเอามาดู อย่าไปมองข้ามมัน

คือเรื่องแม่ไม่พร้อม ผมก็เคยเสนอหลายครั้ง เรื่องปัญหาสังคมไม่ใช่เรื่องที่จะต้องลงโทษเขา เด็กเขาท้อง เมื่อเขาออกจากโรงเรียน พอคลอดลูกแล้ว น่าจะให้เขากลับไปเรียนต่อได้ และต้องช่วยดูแลเด็ก ดูแลต่างๆ ในช่วงที่เขาไม่พร้อม จะต้องช่วยเขา เพราะเขาเป็นพลเมืองของบ้านเมืองเหมือนกัน ถ้าทิ้งตั้งแต่เด็ก ก็กลายเป็นพลเมืองที่ไม่มีคุณภาพ มันแก้ตอนปลายไม่ได้ มันต้องแก้ตั้งแต่ต้น"

โดยความคืบหน้าล่าสุด มีการเปิดเผยหนึ่งในแม่ที่ประกาศหาคนอุปการะลูก ตนลำบาก โดยกรณีนี้จะต้องดูแลลูกคนเดียว และมีลูกอีกคนต้องเลี้ยง เลยขอส่งต่อลูกในท้อง โดยมีค่าใช้จ่ายซื้อเด็กทารกเพียง 15,000 บาท



ทั้งนี้พ.ต.อ.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในกรณีนี้ยังไม่เข้าองค์ประกอบความผิดค้ามนุษย์ เพราะการค้ามนุษย์คือต้องมีการติดต่อ ชักชวน หลอกลวงคนมาสู่การบังคับขู่เข็ญ หรือรีดไถเอาประโยชน์ เอารัดเอาเปรียบจากผู้เสียหาย

แต่อาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบหลักของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)





ข่าวโดยทีมข่าว MGR Live


** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **
กำลังโหลดความคิดเห็น...