xs
xsm
sm
md
lg

“เปิดบ้าน” ผสานความเข้าใจ สลับ “พ่อแม่เป็นลูก” ให้ “คุณครูเป็นนักเรียน”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


วันนี้เรียนอะไร ที่โรงเรียนสอนอะไรบ้าง? ไม่ใช่คำถามที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องถามด้วยความเป็นห่วงอีกต่อไป เมื่อสถาบันการศึกษาอย่าง รร.สาธิตจุฬาฯ เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาหาคำตอบด้วยตัวเอง ผ่านงาน “CUD Open House 2019” ที่แปลงบทบาทให้ “พ่อแม่” มาลองเรียนแทน “ลูกๆ” และ “คุณครู” มาซึมซับวิชาในฐานะ “นักเรียน”



เจาะ “การคำนวณแบบถอดปลั๊ก” วางพื้นฐาน “โปรแกรมเมอร์” ให้เด็ก

[ชาญณรงค์ วังเย็น อาจารย์ผู้สาธิตการสอน “วิทยาการคำนวณแบบถอดปลั๊ก” รร.สาธิตจุฬาฯ]
“จริงๆ แล้ว วิชานี้ไม่ใช่เรื่องของการคำนวณโดยแท้ แต่เป็นการระบบความคิดของเด็กๆ ครับว่า จะมีการจัดเรียงลำดับยังไงให้เหมาะสม อันไหนควรจะเริ่มต้นก่อน อันไหนควรเป็นลำดับที่ 2, 3, 4 ฯลฯ ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้ไปถึงจุดหมายที่เราต้องการ

ยกตัวอย่างหนึ่งในเกมที่เลือกหยิบมาให้เล่นในวันนี้ เป็นตารางแผนการเดิน เรามีการกำหนดจุดเริ่มต้นให้เป็น “บ้าน” และให้จุดเป้าหมายเป็น “ร้านขนม” แล้วให้เด็กๆ จัดระเบียบความคิดว่า เราจะต้องทำยังไงบ้าง เพื่อเดินไปให้ถึงจุดหมายนั้น

สิ่งที่เด็กๆ จะได้ก็คือ การจัดระบบความคิด ซึ่งถือเป็นการปูพื้นฐาน ผ่านวิธี “การคำนวณแบบถอดปลั๊ก” เพื่อให้เขาเข้าใจระบบความคิดทั้งหมด ก่อนนำเขาไปสู่การเขียน coding หรือโปรแกรมต่างๆ ในอนาคตต่อไปในอนาคต


หรือถ้าเด็กๆ สามารถสร้างเส้นทางของตัวเองได้ คิดได้อย่างเป็นระบบ กำหนดเส้นทางได้อย่างถูกต้อง คือเลือกหยิบป้ายคำสั่งได้ว่า ต้องใช้ทั้งหมดกี่ป้าย (เลี้ยวซ้าย, เลี้ยวขวา, เดินหน้า, ถอยหลัง) ก็ถือว่าสามารถมองเห็นแววของเด็กคนนั้น ผ่านวิชานี้ได้อย่างชัดเจน

ที่สำคัญคือ การจัดระเบียบความคิดที่เขาได้จากวิชานี้ ยังสามารถนำไปใช้ได้กับอีกในทุกๆ วิชา ไม่ต่างไปจากเรื่องการจัดลำดับความสำคัญเรื่องต่างๆ ในชีวิตเลยครับ”

ชาญณรงค์ วังเย็น อาจารย์ผู้สาธิตการสอน “วิทยาการคำนวณแบบถอดปลั๊ก” โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม อธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในคลาสของเขา ผ่านกิจกรรม “CUD Open House 2019 อิสระแห่งการเรียนรู้ สร้างสรรค์และแบ่งปัน ก้าวทันศตวรรษที่ 21” ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5-6 ก.ย.ที่ผ่านมา



เพราะเป็นกิจกรรมเปิดบ้านที่ทางโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการสถาปนาครบ 61 ปีของโรงเรียน การสอนของอาจารย์ในวันนี้จึงต่างออกไป คือไม่ได้เตรียมมาเพื่อสอนเด็กๆ ชั้น ป.1 อย่างเคย แต่เตรียมมาเพื่อให้บทเรียนแก่ “คุณครูต่างสถาบัน” ที่เดินทางมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านงานนี้

“ที่ผมให้ “ครู” มาเป็น “นักเรียน” ของผมในวันนี้ เพราะผมต้องการให้ครูได้เห็นภาพจริงว่า เมื่อเวลาคุณลงไปเจอปัญหาจริงๆ เหมือนเด็กๆ ที่คุณจะได้สอนในคลาสวันข้างหน้า คุณจะเจอกับเหตุการณ์อะไรบ้าง ที่ต้องไปแก้ไขหรือปรับปรุงการสอนของตัวเองครับ



[ผศ.ทินกร บัวพูล ผู้อำนวยการ รร.สาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม และรองคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ]
สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกิจกรรม “CUD Open House 2019” ที่ทาง ผศ.ทินกร บัวพูล ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม และรองคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ได้วางเอาไว้ คือต้องการให้เกิดการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ทั้งบุคลากรด้านการศึกษา รวมถึงตัวผู้ปกครองเองด้วย

เราเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการเผยแพร่ผลงานของนักเรียน คณาจารย์ บุคลากร ที่ร่วมแรงร่วมใจพัฒนาสถาบันการศึกษาอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา ได้อย่างต่อเนื่องตลอดมา

และควรประสานความร่วมมือ ถึงการเรียนรู้และการแบ่งปัน แนวคิด-นวัตกรรมทางการศึกษา สู่สถาบันการศึกษาอื่นๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง และร่วมกันพัฒนาเยาวชนอันเป็นอนาคตของชาติอย่างยั่งยืนตลอดไป



[วงโยธวาทิตบรรเลงเพลง "มาร์ชสาธิตจุฬาฯ" ร่วมเปิดงาน กิจกรรม “CUD Open House 2019 อิสระแห่งการเรียนรู้ สร้างสรรค์และแบ่งปัน ก้าวทันศตวรรษที่ 21” (5-6 ก.ย.62)]
ผมขอขอบคุณผู้บริหาร คณาจารย์ พ่อแม่ผู้ปกครอง และนักเรียนจากทุกโรงเรียน ที่ให้เกียรติมาเยี่ยมชมบ้านสาธิตจุฬาฯ ของเรา และมาร่วมเข้ากิจกรรม

ผมเชื่อมั่นว่าโรงเรียนของเรา จะเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ ทางด้านการจัดการศึกษา ในระดับประถมศึกษา ให้แก่สังคมในอนาคตต่อๆ ไป”

 



ให้ “เรียนผ่านการเล่น” ปล่อย “ศิลปะ” ช่วยจัดการอารมณ์

[“น้องเก้า” (คนกลาง) ด.ช.ธิปก ตั้งศิริพัฒน์ นักเรียนชั้น ป.5 ในโครงการ Art Learning ลงมือวาดในคลาสสาธิตการสอน “ศิลปินสอนศิลป์ด้วยเกรยอง”]
ท่ามกลางกิจกรรมมากมาย มีทั้งการบรรยายทางวิชาการจำนวน 3 เรื่อง, การเสนอผลงานวิจัยจำนวน 4 เรื่อง, การอบรมเชิงปฏิบัติการจำนวน 10 เรื่อง, การสาธิตการสอนจำนวน 29 เรื่อง, การแสดงผลงานนวัตกรรมของนักเรียน, การแสดงความสามารถของนักเรียนในด้านต่างๆ

ฐานกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับนักเรียน, การจัดนิทรรศการแสดงการจัดการเรียนรู้ และผลงานของนักเรียน, การประกวดและแข่งขันตอบปัญหา, คลินิกให้คำปรึกษาแก่ครูและผู้ปกครองของนักเรียน ที่ต้องการช่วยเหลือพิเศษ, การเสวนาของนิสิตฝึกวิชาชีพ ฯลฯ

ห้องสาธิตการสอน “ศิลปินสอนศิลป์ด้วยเกรยอง (crayon : ดินสอถ่าน)” โครงการเสริมศักยภาพทางด้านศิลปะ “Art Learning” กลุ่มสาระทัศนศิลป์ คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อน “การเรียนรู้” ผ่าน “การลงมือเล่น” ได้อย่างเด่นชัดที่สุด


[“น้องชินได” ด.ช.ดรัส วรรณสารเมธา นักเรียนชั้น ป.5 ในโครงการ Art Learning ลงมือวาดในคลาสสาธิตการสอน “ศิลปินสอนศิลป์ด้วยเกรยอง”]
พิสูจน์ได้จากคำบอกเล่าของตัวนักเรียนในโครงการ อย่าง “น้องเก้า” ด.ช.ธิปก ตั้งศิริพัฒน์ และ “น้องชินได” ด.ช.ดรัส วรรณสารเมธา นักเรียนชั้น ป.5 ในโครงการ Art Learning

“เรียนคลาสนี้แล้วได้ความรู้สึกต่างจากคลาสปกติเยอะเลยครับ เพราะปกติจะได้ใช้แต่สีน้ำ แต่คลาสนี้ได้หัดใช้สีเกรยองด้วย อาจารย์เขาก็บอกให้ลากไปเลย ไม่ต้องคิดอะไรมาก พอได้วาดก็ทำให้ผ่อนคลาย ไม่เครียดครับ

“ศิลปะมันช่วยเราได้ เวลาถ้าเราทะเลาะกับใคร หรือถ้าทุกข์ใจแล้วมาวาดคลายเครียด อารมณ์เราก็จะดีขึ้น เพราะศิลปะมันต้องใช้อารมณ์ในการวาด ถ้าเราใช้อารมณ์ตอนนั้นมาวาด ภาพก็จะแตกต่างกันไปเรื่อยๆ และมันก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ครับ โดยที่เราไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ



["เจี๊ยบ-ชนัญญา ทิพย์มงคลศิลป์" คุณแม่ของนักเรียนสาธิตจุฬาฯ ทดลองเรียนคลาส “ศิลปินสอนศิลป์ด้วยเกรยอง”]
เจี๊ยบ-ชนัญญา ทิพย์มงคลศิลป์ คุณแม่ที่มีลูกคนโตเรียนชั้น ป.5 อยู่ที่สาธิตจุฬาฯ ช่วยคอนเฟิร์มอีกเสียงว่า การเปิดบ้านในครั้งนี้ ช่วยสร้างความเข้าใจให้แก่คนเป็นผู้ปกครองได้มากขนาไหน ยิ่งได้ทดลองเรียนคลาสวาดเส้นผ่านบทบาท “นักเรียน” จริงๆ ยิ่งทำให้มั่นใจได้ว่าลูกของตัวเอง จะต้องสนุกไปกับการเรียนรูปแบบนี้อย่างแน่นอน

“ถ้าในฐานะผู้ปกครองของเด็กที่เรียนที่นี่ งานนี้ก็ทำให้เราเห็นว่าลูกเราได้อยู่ในบรรยากาศการเรียนแบบไหน เพราะปกติแล้ว เรามาส่งเขาที่โรงเรียน หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้เห็นแล้วค่ะ จะเห็นอีกทีก็จากการบ้านของเขา

แต่พอเรามางานนี้ ก็ทำให้เห็นสื่อการสอน วิธีการเรียน ได้เห็นว่าเขาเรียนผ่านการเล่น การลงมือปฏิบัติแบบนี้ ก็ทำให้เราอุ่นใจขึ้นค่ะ แล้วก็ชอบมากด้วย ยังอยากให้ลูกคนเล็กสอบเข้าที่นี่ให้ได้เลย แต่ก็ไม่รู้จะได้ไหม (ยิ้ม)”



[ปกรณ์ กล่อมเกลี้ยง ภัณฑารักษ์อิสระ ผู้ช่วยวิทยากร สาธิตการสอน “ศิลปินสอนศิลป์ด้วยเกรยอง”]
แม้แต่ ปกรณ์ กล่อมเกลี้ยง ภัณฑารักษ์อิสระ และนักบรรยายทางศิลปะที่มีชื่อเสียง ซึ่งมาเป็นผู้ช่วยวิทยากร สาธิตการสอนศิลปะในคลาสเดียวกันนี้ ยังออกปากเลยว่า เด็กๆ ที่ได้มีโอกาสเรียนรู้ผ่านลายเส้นแบบนี้ เป็นเด็กที่โชคดีและน่าอิจฉาที่สุดแล้ว

“พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกหลานอยู่ในกลุ่ม Art Learning ถือว่าน้องๆ โชคดีมากนะครับ เพราะโครงการนี้จะช่วยเปิดโลกทัศน์ให้พวกเขาได้มากเลย เพราะนอกจากคลาสเรียนแล้ว ยังมีการพาน้องๆ ไปหอศิลป์หลายที่ พาไปบ้านศิลปินหลายท่าน ผ่านโครงการนี้

อยากจะบอกว่า การเรียนศิลปะนั้น ไม่จำเป็นว่าต้องโตไปเป็นศิลปินก็ได้ครับ แต่ให้โตไปเป็นคนที่รักศิลปะ จะเป็นหมอ หรือเป็นนักการเมืองที่รักศิลปะ ก็น่าชื่นใจทั้งนั้น และหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับการได้ขยับมือ ไปกับชั้นเรียนสาธิตในครั้งนี้นะครับ




“เปิดบ้าน-เปิดใจ” สานสัมพันธ์ “ในระบบ-นอกระบบ”

[คลาสสาธิตการสอน “ศิลปินสอนศิลป์ด้วยเกรยอง (crayon : ดินสอถ่าน)” ของ “สมใจ จงรักวิทย์” ประธานโครงการเสริมศักยภาพทางด้านศิลปะ “Art Learning” กลุ่มสาระทัศนศิลป์]
“ผมมองว่าเรื่องการเรียน ถ้าจะให้เกิดประโยชน์กับตัวเด็กจริงๆ เราต้องเชื่อมโยงกันทั้ง “การศึกษานอกระบบ” และ “การศึกษาในระบบ” แต่ในที่นี้ผมมองคำว่า “นอกระบบ” คือที่บ้านนะ ส่วน "ในระบบ" ก็คือโรงเรียน ที่ทั้งสองฟากต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

สมยศ คำแสง ศิลปินภาพเกรยองชื่อดัง อาจารย์ประจำวิทยาลัยเพาะช่าง สาขาวิชาประติมากรรมไทย ผู้มาเป็นวิทยากรสาธิตการสอน “ศิลปินสอนศิลป์ด้วยเกรยอง” โครงการเสริมศักยภาพทางด้านศิลปะ “Art Learning” กลุ่มสาระทัศนศิลป์ ช่วยสะท้อนระบบการศึกษาผ่านมุมมองผู้สอน และผู้ปกครองที่มีลูกยังเรียนอยู่ชั้นประถมเหมือนกัน

“เป็นครั้งแรกของผมเลยนะ ที่ได้มาสอนเด็กๆ ขนาดนี้ ปกติผมจะสอนเด็กเพาะช่าง อารมณ์ก็จะดุดันกว่านี้เยอะ (ยิ้ม) แต่ครั้งนี้ก็ทำให้ได้เห็นอะไรเยอะเลยนะ และผมก็คิดว่าการฝึกเด็กตั้งแต่ช่วงนี้ คือช่วงที่กำลังดีเลย เพราะยังเป็นช่วงอิสระทางความคิด เขายังไม่มีกรอบอย่างอื่นเข้ามา ทำให้มองเห็นความบริสุทธิ์จากตัวตนของเขาจริงๆ



[สมยศ คำแสง ศิลปินภาพเกรยองชื่อดัง ผู้มาเป็นวิทยากรสาธิตการสอน “ศิลปินสอนศิลป์ด้วยเกรยอง”]
การที่เด็กๆ ได้สัมผัสศิลปะตั้งแต่ตอนนี้ จะทำให้เขาได้ซึมซับความละเอียดอ่อน และรู้จักสังเกตเรื่องลายเส้นต่างๆ มากกว่าเดิม หมายความว่าเราจะได้ปลูกฝังความลึกซึ้งในตัวเขาไปด้วย

และผมก็มองว่าการเปิดบ้านครั้งนี้ มันเหมือนเป็นการแลกเปลี่ยนกันนะ อย่างตอนเด็กมาโรงเรียน เด็กก็ต้องกลับบ้าน แต่ครั้งนี้ถึงคราวผู้ปกครองต้องมาดูที่โรงเรียนบ้าง จะได้มองเห็นว่าชีวิตของเด็กๆ ในแต่ละวัน เขาได้เรียนรู้ในสภาพแวดล้อมยังไงบ้าง จะได้เป็นการเชื่อมโยงความเข้าใจกันและกัน

แต่ทุกวันนี้ หลายๆ ครอบครัวก็ไม่มีเวลา เลยทำให้สังคมของเราผลักกันไปมา ที่บ้านก็ผลักเด็กมาที่โรงเรียน โรงเรียนก็ผลักไปให้ที่บ้านอีกที แต่การมีงาน open house แบบนี้ ก็จะทำให้ทางบ้านเข้าใจโรงเรียน ทางโรงเรียนเข้าใจทางบ้าน เกิดการเชื่อมโยงกันว่าเราต้องเรียนรู้ร่วมกัน



และมันก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ที่พ่อแม่จะรู้ตัวว่าตัวเองคือ “ครูคนสำคัญ” ของลูกๆ แต่บางครอบครัวก็ยังไม่รู้ ถามว่าจะทำยังไงให้เขารู้ตัว ก็ต้องให้เขามาเห็นอะไรแบบนี้แหละครับ”

น่าชื่นใจที่ผลของการจัดกิจกรรม เฉลิมฉลองการสถาปนา 61 ปีโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ในครั้งนี้ ตอบโจทย์เป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้อย่างครบถ้วน อย่างที่ รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน “CUD Open House 2019” คาดหวังให้เกิดขึ้น

“เป็นโอกาสอันดีที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถมศึกษา ได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้น เพื่อเสนอนวัตกรรมทางการศึกษา การจัดการเรียนการสอน การค้นคว้าวิจัย เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถ อันเป็นแนวทางในการจัดการศึกษา สำหรับสถาบันการศึกษาอื่นๆ



[รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ]
นำมาซึ่งความสมัครสมานสามัคคี และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อันจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของชาติ และสร้างเยาวชนของเราให้เป็นเยาวชนที่มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

นอกจากนี้ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ ได้มาแสดงศักยภาพทางวิชาการ ผ่านกิจกรรมการประกวดแข่งขัน และการแสดงต่างๆ รวมถึงการชมบอร์ดนิทรรศการ

ซึ่งนักเรียนจะได้พัฒนาและเพิ่มพูนศักยภาพของตนเอง มีความกล้าแสดงออก รู้แพ้ รู้ชนะ และการยอมรับกฎกติกา อีกทั้งยังได้มิตรภาพจากการแข่งขันกับเพื่อนต่างโรงเรียนอีกด้วย



เห็นได้อย่างชัดเจนว่าทางโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม ได้ปฏิบัติตามพันธกิจของโรงเรียน ว่าด้วยการจัดการศึกษาในระดับประถมศึกษา เพื่อสร้างผู้เรียนให้มีคุณภาพ

ให้สามารถครองตนได้อย่างมีวัฒนธรรม มีจริยธรรม มีความรับผิดชอบ มีเหตุผล กล้าแสดงออก และมีภาวะผู้นำ โดยมีผลงานความสำเร็จของคณาจารย์และนักเรียน เป็นเครื่องยืนยันสัมฤทธิผลของพันธกิจได้เป็นอย่างดี”



[การแสดง "ปอม ปอม เชียร์ (Pom Pom Cheer) สำหรับเปิดงาน "CUD Open House 2019"]



[คณะผู้บริหาร ตัดริบบิ้นเปิดงาน กิจกรรม “CUD Open House 2019 อิสระแห่งการเรียนรู้ สร้างสรรค์และแบ่งปัน ก้าวทันศตวรรษที่ 21” (5-6 ก.ย.62)]




[กิจกรรมที่จัดโดยผู้ปกครองอาสา “จออัจฉริยะเพื่อการเรียนรู้ (3D)”]




[กิจกรรมที่จัดโดยผู้ปกครองอาสา “Save The Tigers RoadShow”]




[นิทรรศการผลงานจากโครงการ "เด็กพิเศษ" รร.สาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม]






[เกตุธัช กัญจนชุมาบุรพ อาจารย์ผู้สาธิตการสอน “การปฐมพยาบาล การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน” กลุ่มสาระสุขศึกษาและ พลศึกษา ระดับชั้น ป.6]












ข่าว: ทีมข่าว MGR Live
เรื่องและภาพ: อิสสริยา อาชวานันทกุล
ขอบคุณ: โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม
 




** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...