xs
xsm
sm
md
lg

“ขอบคุณพี่ตูนและคนไทย” กล้องจุลทรรศน์ผ่าตัดขั้นสูง คนไข้เคสซับซ้อนรายแรกได้ใช้แล้ว!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ลดระยะเวลาผ่าตัด! กล้องจุลทรรศน์ผ่าตัดมะเร็ง จากเงินบริจาคของโครงการ “ก้าวคนละก้าว” แพทย์ศัลยกรรมตกแต่งเปิดใจ คุณภาพชีวิตของคนไข้ดีขึ้น ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการผ่าตัดแบบเดิมๆ เชื่อจะช่วยส่งเสริมโรงพยาบาลต่างจังหวัดสามารถผ่าตัดขั้นสูง โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ได้มากขึ้น

เห็นผลทันตา "ก้าว" เครื่องมือแพทย์ช่วยชีวิตคน

“ผมมีหน้าที่เอาเนื้อตรงอื่นมาเสริมสร้าง มาทำให้กลับไปเป็นลิ้น หรือเอามาทำให้กลับมาเป็นเหงือกเหมือนเดิมครับ ใช้การผ่าตัดที่เรียกว่า จุลศัลยกรรม เป็นการย้ายเนื้อเยื่อจากที่อื่นขึ้นมาปิดบริเวณมะเร็งโดยการใช้กล้องจุลทรรศน์ ต้องมีการตัดต่อเส้นเลือดขนาดประมาณ 2-3 มม. เป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อนและค่อนข้างยาก”

หมอเติ้ง-อภิรักษ์ วงษ์เสาวศุภ แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เปิดใจผ่านปลายสายกับทีมข่าว MGR Live หลังมีการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “Apiruk Wongsoasup” เผยให้เห็นอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์กล้องจุลทรรศน์ เพื่อใช้ในการผ่าตัดจุลศัลยกรรมผู้ป่วยมะเร็ง ที่จัดซื้อจากเงินบริจาคโครงการก้าวคนละก้าว ของ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน Bodyslam ซึ่งเครื่องมือถูกใช้กับเคสนี้เป็นเคสแรกหลังจากได้รับเครื่องมา



โดยก่อนหน้าที่จะมีกล้องจุลทรรศน์ที่มีคุณภาพคมชัด หมอเติ้งบอกกับทีมข่าวว่า ต้องไปใช้กล้องของหมอที่รักษาดวงตามาต่อเส้นเลือดแทน แต่หัวจะล็อก ไม่สามารถเอียงซ้ายเอียงขวาได้ ซึ่งบริเวณตัดต่อของเส้นเลือดบริเวณใบหน้า ต้องใช้การเอียง 360 องศา หมุนได้ไร้ทิศทาง เพื่อที่จะสามารถซอกซอนเข้าไปในบริเวณที่หน้าเอียงๆ ได้ ซึ่งกล้องตาทำไม่ได้

“เมื่อมีอุปกรณ์ช่วยให้ผ่าตัดได้ง่ายขึ้น ถ้าเห็นวิดีโอที่ผมโพสต์ไป ก็เป็นการตัดต่อเส้นเลือดอยู่ กำลังเย็บไหม ซึ่งกล้องมันก็ชัด แล้วก็สามารถบันทึกวิดีโอออกมาได้ แล้วมันก็จะเห็นเป็น 3 มิติครับ สามารถที่จะเย็บเส้นเลือดได้ง่ายขึ้น

ผมผ่าตัดเกี่ยวกับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก เช่นมะเร็งลิ้น มะเร็งกระพุ้งแก้ม บริเวณของเหงือก ฟัน ที่เป็นมะเร็งใหญ่ๆ ในช่องปากทั้งหลาย บนใบหน้าทั้งหลาย เราก็จะช่วยเสริมสร้างเวลาเขาตัดออกไปแล้ว เช่น ลิ้น กระพุ้งแก้ม หรือเหงือก



ราคาเครื่องนี้ประมาณ 6 ล้านครับ ผ่าตัดสำเร็จด้วยดีครับ ตัดต่อเส้นเลือดได้ แล้วคนไข้ก็จะได้มีผนังมาหุ้ม คือผมผ่าตัดโดยการใช้เนื้อตรงบริเวณหน้าแข้งครับ เอามาเสริมทำให้กลายเป็นเหงือกอันใหม่ของคนไข้ อันนี้เหงือกผสมกับลิ้นด้วย ตอนนี้ก็ติดดีไม่มีปัญหาอะไร คนไข้ตอนนี้ก็ปลอดภัยดี”

ทั้งนี้ การผ่าตัดผู้ป่วยแต่ละเคส จะต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน และหมอเติ้งยืนยันว่าเมื่อได้เครื่องมือแพทย์อย่าง กล้องจุลทรรศน์มา สามารถที่จะช่วยลดระยะเวลาการผ่าตัดลงได้ จากการผ่าตัดปกติประมาณ 7-10 ชั่วโมง หลังจากมีเครื่องมือที่เพิ่งได้รับมา การผ่าตัดก็เหลือประมาณ 6 ชั่วโมงเท่านั้น



“ที่จริงเครื่องมือแพทย์ก็ยังขาดบางตัวอยู่ เช่น เครื่องวัดเส้นเลือด เครื่องห้ามเลือด กลุ่มห้ามเลือดที่แขนขานะครับ ก็ยังขาดอยู่บ้าง แล้วที่จริงก็ยังขาดพวกอุปกรณ์เครื่องมือที่เล็กๆ ที่อยู่ในวิดีโอที่ผมใช้ พวกนั้นจริงๆ ก็ยังเป็นของบริจาคหมดนะครับ ตอนนี้เราก็ยังขาดพวกนั้นอยู่ ยังไม่เพียงพอ แต่เราก็พยายามทำเท่าที่เรามีครับ

ปกติมะเร็งช่องปาก มันก็ไม่ได้เยอะมาก แต่ว่าเวลาคนเป็นแล้ว ก็จะไม่เหมือนกับมะเร็งอื่น คือมะเร็งอื่นอาจจะเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว มะเร็งกระจายอย่างรวดเร็ว แต่มะเร็งช่องปากพวกนี้มันจะไม่กระจาย แต่มันจะทรมาน กินไม่ได้ กลืนไม่ลง มีความเจ็บปวดทรมาน ถ้าอย่างที่เราเคยเห็นข่าว เช่น ก้อนใหญ่ๆ ที่หน้า ที่ปาก”

เงินบริจาค “ทุกบาท” ได้ใช้จริง

“วิธีการผ่าตัดแบบใหม่ เราจะสามารถช่วยให้คนไข้สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ใช้ชีวิตได้อย่างปกติมากขึ้น ซึ่งพวกนี้มันจำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือแพทย์ต่างๆ เช่น กล้องจุลทรรศน์ กล้องผ่าตัดต่างๆ หรือเครื่องมือห้ามเลือดบางตัว ซึ่งสำคัญมากๆ ในการที่เราจะใช้กับการผ่าตัดแบบใหม่ๆ ที่ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการผ่าตัดแบบเดิมๆ ที่ผู้ป่วยอาจจะต้องทนทรมานมาก”

หมอเติ้ง อธิบายให้เห็นว่า เครื่องมือแพทย์มีประโยชน์กับหมอและผู้ป่วยอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันการผ่าตัดก้าวหน้าไปมาก มีความเจริญไปค่อนข้างสูง เครื่องมือเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือที่รองรับการผ่าตัดใหม่ๆ ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของคนไข้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดระยะเวลาการผ่าตัด หรือทำให้คนไข้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการที่จะต้องใช้วิธีการผ่าตัดแบบเดิมๆ



นอกเหนือจากนั้นแล้ว ยังส่งเสริมให้โรงพยาบาลตามต่างจังหวัด สามารถที่จะทำการผ่าตัดขั้นสูง อย่างเช่นการทำจุลศัลยกรรม การผ่าตัดโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ได้ ซึ่งในโรงพยาบาลต่างจังหวัดแทบไม่มี

“ถ้าเกิดมีเครื่องมืออะไรต่างๆ เข้ามาในโรงพยาบาลที่เป็นโรงพยาบาลต่างจังหวัด ก็จะทำให้การผ่าตัดคนไข้ไม่ต้องส่งตัวไปรักษาในโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ หรือโรงพยาบาลในมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่อาจจะมีคิวผ่าตัดค่อนข้างนานครับ

โครงการก้าวคนละก้าวเนี่ยเป็นโครงการที่ดีมากๆ นะครับ อย่างหมอ พยาบาลที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลต่างจังหวัดต่างๆ คือที่จริงแล้ว มันมีคนไข้ค่อนข้างเยอะ แล้วเขาก็ทำงานหนักมากๆ ทุกๆ คนนะครับ ถ้าเราได้เห็นคนไข้ตามโรงพยาบาลตามต่างจังหวัดที่พี่ตูนได้เคยมานะครับ ผมก็เคยเจอพี่ตูนตอนที่พี่ตูนมาสำรวจโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี พี่ตูนไปที่ห้องผ่าตัดด้วย แล้วก็ไปเจอผม ผมก็ไปพูดคุยด้วย”



โดยหมอเติ้งกล่าวถึงช่วงเวลาที่พี่ตูนมาโรงพยาบาลในวันเสาร์ อาทิตย์ และยังเห็นคนไข้เต็มห้องผ่าตัด ซึ่งมีการต่อคิวเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเข้ารับการผ่าตัด

แน่นอนว่า ภาระงานของโรงพยาบาลต่างจังหวัดค่อนข้างเยอะ หมอเติ้งชี้แจงชัดว่า ทำงานอยู่บนงบประมาณที่จำกัด เมื่อพี่ตูนมาเห็น จึงรู้เลยว่านั่นคือเป็นความจำเป็นที่ต้องช่วยกัน ถึงแม้จะเป็นเงินเล็กๆ น้อยๆ ของแต่ละคน แต่สามารถช่วยให้ความขาดแคลนของโรงพยาบาล หรืองบประมาณที่จำกัดดีขึ้นได้



“ผมอยากขอบคุณพี่ตูนอีกเรื่องก็คือว่า พี่ตูนยังเห็นว่าพวกเรายังทำงานอย่างหนัก เพื่อคนไข้ของพวกเรา แล้วก็ทำให้คนอีกหลายๆ คน เข้าใจโรงพยาบาลมากขึ้นว่า โรงพยาบาลเรามีหมอ พยาบาล ที่ทุ่มเทเพื่อคนไข้นะครับ ไม่ใช่แค่ว่าเราทำงานไปวันๆ นั่นไม่ใช่ แต่เราทุ่มเทเพื่อคนไข้ แล้วพี่ตูนมาบริจาคให้เนี่ยมันถือว่าพี่ตูนได้เห็นความสำคัญ

พวกเราทำงานกันหนักจริงๆ สิ่งนี้จะทำให้ได้กำลังใจ สำหรับหมอ พยาบาล ทุกๆ คน แล้วก็ขอบคุณทุกคนที่บริจาคนะครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นเงินเล็กน้อย แต่เรารวมเป็นพลังใหญ่ๆ สามารถช่วยชีวิตคนได้จริง ได้เห็นจริงๆ เลยว่าเครื่องมือต่างๆ มันช่วยชีวิตคนจริงๆ นะ ไม่ใช่แค่คุณบริจาคแล้วคุณก็ลืมมันไป คุณได้เห็นเลยว่ามันช่วยคนได้จริงๆ ก็ขอบคุณพี่ตูนมากๆ และคนไทยทุกๆ คนนะครับ ที่ช่วยกันบริจาคให้โรงพยาบาลต่างๆ”

ข่าวโดย MGR Live
ขอบคุณภาพ FB : Apiruk Wongsoasup, ก้าว



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...