xs
xsm
sm
md
lg

ไขกุญแจแฉ “ห้องลับ VIP โชว์สยิว” ธุรกิจทำเงินกว่า 10 ล้าน!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เจาะธุรกิจขายเซ็กซ์!! รวบน้องแอม เน็ตไอดอลคนดัง เปิดกลุ่มลับให้คนเสียเงินเข้าไปดูคลิปโป๊ ไลฟ์สดจัดฉากโชว์หวิวด้วยท่าทางที่ไม่เหมาะสมทางเพศ โฆษณาให้ผู้สนใจสมัครเข้าดูผ่านแอปพลิเคชันไลน์ พบมีเงินหมุนเวียนร่วม 10 ล้าน ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดวิเคราะห์ ถือเป็นการค้าประเวณีทางไลน์

เจาะธุรกิจเสื่อม เน็ตไอดอลขายเซ็กซ์!!

กรณีที่มีการจับกุมตัว น้องแอม-จินดารัตน์ เสรีไพบูลย์ทรัพย์ เน็ตไอดอลคนดัง เปิดกลุ่มลับให้คนเสียเงินเข้าไปดูคลิปโป๊ ที่มีคลิปหลุดบนโลกออนไลน์ และมีพฤติกรรมชอบไลฟ์สดจัดฉากโชว์หวิวด้วยท่าทางที่ไม่เหมาะสมทางเพศ โดยโฆษณาให้ผู้สนใจสมัครเข้าดูผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยผู้ที่อยากดูต้องสมัครสมาชิก เสียค่าบริการ 1,000 บาทต่อ 10 ครั้ง หากจะสมัครเป็นรายปี ราคาจะอยู่ที่ 10,000 บาท แถมฟรี 5 คลิป และยังมีโอกาสร่วมไลฟ์สดด้วย



ขณะที่ในเฟซบุ๊กของน้องแอม เมื่อย้อนกลับไปในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้มีการโพสต์รายได้จากการทำงานในแต่ะวัน นับตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.61-21 ม.ค.62 ซึ่งปรากฏว่า น้องแอมนั้นมีรายได้เข้ามาทุกวัน ตั้งแต่ 4,900 บาท ไปจนถึง 80,000 บาท รวมแล้วทั้งเดือนมีรายได้เข้ามาถึง 500,000 บาท ซึ่งนับว่าไม่ธรรมดา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าตัวยังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอีกว่า “รายจ่ายเยอะขนาดนี้ เมื่อไรจะรวย” พร้อมอัปภาพรายการสรุปยอดค่าใช้จ่ายตั้งแต่ช่วงเดือน ต.ค.61 ถึงเดือน มิ.ย.62 ซึ่งในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายอย่างต่ำประมาณ 1.8 แสน และค่าใช้จ่ายสูงสุดถึงกว่า 4.8 แสน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า เน็ตไอดอลคนดังรายนี้มีการชักชวนให้คนไปเล่นการพนันฟุตบอลออนไลน์ และเป็นผู้ต้องหาหมายจับคดีฉ้อโกง โดยซื้อขายรถยนต์มือสอง มีการจ่ายเงินมา แต่ไม่มีรถยนต์ให้ผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

ไม่เพียงเท่านี้ ยังอ้างอีกว่า ปกติเธอนั้นประกอบอาชีพขายเสื้อผ้าออนไลน์เป็นหลัก แต่จากการสืบสวนพบว่า น่าจะมีการไลฟ์สดเป็นหลักแล้ว มีการปล่อยรูปหลุดออกมาให้ผู้คนเข้าติดตามสมัครสมาชิก เพราะจากการตรวจสอบบัญชีธนาคารมีเงินหมุนเวียนอยู่ประมาณ 10 ล้านบาท



การเปิดกลุ่มลับให้คนเสียเงินเข้าไปดูคลิปโป๊ ไม่ได้มีเพียงแค่เน็ตไอดอลรายนี้เท่านั้น ก่อนหน้านี้ ก็มีกรณี ครูบลู-จิรารัตน์ ชานันโห สาวคนสนิทหนุ่มซัน-ประชากร ปิยะสกุลแก้ว และยังเป็นเน็ตไอดอลและพริตตี้คนดัง ที่ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของตนเอง เชิญชวนให้เข้ากลุ่ม VIP ซึ่งเป็นกลุ่มไลฟ์สดแบบใกล้ชิด มีการเผยสัดส่วนของร่างกาย โชว์หวิว โดยกลุ่มดังกล่าวจะต้องมีการจ่ายเงินค่าเข้าคนละ 300-500 บาท

สำหรับกระแสการโชว์หวิวในโลกโซเชียล เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมายาวนานในสังคม ทีมข่าว MGR Live จึงติดต่อไปยัง ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด ให้ช่วยวิเคราะห์ จึงได้คำตอบว่า ธุรกิจโชว์สยิวที่ใช้โซเชียลเป็นอีกช่องทางการตลาดที่สำคัญ ซึ่งเป็นการนำเรือนร่างไปใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยเคสนี้ถือว่าเป็นการค้าประเวณีทางไลน์


 
[ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด]

“เขาคิดว่ามันเป็นการหาเงินง่าย และมันได้เยอะ เพราะเคสนี้มีวงเงินหมุนเวียนเป็น 10 ล้าน ถึงแม้สังคมจะมองว่าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย หรือไม่ใช่เรื่องฆ่าคนตาย แต่มันก็เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แล้วเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เป็นไปไม่ได้ที่จะให้อยู่ไปแบบนี้ คุณมาสำเร็จความใคร่ มาไลฟ์สดโชว์แบบนี้แล้วมาเก็บเงิน มันเป็นไปไม่ได้ ความลับไม่ได้มีในโลก ถ้าทุกคนคิดแบบนี้คนก็สามารถร่วมเพศกันตามถนนได้
บางอย่างไม่ได้ผิดตามกฎหมาย แต่คุณก็ต้องมีระดับจริยธรรม คุณจะบอกว่าเป็นร่างกายคุณ แล้วคุณก็ทำเองแล้วคุณก็มาขายเอง หากจะพูดแบบนี้คงไม่ได้
แม้กระทั่งการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง แล้วมีคนเห็น นั่นก็ถือว่าผิดกฎหมาย เดินแก้ผ้าไปตามถนนแล้วคิดว่าไม่เป็นไร เป็นร่างกายของฉัน แบบนั้นไม่ได้ เพราะบ้านเมืองมีกฎหมายกำกับ แล้วเคสนี้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ นำร่างกายไปใช้ในการค้าขายแล้วเข้าไปสู่กลุ่มคนจำนวนมาก ถ้าคิดสักนิดก็ไม่ควรทำ”
นักการตลาดรายเดิมยังย้ำอีกว่า โซเชียลถือว่าเป็นดาบสองคบ คนที่จะใช้โซเชียลต้องใช้ให้เป็น และต้องเตือนตัวเองด้วยว่าอะไรที่เราไม่ควรทำ อีกทั้งตอนนี้มีกฎหมายตั้งหลายตัว ทั้ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ไซเบอร์ และมีมาตรการขั้นรุนแรง บางอย่างไม่ได้ผิดกฎหมายเพียงข้อเดียวอาจจะมากกว่านั้น โดยเฉพาะเคสนี้ถือเป็นการค้าประเวณีทางไลน์

โซเชียลไม่ได้ออกแบบมาเพื่อหากินเรื่องเซ็กซ์!!

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดรายเดิมยังบอกอีกว่า เครื่องมือโซเชียลเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบมาให้คนนำมากินทางเรื่องเซ็กซ์

"จริงๆ แล้วเครื่องมือเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊กไลฟ์ เขาไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้มาหากินทางเรื่องเซ็กซ์ แต่ในบ้านเราก็นำมากินในทางนี้กัน แม้กระทั่งในช่วงแรกๆ ที่มีเฟซบุ๊กไลฟ์ก็มีการไลฟ์แบบโชว์ หรือสำเร็จความใคร่ อะไรทำนองนี้ก็มี แต่ก็ถูกกวาดล้างไปแล้ว เพราะผิดกฎหมาย

เพราะว่า ถ้าเกิดเป็นคนไม่ดังการทำอะไรแบบนี้ก็คงไม่ได้ราคาที่ดี ถ้าเกิดเป็นคนที่ดังก็จะมีคนตามเยอะ แต่เคสนี้เขาคงจะแลกอนาคต แลกกับความดัง ซึ่งเขาคงจะทำมาหากินได้ไม่มาก คงจะทำได้ในระดับหนึ่ง เขาคงคิดว่าถ้าทำแบบสุดๆ ไปเลย มันน่าจะได้เท่าไหร่ อีกอย่างมีตลาดกลุ่มนี้รองรับ ตลาดที่คนต้องการดูเน็ตไอดอลแบบนี้มันมี มันทำเป็นธุรกิจได้ เพราะธุรกิจในลักษณะที่เป็นอนาจารแบบนี้มีเยอะเพียงแต่ว่าถ้าไม่ดังก็ไม่เป็นข่าว
ทางการตลาดเขาเรียก “Sex sell” เซ็กซ์ขายได้ คือโซเชียลสมัยก่อนเราก็มีวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นั้นคือสื่อเก่า เหล่านั้นมันเป็นสื่อทางเดียวแล้วสื่อเก่ามีคนจำนวนน้อยที่เข้าไปใช้ประโยชน์ได้ แต่พอมาเป็นโซเชียลเครื่องมือมีมากมาย ทุกคนสามารถเข้ามาใช้ได้ ทำให้คนเข้ามาใช้ประโยชน์อย่างที่เมื่อก่อนไม่มีการทำมาก่อน”
ไม่เพียงเท่านี้ นักการตลาดรายนี้ยังได้พูดถึงเรื่องการเป็นผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียลของเหล่าเน็ตไอดอลคนดัง ที่มีช่องทางการตลาดในการทำมาหากินได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องโชว์สยิวแบบนี้
“จริงๆ การเป็นเน็ตไอดอล เดี๋ยวนี้มีการเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขายสินค้า ถ้าเจ้าของสินค้าไปพูดเองมันคือการโฆษณา แต่ว่าถ้ามีคนอื่นรีวิว ตอนนี้คนจะเชื่อการรีวิวใช่ไหมครับ ทีนี้เน็ตไอดอลหรือว่าคนที่มีคนตามเยอะๆ แม้กระทั่งพริตตี้เขาก็ผันตัวเองไปเป็นนักรีวิวกันหมด ซึ่งแต่ละครั้งก็ได้อยู่ครั้งละ 1,000-5,000 หรือสูงกว่านั้น บางคนก็ทำรายได้ต่อเดือนเป็นแสนๆ บาทนะ คุณรีวิววันหนึ่งสมมติครั้งละ 1,000 บาท วันหนึ่ง 5 ครั้งก็ 5,000 บาทแล้ว เดือนหนึ่งก็ตกเดือนละ 150,000 บาท



สมมติค่าสมัครบริการของคนที่เข้าชมปีละ 10,000 บาทต่อคน 10 คนก็ 100,000 บาท 100 คนก็ 1,000,000 บาท แล้วมันแพร่หลายออกไปเรื่อยๆ แล้วมันมีคนกลุ่มนี้ไง คนที่ต้องการดูอะไรแบบนี้เยอะ และมีการแพร่กระจายต่อๆ กันไป เขาคิดว่าเขาต้องการรวยเร็ว อีกอย่างการไปเป็นนักรีวิวอาจได้เงินน้อยกว่า ได้เงินช้า อยากได้เงิน 10,000,000 บาท ต้องใช้เวลาพอสมควร แต่อันนี้ครั้งเดียวได้เลย คิดเพียงแค่ว่ากลุ่มลับคงไม่มีใครเข้าถึงได้ คิดว่ามันจะเป็นความลับ แต่อย่าลืมว่าความลับไม่ได้มีในโลก ซึ่งนั่นถือว่าเป็นการทำลายอนาคตตัวเอง คุณไปทำอย่างอื่นก็ลำบาก”
สุดท้ายนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดยังแนะนำอีกว่า ให้คิดดีๆ อย่าแลกอนาคตดับตนเองเพียงแค่เห็นแก่เงินในระยะสั้น แต่จงมองไปถึงอนาคต

“ถ้าให้แนะนำคนที่หน้าตาดี แล้วก็มีคนติดตามเยอะ มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ ให้คิดดีๆ ว่าอนาคตว่าจะเอาเงินบำเหน็จหรือบำนาญ ถ้าคุณอยากได้เงินแบบบำเหน็จคุณก็ทำแบบนี้ ผิดกฎหมาย ไปสำเร็จความใคร่ แล้วก็ได้เงินทีละหลายๆ ล้าน แต่อนาคตดับเลยนะ หากคุณอยากกินเงินแบบบำนาญ เงินอาจจะได้น้อย คุณอาจจะผันตัวไปเป็นนักรีวิว เป็นผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียลเดือนหนึ่งก็อาจจะได้ในระดับแสน แต่หากจะให้ถึงในระดับ 10 ล้าน อาจจะใช้เวลาหลายปีเหมือนกัน ผมคิดว่าแบบที่สองน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า
เพราะกินแบบบำนาญกินน้อย แต่มีให้กินนาน แล้วชื่อเสียงก็จะดังขึ้นไปเรื่อยๆ ดีกว่ามาตัดอนาคตตัวเอง เหมือนบางคนเมื่อก่อนไปถ่ายรูปโป๊ไว้ แล้วมาประกวดนางงาม ก็จะมีการประจาน มีหลักฐานให้สังคมได้เห็น คุณก็จะไม่ได้เป็นนางงาม คุณก็ถูกถอดมงกุฎเลย
เวลาทำต้องคิดยาวๆ ว่าในอนาคตเราอยู่อีกกี่ปี 10 ปีข้างหน้าเราอาจจะโดดเด่นกว่านี้ก็ได้ อย่ามาเห็นแก่เงินก้อนนี้ แล้วทั้งชีวิตดับ”




** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...