xs
xsm
sm
md
lg

"ขัดความรู้สึกคนเชียงใหม่!!" อาจารย์ถาม รมว.คิดยังไง ให้ "บ้านญี่ปุ่น" แทนวัฒนธรรมไทย!?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


งงตาแตก! กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ยก “บ้านไม้หอมฮิโนกิแลนด์” ติด 1 ใน 10 แหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป โซเชียลฯ คาใจ มองยังไงก็สไตล์ญี่ปุ่น ด้านตัวแทนคนล้านนา วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนใหม่ โปรดถามไถ่คนท้องถิ่นด้วย!!!

มาได้ไง? เมืองจำลองญี่ปุ่นติดโผแหล่งวัฒนธรรมในไทย!!

เสาโทริอิสีแดงยาวเป็นทิวแถวที่ไม่ต่างจากวัดฟูชิมิ อินาริในเกียวโต โคมแดงขนาดยักษ์แบบเดียววัดอาซากุสะที่โตเกียว รวมถึงปราสาทไม้หอมฮิโนกิในสไตล์ญี่ปุ่น ตั้งตระหง่านอยู่ในพื้นที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์สนั่นโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้

นั่นก็เพราะกรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยกระทรวงวัฒนธรรม มีประกาศผ่านเฟซบุ๊ก “สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด เชียงใหม่” ว่า ยกให้ “ฮิโนกิแลนด์” เป็น “1 ใน 10 แหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป” ท่ามกลางความสงสัยของสังคม ว่าทำไมถึงได้รับเลือก?!


อาจารย์ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานมูลนิธิสืบสานล้านนา ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก “Chatchawan Thongdeelert”

เกี่ยวกับประเด็นร้อนนี้ อาจารย์ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานมูลนิธิสืบสานล้านนา ในฐานะคนพื้นที่ที่ทำงานด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของ จ.เชียงใหม่โดยตรง ให้ความคิดเห็นแก่ทีมข่าว MGR Live ถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยกล่าวว่า กรณีนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรมตัดสินใจโดยไม่ได้นึกถึงความรู้สึกของคนพื้นที่เลย!

“มันสะท้อนได้ว่าระหว่างกรมหรือกระทรวงวัฒนธรรม กับความรู้สึกหรือความคิดเห็นของคนท้องถิ่นน่าจะไปกันคนละทางแล้วล่ะ เพราะว่าจริงๆ แล้ว ผมเชื่อว่า คนท้องถิ่นหรืออะไรต่อมิอะไร เรารู้ว่าที่ตรงนั้นน่าจะไม่ใช่วัฒนธรรมของเชียงใหม่ที่เป็นอัตลักษณ์ที่ชัดเจน มันเป็นสิ่งใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น โดยเน้นเป็นเรื่องการท่องเที่ยว
และหากทางกรมบอกว่าเกณฑ์นี้ไม่ระบุเฉพาะเจาะจงว่าแค่วัฒนธรรมไทย ก็ต้องชี้แจงให้ชัดเจนครับ เพราะว่าสิ่งที่มันออกมา เหมือนการประกาศให้คนต้องไปเรียนรู้ ต้องไปชม โดยกระทรวงวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผมก็เลยอยากทราบคำอธิบาย”



นอกจากนี้ กูรูล้านนา ยังได้ให้ความเห็นต่อไปว่า ส่วนตัวแล้วยังไม่เคยไปสถานที่แห่งนี้ และเหตุการณ์นี้ไม่เพียงแค่คนเชียงใหม่ที่ออกอาการงง แต่ยังรวมไปถึงกระแสบนโลกโซเชียลฯ จากคนทั่วทั้งประเทศด้วย พร้อมทั้งกล่าวว่า ใน จ.เชียงใหม่เอง ยังมีอีกหลากหลายแหล่งวัฒนธรรม ที่เปิดให้ผู้ที่อยากเรียนรู้ความเป็นมาของท้องถิ่นให้เข้าชม โดยไม่ได้เน้นไปที่การท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว

“ผมเองยังไม่เคยไปฮิโนกิแลนด์ แล้วก็ไม่มีความคิดอยากจะไปด้วย เพราะว่าเรารู้อยู่ว่ามันเป็นการสร้างใหม่ แล้วก็เพื่อการท่องเที่ยว เลยรู้สึกเฉยๆ ครับ ไม่ได้คิดอะไร แต่ว่าไม่ได้มีปัญหากับเขา คือการที่เขาสร้างขึ้นมาก็เป็นสิทธิของเขาที่จะทำ แต่ว่าก็ต้องอธิบายว่ามันคือการสร้างใหม่ในสไตล์ของญี่ปุ่น อะไรก็ว่าไป เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนทั่วไป แต่ถ้าคนที่ต้องการเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ต้องการเรียนรู้ทางด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมท้องถิ่น อาจจะต้องคิดใหม่ครับ



เรามีดอยสุเทพ เรามีดอยเต่า เรามีโบราณสถานมากมาย ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญๆ ของเชียงใหม่ ซึ่งอันนี้มันสะท้อนการขาดการตัดสินใจจากส่วนกลาง ที่ขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้รู้ท้องถิ่นหรือคนท้องถิ่น มันเลยเพี้ยนไป เกณฑ์ในการตัดสินใจหรือในการพิจารณาก็ไม่รู้ว่าใช้เกณฑ์อะไร อยากจะถามอยู่เหมือนกัน เข้าใจว่าขัดกับความรู้สึกของคนเชียงใหม่แน่นอนครับตรงนี้

ความจริงไม่ใช่แค่ความรู้สึกของคนเชียงใหม่เท่านั้น ของคนทั้งประเทศด้วยซ้ำ พอเสนอมาปุ๊บ แต่เราจะเห็นปฏิกิริยาเลยของคนเชียงใหม่ก็ชัดมากว่า งง เลยอยากให้เขาชี้แจงหน่อย แล้วถ้าเป็นไปได้ขอให้ทบทวน แล้วก็ให้เป็นบทเรียนว่าต่อไปในทางวัฒนธรรม แท้จริงแล้วในท้องถิ่นมีผู้รู้ มีคนที่มีความรู้มากมายเลย สอบถามหรือว่าให้คนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วยครับ”

เน้นอะไร วัฒนธรรมไทยหรือธุรกิจ?!

สำหรับ บ้านไม้หอมฮิโนกิ หรือ ฮิโนกิแลนด์ นั้น ตั้งอยู่ที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเอกชน ที่เพิ่งเปิดให้ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว บนพื้นที่ 83 ไร่ มีการประดับตกแต่งด้วยโคมแดงขนาดยักษ์แบบวัดอาซากุสะที่โตเกียว เสาแดงโทริอิเหมือนที่วัดฟูชิมิอินาริที่เกียวโต และตัวปราสาทฮิโนกิ ที่สร้างจากไม้หอมทั้งหลัง มีความสูงกว่า 4 ชั้น เหมือนกับเป็นการจำลองเมืองในสไตล์ญี่ปุ่นมาไว้ โดยมี อนิรุทธ์ จึงสุดประเสริฐ เป็นประธานผู้บริหาร



ภายใน มีชุดแต่งกายประจำชาติญี่ปุ่น ทั้งชุดกิโมโนและชุดยูกาตะ ไว้บริการสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เช่าสวมใส่เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ โดยมีค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ คนไทย ราคา 180 บาท ต่างชาติ ราคา 230 บาท เด็ก คนไทย ราคา 50 บาท ต่างชาติ ราคา 70 บาท ส่วนเด็กที่มีส่วนสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร เข้าชมฟรี

และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทางประธานผู้บริหารได้ออกมาประกาศว่า เปิดให้คนเข้าเที่ยวชมฟรีแบบไม่เก็บเงินค่าเข้าเป็นระยะเวลา 7 เดือน ตั้งแต่ 1 มี.ค.-31 ก.ย. 62 นี้ โดยให้เหตุผลไว้ว่า หากเก็บเงินค่าผ่านประตูได้เกิน 20 ล้าน จะหยุดเก็บเงินและให้คนเข้าฟรี

“เห็นพ่อแม่ลูก ปู่ย่าตายายได้เข้ามาชมแล้วมีความสุข ผมก็สุขใจไปด้วย ผมหาเงินได้บางส่วนพอจ่ายดอกเบี้ยธนาคารแล้ว จะขอเปิดฟรีอีก 7 เดือนก็ไม่ทำให้เดือดร้อน ถึงจะขาดรายได้ไปเดือนละร่วม 12 ล้าน ก็ไม่เดือดร้อน” ประธานผู้บริหารฮิโนกิแลนด์ กล่าวในขณะนั้น



และในส่วนของ 9 แหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไปที่เหลือ ตามที่ประกาศออกมา คือ ดอยตุง จ.เชียงราย , จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จ.นครราชสีมา , ปราสาทสัจธรรม จ.ชลบุรี , สวนนงนุช จ.ชลบุรี , หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จ.สุพรรณบุรี , วู้ดแลนด์ เมืองไม้ จ.นครปฐม , เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ , สยามนิรมิต กรุงเทพ และ ภูเก็ตแฟนตาซี จ.ภูเก็ต

นอกจากนี้ ในประกาศที่เผยแพร่ออกมา ยังระบุว่า กระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบนโยบายให้คัดเลือกสุดยอดงานด้านวัฒนธรรม เพื่อประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ รณรงค์ให้รักษามรดกศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้ศิลปวัฒนธรรม ในระดับท้องถิ่น และระดับชาติ


ทันทีที่เอกสารดังกล่าวถูกส่งต่อกันไปบนโลกโซเชียลฯ และกลายเป็นประเด็นพูดถึงขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฮิโนกิแลนด์ ที่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่สื่อถึงศิลปวัฒนธรรมในระดับท้องถิ่น และระดับชาติ ตามที่ในเอกสารบอกไว้แม้แต่นิดเดียว
หลากหลายความคิดเห็น ตำหนิไปถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่คัดเลือก ว่าเอาหลักเกณฑ์อะไรเป็นตัวชี้วัด และในขณะเดียวกัน ก็มีความคิดเห็นบางส่วนที่มองว่า อาจจะไม่ได้หมายถึงสถานที่ที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมไทยเพียงอย่างเดียว ก็เป็นได้



เมื่อทีมข่าวฯ สอบถาม อาจารย์ชัชวาลย์ ถึงสถานที่อีก 9 แห่ง ที่ถูกคัดเลือกให้เป็น “แหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป” เพราะแม้จะไม่ถูกโจมตีอย่างหนัก ดังเช่น ฮิโนกิแลนด์ แต่ก็ถูกพูดถึงไม่น้อยว่าเป็นที่ท่องเที่ยวที่ส่งเสริมในเชิงธุรกิจมากกว่าส่งเสริมวัฒนธรรม

“ดูโดยรวมแล้วก็อาจจะตีความแบบนั้นได้ มันทำให้คนคิดได้ว่าเป็นการสะท้อนเชิงธุรกิจมากกว่าครับ ผมถึงอยากให้ทางกระทรวงหรือทางกรมชี้แจงหน่อยว่าเกณฑ์คืออะไร เพราะดูแล้วมันไม่ใช่สิ่งที่สะท้อนเชิงวัฒนธรรมชัดเจนมากนัก ถ้าถามเรื่องความเหมาะสมของสถานที่ ผมคิดว่าควรจะต้องพิจารณาทั้งหมดใหม่



เราต้องรู้ว่าวัตถุประสงค์ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมคืออะไร และถ้าให้ดี ถ้าประกาศออกมาขนาดนี้ว่า "ต้องไปชม" มันหมายถึงว่า สิ่งนั้นต้องเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและให้ทุกคนได้ไปเรียนรู้ และสิ่งนั้นควรจะเป็นที่ยอมรับของคนท้องถิ่นและประชาชนทั่วไป และสิ่งนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญต่อสังคม ต่อประเทศชาติด้วย” ประธานมูลนิธิสืบสานล้านนา กล่าวทิ้งท้าย

ล่าสุด ต้นเรื่องอย่างเฟซบุ๊ก สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด เชียงใหม่ ได้ลบภาพเอกสารดังกล่าวออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการชี้แจงอย่างเป็นทางการ ออกมาจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด…



 
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...