xs
xsm
sm
md
lg

ประเทศน่าเรียนต่อที่สุดในโลก!! “นิวซีแลนด์” เผยจุดขาย วีซ่าผ่านง่าย หลักสูตรหลากหลายตอบสนองผู้เรียน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

มร. ทาฮา แมคเฟอร์สัน เอกอัคราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย
การศึกษานิวซีแลนด์เผยจุดแข็ง บรรยากาศชั้นเรียนดี มีความพร้อมทางเทคโนโลยีตอบสนองผู้เรียนยุคดิจิทัล สนับสนุนการศึกษาต่อสำหรับนร.ไทย “ให้ทุน-แลกเปลี่ยน-อบรมครู” ปูพื้นฐานให้แข็งแรง หวังอุตสาหกรรมการศึกษาช่วยพัฒนาคน สู่พลเมืองคุณภาพระดับโลก


ประเทศที่น่าเรียนต่อที่สุดในโลก!

“เรามีความภูมิใจที่นิวซีแลนด์ได้รับการจัดอันดับ เป็นอันดับ 1 ของโลกในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต ในปี 2017 จากการสำรวจของนิตยสาร economics”

มร.ทาฮา แมคเฟอร์สัน เอกอัคราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยคนใหม่ กล่าวด้วยรอยยิ้มขณะที่กำลังให้สัมภาษณ์พิเศษถึงเป้าหมายและกลยุทธ์การขับเคลื่อนการศึกษาต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ปี 2019

ประเทศนิวซีแลนด์ได้รับรางวัลทางการศึกษาเป็นอันดับต้นๆ ใน 3 ส่วน คือ การพัฒนาหลักสูตรสำหรับอนาคต, ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในการฝึกอบรมครู ที่มีส่วนช่วยในการเตรียมความพร้อมนักเรียน สิ่งเหล่านี้ มร. ทาฮา เล็งเห็นว่าจะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิสูจน์ว่ากลยุทธ์ทางการศึกษาของนิวซีแลนด์นั้นแข็งแรงมากแค่ไหน

แม้ว่าประเทศนิวซีแลนด์จะมีความเชี่ยวชาญในด้านเกษตรกรรม แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมทางด้านการศึกษา ก็กลายเป็นอุตสาหกรรมอันดับ 4 ของประเทศ โดยมีมูลค่าของอุตสาหกรรมนี้อยู่ที่ 5,000 ล้านเหรียญดอลลาร์นิวซีแลนด์ และประเทศไทยเองก็มีส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้เป็นมูลค่าถึง 120 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ต่อปี

การเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดี นับว่าเป็นจุดเด่นของนิวซีแลนด์ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย จึงจำเป็นต้องพัฒนาการเรียนรู้รูปแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษาหรือวิทยาศาสตร์ ควรจะต้องมีทักษะใหม่ๆ เกิดขึ้นในอนาคต เช่น การเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science), โรโบติกส์ หรือเทคโนโลยีทางชีวภาพ รูปแบบการเรียนการสอนของนิวซีแลนด์จะเป็นแบบ interactive ลงลึกในภาคปฏิบัติมากขึ้น

ล่าสุดนิวซีแลนด์ยังได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่น่าไปเรียนต่อที่สุดในโลก จากการสำรวจนักศึกษานานาชาติกว่า 20,000 คนโดยเว็บไซต์ www.education.com จาก 7 ปัจจัยหลักดังนี้ 1)การได้สัมผัสกับวัฒนธรรมใหม่ที่หลากหลาย 2)มีหลักสูตรที่หลากหลายนำไปสู่การสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน 3)มีธรรมชาติที่งดงามเหมาะสำหรับการผจญภัย 4)มีเพื่อนใหม่จากนานาชาติ สร้างเครือข่ายสู่การทำงานอย่างมืออาชีพ 5)มาตรฐานด้านการศึกษาสูง 6)มีทุนการศึกษาเพื่อนักศึกษานานาชาติ และ 7)ทำวีซ่าได้ง่าย

นอกจากนี้ มร. ทาฮา ยังยกตัวอย่างรูปแบบการศึกษาด้วยว่า ชั้นเรียนขนาดเล็กของนิวซีแลนด์ ช่วยให้นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กับคุณครูได้ง่ายมากขึ้น และมีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับตัวตนของนักเรียน โดยมุ่งเน้นความคิดสร้างสรรค์ การลงมือทำ และในอนาคตก็จะผลักดันให้นักเรียนสามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ได้ด้วยตนเอง

นร.ไทย เรียนอะไรในนิวซีแลนด์?

“เรามีเป้าหมายที่จะให้นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่เป็นอันดับ 1 ในเรื่องของการให้การศึกษาสำหรับนักเรียนไทย ที่ไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ”

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับนิวซีแลนด์มีหลายด้านด้วยกัน แต่ส่วนที่เป็นจุดเริ่มต้น ก็คือด้านการศึกษา เริ่มจากปี 1950 ที่ทางนิวซีแลนด์ได้มอบทุนการศึกษาชื่อว่า ‘Colombo plan’ ให้แก่ประเทศไทย



ในปัจจุบันมีนักเรียนไทยไปเรียนที่นิวซีแลนด์มากกว่า 3,300 คน ถือเป็นอันดับ 2 ของประเทศในกลุ่มอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์ และเป็นอันดับ 7 ในส่วนของอุตสาหกรรมการศึกษาในนิวซีแลนด์ทั้งหมด ได้แก่ อันดับ 1 ประเทศจีน อันดับ 2 ประเทศอินเดีย อันดับ 3 ประเทศญี่ปุ่น อันดับ 4 ประเทศเกาหลี อันดับ 5 ประเทศบราซิล อันดับ 6 ประเทศฟิลิปปินส์ และอันดับ 7 ประเทศไทย

หลักสูตรที่นักเรียนไทยไปเรียนที่นิวซีแลนด์ ส่วนมากเป็นด้านภาษา ด้านบริหารธุรกิจ วิทยาศาสตร์ อาชีวศึกษา และการฝึกอบรม ไม่เพียงแต่วิชาเหล่านี้เท่านั้น ในปัจจุบันยังมีหลักสูตรที่คนไทยเริ่มให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น คณิตศาสตร์บูรณาการ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ สัตวแพทย์ศาสตร์ หรือในการเรียนทางด้านอุตสาหกรรม creative การผลิตภาพยนตร์

นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ยังมีความเชี่ยวชาญด้านภาพยนตร์ แอนิเมชั่น วิชวลเอฟเฟ็กต์ แคสเกม นักกีฬาอีสปอร์ต เทคโนโลยีฮิวแมนอินเตอร์เฟซ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นเทรนด์อาชีพที่กำลังมาแรงในกลุ่มรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยีอาหารด้วย ทำให้นิวซีแลนด์ได้รับการตอบรับจากนักศึกษาไทยให้ความสนใจไปศึกษาต่อเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลักสูตร Digital design program และ Technology program

โอกาสเรียน-ทำงาน สร้างประสบการณ์ต่างแดน

นิวซีแลนด์วางยุทธศาสตร์การศึกษานานาชาติไว้ถึงปี 2030 ซึ่งมีเป้าหมายหลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1)ให้ประสบการณ์และความรู้ด้านการศึกษาที่ดีเลิศกับนักเรียนต่างชาติ 2)การเติบโตที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรมการศึกษาของนิวซีแลนด์ การสร้างหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการผู้คน 3)ความเป็นพลเมืองโลก การทำให้การศึกษาสามารถดึงศักยภาพของประชากร เพื่อการพัฒนาด้านต่างๆ สู่ระดับโลก

การแข่งขันทางอุตสาหกรรมการศึกษาในปัจจุบันเติบโตอย่างรวดเร็ว นิวซีแลนด์เองก็มีการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นแบบดั้งเดิม เช่น การทำ Education Fair การทำโปรโมชั่น การประกวด การมอบทุนการศึกษา หรือการร่วมมือกับตัวแทนแนะแนวการศึกษา (Education Agent) ที่จะได้รับการพัฒนาหลักสูตรต่างๆ และการให้ความรู้กับนักเรียนและผู้ปกครอง

การศึกษาต่อสำหรับนักเรียนไทย รัฐบาลนิวซีแลนด์มีทุนสนับสนุนของนายกรัฐมนตรี ทุนของนักการทูตรุ่นใหม่ทุนสำหรับผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ และมีทุนการศึกษาที่ประเทศนิวซีแลนด์ได้มอบให้กับนักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ที่มีโครงการแลกเปลี่ยนการศึกษาร่วมกัน

ไม่เพียงแต่การสนับสนุนการศึกษาให้นักเรียนไทยเท่านั้น แต่นิวซีแลนด์ยังมีโครงการอบรมภาษาอังกฤษให้ครูไทยกว่า 700 คน จากเครือโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์ภาษามหาวิทยาลัยโอทาโก้ ตั้งแต่ปี 2559-2562 หรือโครงการฝึกอบรมภาษาอังกฤษเพื่อการใช้งานให้กับครูด้านไอที 30 คนจากวิทยาลัยอาชีวศึกษา จากสถาบัน Wintec ภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาในปี 2560



เมื่อถามถึงเรื่องของการดูแลนักเรียนต่างชาติ มร.ทาฮา กล่าวว่า “เราดูแลและมั่นใจว่านักเรียนจะได้รับความปลอดภัย และได้มีประสบการณ์ที่ดีเลิศเมื่ออยู่ที่นิวซีแลนด์ เรามีระบบของการอภิบาลนักเรียน ซึ่งเรามีกฎหมายดูแลนักเรียนต่างชาติเป็นประเทศแรกของโลก”

นิวซีแลนด์ไม่ได้โฟกัสในเรื่องของการให้นักเรียนไทยไปศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์เท่านั้น “เราต้องการสร้างโอกาสใหม่ในเรื่องของการศึกษามากขึ้น เพื่อที่จะรองรับความสัมพันธ์หรือการทำงานร่วมกันระหว่างนิวซีแลนด์กับประเทศไทย ในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจยุค 4.0”
เด็กไทยหรือนักเรียนต่างชาติสามารถที่จะทำงานต่อได้หลังจากเรียนจบการศึกษา ซึ่งทางนิวซีแลนด์ให้วีซ่าต่ออีก 3 ปี ในการอยู่ทำงานและเรียนรู้ประสบการณ์ วัฒนธรรมต่างๆ ที่นิวซีแลนด์

“ถึงแม้ทางประเทศไทยจะยังไม่มีนโยบายฟรีวีซ่า แต่นิวซีแลนด์ก็มีการทบทวนเรื่องของนโยบายวีซ่ากับประเทศไทยอยู่ตลอดเวลา เพื่อช่วยเหลือให้การทำวีซ่าง่ายและสะดวกรวดเร็วมากขึ้น แม้ว่าการเปลี่ยนระบบมาใช้ online platform อาจจะมีการล่าช้า แต่เราก็อยู่ในช่วงที่กำลังพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ”




 
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...