xs
xsm
sm
md
lg

เพราะน้ำตาไม่ใช่ทางออก! เด็กหญิงใจแกร่ง “ปั้นอิฐ-ขายไก่ทอด-เสิร์ฟโต๊ะจีน” [มีคลิป]

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
แม้ความยากจนคืออุปสรรค แต่ความมุ่งมั่นจะทำให้เธอประสบความสำเร็จ 'พลอย-นภัสสร ไชยสัตย์' เด็กหญิงวัย 14 ปี ต้องกลายมาเป็นเสาหลักของบ้าน หันหลังสู้ฟ้า-ก้มหน้าสู้ดิน 'ทำอิฐมอน-ขายไก่ทอด-เสิร์ฟอาหารโต๊ะจีน' หาเงินรักษาครอบครัวป่วยหนัก 5 ชีวิต! สละทิ้ง 'ชีวิตวัยเด็ก' แลก 'รายได้' จุนเจือครอบครัว!

อายุ 14 ดูแลครอบครัวป่วยหนัก 5 ชีวิต!

กองอิฐมหึมาที่อยู่ตรงหน้ากว่าหมื่นก้อนตั้งเรียงรายสูงชัน ใครจะเชื่อว่านี่เกิดขึ้นมาจากมือทั้งสองมือของเด็กหญิงวัย 14 ซึ่งเป็นผู้ช่วยข้างกายคุณพ่อผู้ประกอบอาชีพรับจ้าง 'พลอย-นภัสสร ไชยสัตย์' นักเรียนจากโรงเรียนวังหว้าราษฎร์สามัคคี จังหวัดสุพรรณบุรี ที่รับบทเป็นเสาหลักของบ้านหารายได้เลี้ยงครอบครัว!

“น้องตื่นตั้งแต่ตี 4ตื่นมาน้องก็จะไปปั้นอิฐก่อน หลังจากนั้นก็จะมาหุงข้าวให้แม่ ทำกับข้าว ช่วยล้างจานชาม ถึง 7 โมงครึ่งถึงจะไปโรงเรียน หลังจากกลับจากโรงเรียนก็จะมาทำอิฐที่ปั้นไว้ตอนเช้า น้องพลอยจะทำแบบนี้ทุกๆ วัน

แม่มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง ยังป่วยเป็นโรคช็อกโกแลตซีส, โรคอ้วน และกระเพาะอักเสบ ตอนนี้รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ส่วนคุณตาของน้องพลอยก็เป็นอัลไซเมอร์ เป็นเบาหวาน-ความดันโลหิต ส่วนยายของน้องพลอยก็เป็นตาฝ้าฟาง เป็นต้อหิน ทำการผ่าตัดไปแล้วข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็ยังเลือนลาง”

'มาณี เปรมทอง' แม่ของน้องพลอยเล่าให้ฟังถึงอาการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว โดยตนมีโรคประจำตัวและยังมีโรคอื่นๆ รุมเร้า ส่วนสมาชิกในบ้านคนอื่นๆ ก็เจ็บป่วยด้วยเช่นกัน มองดูแล้วเวลานี้ไม่มีใครที่เป็นเสาหลักของบ้านได้ นอกจากน้องพลอยและพ่อของเธอ


 
เห็นได้ว่ากว่าจะได้อิฐแต่ละก้อนมานั้น ต้องผ่านวิธีทำหลายขั้นตอน ที่สำคัญไม่ได้มีเครื่องจักรเป็นตัวช่วย ทว่า ต้องทำด้วยมือทั้งสองมือ เพื่อแลกกับรายได้ที่ไม่ได้มากมาย แต่ด้วยปากท้องของคนที่รออยู่ เธอจึงต้องกัดฟันสู้เพื่อต่อลมหายใจให้คนที่เธอรัก

“ผมทำอิฐและรับจ้างทั่วไป ใครมีรับจ้างข้างนอกเราก็ไป จ้างก่อสร้าง เราก็ไป ส่วนการทำอิฐก็ได้ลูกสาวมาช่วยงาน ซึ่งอิฐแต่ละก้อนมีราคาอยู่ที่ 60 สตางค์ กว่าจะได้มาก็ใช้เวลานาน ไม่ได้ทำง่ายๆ แล้วจะได้มา”

'อุทัย ไชยสัตย์' พ่อของน้องพลอยขยายความให้ฟังถึงความยากเย็นกว่าจะได้อิฐแต่ละก้อน โดยทุกวันจะมีลูกสาวที่คอยช่วยงานอยู่สม่ำเสมอ ไม่เพียงต้องช่วยพ่อเป็นเสาหลักของครอบครัวจุนเจือสมาชิกในบ้านทั้ง 5 ชีวิต แต่เธอยังต้องแบ่งเวลาไปรับจ้างขายไก่ทอดที่ตลาดนัดดอนเจดีย์ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้าน 7 กิโลฯ

'ศรีสุดา ใจชื่น' เจ้าของร้านไก่ทอด เปิดใจถึงชีวิตที่ต้องสู้ของน้องพลอยว่า เธอเป็นเด็กขยัน อดทน และกตัญญู จึงตัดสินใจช่วยเหลือให้น้องพลอยมาทำงานที่ร้านไก่ทอดของตน เพื่อจะได้มีรายได้ไปดูแลที่บ้าน

“น้องพลอยจะมาขายไก่ทอดวันเสาร์-อาทิตย์ ขายที่นี่ตั้งแต่น้องอยู่ ป.6 แล้ว เราก็รักเหมือนลูกเหมือนหลาน เห็นพลอยขยัน รักพ่อ-แม่ ส่วนค่าจ้างของน้องพลอย ช่วงแรกๆ ให้น้อง 100 บาท พอทำไปสักพักก็ให้ 150 บาทจนถึง 200 บาท น้องได้เงินไปก็นำไปซื้อกับข้าวให้พ่อแม่ น้องพลอยเป็นเด็กเด็กดี ขยัน ซื่อสัตย์ เป็นเด็กสู้ชีวิต”
น้องพลอยกับแม่
'น้ำตา' ไม่ใช่ทางออก

“ไม่ท้อค่ะ กำลังใจของพลอยคือพ่อกับแม่ แค่เห็นเขายิ้มได้เราก็มีความสุข มีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป พลอยไม่เคยร้องไห้ จะคิดเสมอว่าเราเอาเวลาที่เราร้องไห้ไปเริ่มทำงานดีกว่า อย่าไปเสียเวลากับน้ำตา ไปเสียเวลากับการทำงานดีกว่า พลอยคิดแบบนั้น เพราะน้ำตาไม่ใช่ทางออก ถ้าเรามัวแต่เสียน้ำตาแล้วเมื่อไหร่จะถึงฝั่งฝัน”

น้องพลอยเปิดใจด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เธอมองว่าหยดน้ำตาไม่ใช่ทางออกของปัญหา แต่การทำงานคือสิ่งที่จะพาเธอและครอบครัวไปสู่ประตูของความสำเร็จได้ แม้จะมีความคิดอยากเป็นเจ้าของโรงอิฐอยู่บ้าง แต่เธอก็ยอมรับว่าไม่อยากฝันไปไกลถึงขนาดนั้น

“พลอยก็เคยมีความคิดนะคะ แต่ไม่ได้คิดว่าอยากจะเป็นใหญ่เป็นโตอะไร เพราะฐานะเราไม่ค่อยดี ถ้าเราไปคิดแบบนั้น มันก็ยิ่งเหนื่อย ยิ่งหนัก มันดูเป็นสิ่งที่ห่างไกล เพราะแบบนั้นเราต้องทำปัจจุบันให้ดีก่อน”

นอกเหนือไปจากการรับจ้างปั้นอิฐและเป็นแม่ค้าขายไก่ทอดที่ตลาดในเวลาว่างแล้ว น้องพลอยยังรับจ้างเป็นเด็กเสิร์ฟสำหรับโต๊ะจีนอีกด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก หลายครั้งที่ต้องกลับบ้านดึกถึงตีสอง ด้านคุณแม่เปิดใจว่าสงสารลูกที่ต้องทำงานหนัก ไม่ได้สนุกสนานเหมือนเด็กวัยเดียวกันคนอื่นๆ

“บางทีก็นึกสงสารน้องนะ ลูกคนอื่นทำไมเขาสบาย ลูกเรา 2 ทุ่มยังไม่ถึงบ้าน บางทีตี 1 พ่อเขาไปรับตอนฝนตกก็มี เวลาลูกไปไกลๆ เราก็ห่วง นอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงที่ลูกยังไม่กลับบ้าน


 
ช่วงปิดเทอมน้องไม่หยุดเลยนะ ไปทำโต๊ะจีน ตี 1-2 กลับมาบ้าน ถ้าช่วงปิดเทอมถึงจะได้ทำโต๊ะจีน แต่ถ้าเปิดเทอมน้องพลอยจะปั้นอิฐกับขายไก่ทอด แม่คิดว่าเด็กอายุ 14 ทั่วไปก็ทำไม่ได้ เมื่อก่อนเขาจะช่วยแม่ย่างไก่ขาย เมื่อก่อนแม่ขายไก่ย่าง หัดให้แกลำบากจะได้รู้ว่าวันข้างหน้าเราจะไม่ท้อ

ถึงแม้เราจะจนแต่ก็อบอุ่น เพราะเราอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา ยิ้มสู้เสมอ น้องพลอยไม่เคยร้องไห้ ไม่เคยบ่น ไม่เคยขออะไรเลย เสื้อผ้า สิ่งของที่อยากได้ เขาจะหาเงินมาซื้อเอง

จริงๆ แล้วเราภูมิใจในตัวเขาอยู่เหมือนกัน แต่เราจะไม่ชมลูก ทั้งที่ลึกๆ เราภูมิใจว่าลูกเราช่วยเหลือตัวเองได้ ทุกวันนี้ก็อยากให้เขาเป็นเด็กดีแบบนี้เสมอไป แม้คนอื่นจะมองว่าเป็นอาชีพที่ไม่น่าทำ แต่มันก็เป็นอาชีพของเรา”

ขณะที่ความฝันในอนาคต น้องพลอยเปิดใจว่าอยากเป็นพยาบาล โดยมีแรงบันดาลใจมาจากการเห็นสมาชิกในบ้านต้องเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่บ่อยครั้ง เธอจึงอยากทำเรียนวิชาชีพนี้เพื่อจะได้ดูแลครอบครัวในยามเจ็บป่วยหรือแก่เฒ่า

“พลอยอยากเป็นพยาบาลก็เพราะคนในครอบครัวป่วยกันบ่อย ไม่สบายกันบ่อย พลอยก็เลยอยากเรียนพยาบาล พลอยคิดว่าสักวันหนึ่งจะต้องเป็นให้ได้ แต่ฐานะทางบ้านเราไม่ดี เราเรียนถึงแค่ไหนก็ต้องยอมรับให้ได้ว่าเรามาถึงแค่จุดๆ นี้ เราไม่มีเงินไปต่อ

พลอยรู้ว่าพ่อแม่ต้องเหนื่อย เพราะการทำอิฐแต่ละก้อน มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ กว่าจะได้เป็นอิฐ กว่าจะได้เป็นดินที่ละเอียด กว่าจะเอามาปั้น กว่าจะปั้นเสร็จมันเหนื่อยหลายต่อ แต่เงินบาทหนึ่งก็มีค่า”

สอดคล้องกับคุณแม่ที่ขยายความต่อว่าอยากให้น้องพลอยมีโอกาสได้เรียนสูงๆ เพื่อที่จะได้นำวิชาความรู้มาเลี้ยงดูตัวเองในอนาคต

“อยากให้น้องเรียนสูงๆ จะได้ไม่ลำบาก ได้มีปัญญาเลี้ยงชีวิตเขาต่อไป จะได้ไม่ต้องมาทำตรงนี้ มันเหนื่อย กว่าจะได้เงินแต่ละก้อนมันยาก แม่อยากให้เขาเรียนพยาบาล เขาจะได้ดูแลพ่อแม่ ดูแลตายาย และช่วยเหลือสังคมได้ต่อไป”
ตาและยาย
เสียงจากครู 'เป็นห่วงอนาคต'

“น้องพลอยเป็นเด็กที่ถ้าสนิทกับใครก็จะคุยเก่ง เป็นเด็กที่ร่าเริง แต่ถ้าดูจากภายนอกอาจจะไม่ทราบว่าเขาต้องรับภาระด้านครอบครัวมากมาย แต่ถ้าได้ไปรู้จักทางบ้าน อย่างครูที่ปรึกษาไปเยี่ยมบ้านก็จะเข้าใจว่าเขาเป็นคนเก่ง เก่งในที่นี้คือต้องเรียนหนังสือ รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องเรียนแล้วยังต้องช่วยที่บ้านด้วย”

'สุนันทา ท่าฉลาด' ครูแนะแนวจากโรงเรียนวังหว้าราษฎร์สามัคคี บอกเล่าถึงตัวตนน้องพลอย นักเรียนสู้ชีวิตที่ต้องเป็นเสาหลักหารายได้ดูแลคนที่บ้าน คุณครูเล่าต่อไปว่าเรื่องการเรียนไม่น่าเป็นห่วง แต่จะเป็นห่วงเรื่องการทำงานของน้องพลอยในอนาคตเสียมากกว่า

“ด้วยความที่มีเขากับพ่อที่เป็นตัวหลักในการหารายได้ เพราะคุณแม่ก็สุขภาพไม่ดี ทำงานก็ไม่ค่อยไหว เรื่องการเรียน ครูไม่มีอะไรเป็นห่วง เพียงแต่อยากให้เขาได้มีโอกาสเรียนต่อ เพื่อสามารถกลับมาช่วยทางบ้านทำงาน ดูแลเมื่อพ่อแม่หรือตายายแก่แล้ว เป็นห่วงว่าเขาจะไม่มีงานทำเวลาน้องโตขึ้น เป็นห่วงอนาคตน้องค่ะ”

เช่นเดียวกับด้านครูประจำชั้น 'สมจิตร ลาวัง' กล่าวถึงน้องพลอยเช่นกันว่าเป็นเด็กร่าเริง แถมยังมีจิตอาสาชอบช่วยเหลืองานกิจกรรมของโรงเรียนอีกด้วย โดยครูมองว่าเป็นเด็กที่เก่งเกินวัยเพราะต้องรับผิดชอบภาระทางบ้านที่หนักอึ้ง

“น้องพลอยเป็นเด็กร่าเริง มีใจที่เป็นจิตอาสา ช่วยงานโรงเรียนเป็นประจำ เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมอะไร น้องพลอยก็จะมาช่วยตลอด ส่วนผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี เนื่องจากว่าเขาต้องช่วยงานที่บ้าน เสาร์-อาทิตย์ก็ต้องไปรับจ้างทำงานข้างนอก ต้องบอกเลยว่าสงสารเด็กเราว่าอายุแค่นี้ แต่ต้องมีความรับผิดชอบเยอะมาก”

แม้ภาระที่เธอต้องแบกรับจะมากมายเกินกว่าเด็กวัย 14 จะรับไหว แต่น้องพลอยก็ไม่ยอมแพ้ ซึ่งทางโรงเรียนเองก็ได้ช่วยเหลือจุนเจือเท่าที่จะพอทำได้ด้วยเช่นกัน

 
“บอกเขาเสมอว่าถ้าสามารถแบ่งเบาภาระอะไรได้ ทางโรงเรียนและคุณครูก็พร้อมช่วยนะคะ เช่น ค่ากิจกรรม ค่าอุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ โรงเรียนก็จะหามาให้ ฉะนั้นน้องก็จะไม่มีรายจ่ายอะไรมาก หรือในวิชาทำขนมก็ให้เขาทำขายในโรงเรียน เงินที่ได้ก็จะให้เขาไป ทางโรงเรียนช่วยเหลือตลอดด้านการให้ทุนก็ด้วยเช่นกัน”

จริงอยู่ที่ทางโรงเรียนมีทุนสำหรับเรียนให้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเด็กนักเรียนที่ฐานะทางบ้านยากจนก็มีจำนวนมากด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งนี้จึงทำให้ทุนดังกล่าวอาจไม่ได้มากมาย แต่ก็สามารถช่วยเหลือได้ไม่มากก็น้อย

“ทุนของโรงเรียนอาจไม่ได้จุนเจือได้เยอะมาก เพราะเด็กที่โรงเรียนก็มีหลายคนที่ฐานะทางบ้านยากจน อย่างน้องพลอยก็จะได้ทุนส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็จะมาจากการหารายได้ของน้องในช่วงที่เว้นว่างจากการเรียน ครูก็ขอให้เขาเป็นเด็กที่น่ารักแบบนี้ตลอดไป และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนอื่นๆ ในเรื่องความกตัญญูต่อครอบครัว”



 

สัมภาษณ์โดย รายการฅนจริงใจไม่ท้อ
เรียบเรียงโดย ทีมข่าว MGR Live
เรื่องโดย พิมพรรณ มีชัยศรี



 
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...