xs
xsm
sm
md
lg

“สร้างคน-สร้างป่า-สร้างใจอนุรักษ์” จากเขาหัวโล้น..สู่ป่ายั่งยืน “Nan Sandbox”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
“พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม-เขาหัวโล้น(แทบ)ทุกแห่ง” หรือวิกฤตป่าน่านจะเกินเยียวยา!? ล่าสุด “Nan Sandbox” ลุยพลิกป่า-ฟื้นฟูธรรมชาติ สร้างโมเดลต้นแบบผ่านสูตรจัดสรรที่ดินป่า “72-18-10” เริ่มจากศูนย์สู่บันไดก้าวแรก “เปลี่ยนวิถีทำกินเกษตรกร” ต้องอยู่ดี-อยู่รอด ถือเป็นมิติใหม่แห่ง ความร่วมมือ ที่ไม่เคยมีจังหวัดใดทำมาก่อน!

“72-18-10” ปรากฏการณ์ “รวมใจ” รักษ์ป่า!

“การมีพื้นจำนวนเท่านั้น-เท่านี้ ไม่ได้ยืนยันได้ว่าชีวิตจะอยู่รอด ต้องมีพื้นที่จำนวนหนึ่งและต้องมีความสามารถในการทำมาหากินในพื้นที่นั้นด้วย หมายความว่าพืชเกษตรที่ปลูกต้องมีคุณค่าทางเศรษฐกิจสูง ขายได้ราคาดี สามารถปลูกได้ในคุณภาพดีๆ มีคุณค่าราคากลับคืนมาสู่ผู้ผลิตหรือเกษตรกรในจำนวนที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นได้”
 
'บัณฑูร ลํ่าซำ' ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธ.กสิกรไทย ฉายภาพถึงความร่วมมือที่กลายเป็นปรากฏการณ์อย่างไม่เคยมีมาก่อน ระหว่างภาครัฐ-ประชาชน-ภาคเอกชน ผ่านโมเดลต้นแบบเพื่อปฏิรูปวิธีการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพ ในโครงการ 'น่าน แซนด์บ็อกซ์'

ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นที่เป็นโจทย์ใหญ่ของโครงการนี้ ถือว่าแนวคิดเรื่องการรักษาป่าเกิดขึ้นมาจากปัญหาพื้นที่ป่าที่เสื่อมโทรมลงทุกที ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพภูมิประเทศของ จ.น่านที่มีพื้นที่สำหรับการเกษตรเพียง 15% ขณะที่พื้นที่ 85% ถูกประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ส่งผลชัดเจนเลยว่าพื้นที่ทำกินของประชาชนไม่เพียงพอต่อความต้องการ

เห็นได้ว่าภาพเขาหัวโล้น-ป่าเสื่อมสภาพ เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดขึ้นมาจากการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อความอยู่รอด นี่จึงนำมาสู่โมเดลต้นแบบ 'น่าน แซนด์บ็อกซ์' โดยมีสูตร 72-18-10 เป็นตัวเลขที่น่าสนใจ


 
'บัณฑูร ลํ่าซำ' ขยายความให้ฟังว่า การจัดสรรที่ดินป่าสงวนใน จ.น่าน มีเพื่อแก้ปัญหาประเด็นสิทธิที่ทำกินของเกษตรกรให้มีความเหมาะสมลงตัวในแง่กฎหมาย โดยมีพื้นที่ดำเนินงานทั้งสิ้น 15 อำเภอ 99 ตำบล 924 หมู่บ้าน โดยเฉพาะพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินในเขตป่าสงวน

สำหรับตัวเลข 72-18-10 หมายความถึงพื้นที่จัดสรรป่าสงวน นั่นคือ 72% เท่ากับพื้นที่ป่าสงวนในปัจจุบัน โดยต้องช่วยกันรักษาป่าต้นน้ำให้คงอยู่ตลอดไป, 18% พื้นที่ทำกินในเขตป่าที่เกษตรกรน่านยินดีฟื้นฟูกลับมาเป็นป่าที่มีต้นไม้ใหญ่ โดยรัฐจะอนุญาตให้เกษตรกรปลูกพืชเศรษฐกิจใต้ต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ส่วนนี้ได้

สุดท้าย 10% คือ พื้นที่ที่จัดสรรให้ปลูกพืชเศรษฐกิจได้เต็มที่ แต่ยังคงเป็นป่าสงวนโดยกฎหมาย นั่นหมายความว่าประชาชนทุกคนมีพื้นที่ทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมาย 28% ทั้งนี้ ไม่ใช่การมีพื้นที่ป่าอย่างเดียว แต่ต้องมีความสามารถในการทำมาหากินด้วย

ขณะเดียวกันโจทย์ที่ท้าทาย คือ เรื่องรายได้ของเกษตรกรที่นำมาสู่การตั้งคำถามว่า รายได้ของเกษตรกรน่านจะเพียงพอต่อการดำรงชีพได้อย่างไร นี่คงเป็นประตูด่านที่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้ ด้วยการระดมความรู้จากทุกสาขาเพื่อพัฒนาพืชทางเลือกอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากการปลูกข้าวโพดหรือกะหล่ำ

ทั้งยังหมายถึงการพัฒนาน้ำ-ดิน แปรรูปสินค้าการเกษตรสู่ตลาดโลก รวมไปถึงส่งเสริมด้านการผลิต เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงปากท้องตัวเองได้อย่างยั่งยืนและใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างเห็นคุณค่ามากที่สุด
คุณ บัณฑูร ลํ่าซำ
จากศูนย์สู่ “ความสำเร็จ” ก้าวที่หนึ่ง!

“การที่จะให้คนหรือประชาชนเปลี่ยนวิถีการทำมาหากินดั้งเดิมมาเป็นปลูกพืชใหม่ๆ มันต้องมีปัจจัยเรื่องเงินเข้ามาช่วยสนับสนุนให้เปลี่ยนผ่าน ถ้าไม่มีปัจจัยด้านนี้ชดเชยให้ เขาก็เลิกวิถีทำกินแบบเดิมไม่ได้ นี่คือความจริง”

'บัณฑูร ลํ่าซำ' สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นผ่านสายตาของนักพัฒนา เมื่อเป้าหมายหลักของน่าน แซนด์บ็อกซ์ คือการช่วยกันรักษาป่า-สร้างอาชีพคนให้สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้อย่างแข็งแรง ทว่า ปฏิเสธเสียไม่ได้ว่าอุปสรรคที่ต้องเจอคือการเปลี่ยนวิถีทำกินของเกษตรกรสู่ทางเลือกแบบใหม่

“ต้องยอมรับว่าการที่จะทำให้ประชาชนเลิกปลูกพืชแบบเดิมๆ จะต้องมีเงินทุนในการช่วยเปลี่ยนผ่าน จากเดิมที่เคยปลูกพืชเชิงเดี่ยว ถ้าต้องเลิกปลูกพืชลักษณะเดิม และหากช่วงนี้ไม่มีปัจจัยเรื่องเงินมาช่วยในการเปลี่ยนผ่าน มนุษย์ก็ไม่สามารถเปลี่ยนวิธีการทำงานได้

แต่ทั้งนี้ การใช้งบจากรัฐบาลเป็นเรื่องยุ่งยาก ที่สำคัญเมื่อเป็นงบหลวง ความคล่องตัวในการชดเชยให้ประชาชนว่าคุ้มค่ากับการที่จะเปลี่ยนวิถีการทำมาหากินจะค่อนข้างลำบาก สิ่งที่ดีที่สุดคือเป็นเงินที่หามาได้จากภายนอก ดังนั้นเงินที่รวบรวมมาจะเข้าสู่ 'มูลนิธิรักษ์ป่าน่าน' โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ”

ด้านความคืบหน้าล่าสุด นักพัฒนาคนเดิมได้เผยถึงโรดแมพการดำเนินงาน (NSB Road Map) ช่วงปี 2561-2562 โดยอธิบายว่า ในปี 2561 มีการสื่อสารแนวทางแก้ปัญหาป่าน่านกับผู้นำชุมชนและภาคเกษตรกร ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีสู่เป้าหมายต่อไป


 
ขณะที่ในปี 2562 ได้ตั้งเป้าดำเนินการหาทุนสนับสนุนอย่างเต็มตัว ทั้งยังเตรียมพืชทางเลือกให้เกษตรกร, ฟื้นฟูแหล่งน้ำการเกษตร-ฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม-หยุดตัดป่าและชะลอการปลูกข้าวโพด, หาทางออกเรื่องเงินชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่สำคัญคือการระดมความรู้เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีไม่พอ แต่ต้องอยู่รอดอีกด้วย

“ที่ทำสำเร็จแล้ว คือ เรามีข้อตกลงกันทั้งจังหวัด รัฐบาลอนุมัติแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมลุยแล้ว ด้านข้อมูลเราได้เก็บมาครบหมดแล้ว ขั้นตอนหลังจัดสรรพื้นที่ ต่อมาคือการหาพืชทางเลือกใหม่ๆ ให้เกษตรกรปลูกเพื่อเลิกการปลูกพืชเชิงเดี่ยวแบบเดิม นี่จึงเป็นบันไดก้าวที่หนึ่งที่ต้องค่อยเป็นค่อยไปจนกว่าจะสำเร็จ

ที่สำคัญ นอกเหนือไปจากการจัดสรรพื้นที่ให้ถูกต้องตามกฎหมายใน จ.น่าน แล้ว ต้องหาทางพาชุมชนของทั้งจังหวัดนี้ไปสู่การทำมาหากิน โจทย์นี้ยังอีกไกล แต่เราก็มาได้ไกลพอสมควร ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาและศึกษาแนวทางใหม่ๆ ต่อไป”
ภาพ FB: เรียนรู้รักษ์ป่าน่าน
ข่าวโดย MGR Live


กำลังโหลดความคิดเห็น...