xs
xsm
sm
md
lg

“เสพติด-เสียสาว-ทำแท้ง” มิติใหม่ พ่อค้ายา “อินบ็อกซ์มา..เดี๋ยวจัดให้”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
เงินมา-ของไป! พ่อค้ายุค 4.0 เดลิเวอรี่สินค้าเถื่อน 'ยาเสพติด-ยาปลุกเซ็กซ์-ยาทำแท้ง' เยาะเย้ยกฎหมายไทย ไม่แคร์-ไม่กลัว-ไม่ละอาย แถมโพสต์ภาพพร้อมคลิปฯ โจ่งแจ้ง สังคมวิจารณ์เดือด ประเทศไทยมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร!? นักการตลาดสื่อโซเชียลฯ วิเคราะห์เทรนด์ทวิตเตอร์น่าสนใจ ยิ่งเติบโต ยิ่งสร้างช่องทางทำเงินในทางผิด!!

พ่อค้ายุคใหม่ โอนเร็ว-ส่งไว “ของเถื่อน-ผิดกฎหมาย”

“สั่งได้ สอบถามได้ครับ 24 ชั่วโมง รับรองดีดเวอร์ ฟินเวอร์ มีหลายราคา ตั้งแต่ 1,500 - 2,000 - 3,000 บาท ใครสนใจอินบ็อกซ์มาเลยครับ ขอคนพร้อมโอนนะครับ ลูกค้าใหม่จ่ายเงินช้าไม่ต้องสั่งนะครับ”

ถ้อยคำโฆษณาเชิญชวนขายสินค้าพร้อมแนบรูปสารเสพติดประเภท 'ยาไอซ์' ถูกเผยแพร่กันอย่างโจ่งแจ้งในโลกทวิตเตอร์ หวังขายให้แก่ผู้ที่สนใจพร้อมส่งสินค้ารวดเร็วทันใจ ทันทีที่ได้รับโอนเงิน ขณะที่ผู้ใช้งานรายอื่นๆ ในโลกออนไลน์สุดจะทนกับพฤติกรรมของพ่อค้ายาเสพติดรายนี้ ร่วมกันเก็บภาพหลักฐานการซื้อ-ขายสินค้าประจานทั่วโลกออนไลน์!

จากการตรวจสอบของทีมข่าว MGR Live พบว่าพื้นที่ในการซื้อ-ขายในโลกทวิตเตอร์ ไม่หยุดอยู่แค่การโฆษณา 'ยาไอซ์' เท่านั้น แต่ยังมีสารเสพติดร้ายแรงตั้งแต่ 'ยาบ้า-กระท่อม-กัญชา' ไปจนถึง 'ยาปลุกเซ็กซ์' หรือยาเสียสาว และ 'ยาขับเลือด' สำหรับสตรีที่ตั้งครรภ์ ซึ่งเชิญชวนให้ซื้อ-ขายกันอย่างหน้าไม่อาย

“ยานอนหลับแบบป้ายของเข้าเพิ่มแล้วครับ ใครที่โอนจองไว้มารับได้เลย ใช้เป็นยาสลบไว้มอมหรือลักหลับ ราคา 2,300 ต่อขวด ใครสนใจแอดไลน์ได้เลย ขอคนพร้อมโอนนะครับ”

“ขายยาทำแท้ง ยาขับเลือด ยาเหน็บ ยาขับประจำเดือน ของแท้จากอเมริกา 100% ปลอดภัยไม่อันตราย เห็นผลภายใน 24 ชั่วโมง ส่งฟรี EMS สนใจแอดไลน์เลย เราพร้อมดูแลคุณ”


 
ทันทีที่เรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป สังคมออนไลน์ต่างพากันวิจารณ์ถึงประเด็นการใช้สื่อโซเชียลไปในทางที่ผิดของพ่อค้า-แม่ค้ายุคใหม่ ที่มีพฤติกรรมการจับจ่าย-ซื้อขายสินค้าผิดกฎหมาย อีกทั้งยังพากันตั้งคำถามด้วยว่า หรือนี่จะเป็นยุคมืดของโลกทวิตเตอร์แล้วกันแน่!

“ในทวิตเตอร์ คือ มีทุกรูปแบบเลยค่ะ ขายยาเสพติด ยาปลุกเซ็กซ์ นัดเซ็กซ์หมู่ ขายบริการ ยาบ้า ยาไอซ์มีหมด ขายอาวุธก็เคยเจอ น่ากลัวมากจริงๆ แต่กลายเป็นว่าไม่มีใครมาจัดการอะไรเลย ปล่อยปละละเลยมาก”

“โลกทวิตเตอร์นี่มันน่ากลัวจริงๆ แค่โพสต์ภาพนิ่งตอนนี้ธรรมดาไปแล้ว เดี๋ยวนี้มีโพสต์คลิปฯ รีวิววิธีใช้อุปกรณ์เสพ ถึงยุคมืดสังคมโซเชียลมีเดียแล้วจริงๆ”

“เรามาถึงจุดนี้กันแล้วเหรอ ยุคที่ประชาชนต้องคอยระมัดระวังชีวิตตัวเอง ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำไม่รู้ไม่ชี้ เอาหูไปนา เอาตาไปไร่”

ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุด ด้านสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ออกมาย้ำชัดเจนแล้วว่า การโพสต์ซื้อ-ขายยาเสพติดผ่านโซเชียลมีเดีย นั้นผิดกฎหมาย ทั้งยังได้ปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายในพื้นที่ 19 เป้าหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 
ในแง่กฎหมาย การโพสต์ในกรณีดังกล่าว ถือเป็นความผิดฐาน “โฆษณายาเสพติดให้โทษ” ผู้โพสต์ภาพหรือข้อความที่ฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากทำอย่างต่อเนื่อง มีโทษปรับวันละ ไม่เกิน 5,000 บาท หรือไม่เกิน 2 เท่าของค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการโฆษณาตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน

นอกจากนี้ การโพสต์ภาพและข้อความการเปิดรับสมัครตัวแทนขายยาเสพติด และผู้สมัครเข้าเป็นตัวแทนขายยาเสพติด ผู้โพสต์และผู้สมัครถือเป็นความผิดฐานสมคบกันจำหน่ายยาเสพติด มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ดี หากมีการซื้อขายยาเสพติดเกิดขึ้นตามที่โพสต์ ผู้โพสต์จะมีความผิดฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษ” ส่วนผู้ซื้อ จะมีความผิดฐาน “ครอบครองยาเสพติดให้โทษ” และหากส่งไปยังผู้ซื้อในต่างประเทศก็จะมีความผิดฐาน “ส่งออกยาเสพติดให้โทษ” อีกด้วย

ยิ่งเติบโต = ยิ่งสุ่มเสี่ยง “ทวิตเตอร์สายดาร์ก”

“สื่อโซเชียลฯ ปัจจุบันนี้เป็นช่องทางการทำมาหากินได้ ยิ่งแต่ละแพลตฟอร์มมีการพัฒนารูปแบบและลูกเล่นในการต่อสู้กับคู่แข่ง ฉะนั้น ความสะดวกสบายและการเอื้อประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน จึงทำให้คนเราใช้พื้นที่ตรงนี้ในการค้าขายได้ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี”

'วีรพล สวรรค์พิทักษ์' นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด วิเคราะห์เทรนสื่อโซเชียลในปัจจุบันว่า มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้สื่อโซเชียลที่มาแรงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยจะยังคงเป็น 'เฟซบุ๊ก' แต่ก็ปฏิเสธเสียไม่ได้ว่าความนิยมและการเติบโตที่พุ่งกระฉูดในช่วงปีหลัง แพลตฟอร์ม 'ทวิตเตอร์' ยังเป็นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

“ต้องบอกก่อนว่าภาพรวมของสื่อโซเชียลในประเทศไทยมันเติบโตไปเรื่อยๆ ซึ่งแพลตฟอร์มที่เติบโตได้เยอะ คือ ทวิตเตอร์ ตรงนี้จึงทำให้เรารู้ได้ว่าประชากรส่วนใหญ่ของประเทศเขาเล่นอะไรกันเยอะ หรืออยู่ตรงไหนกันเยอะ เหมือนเมืองๆ หนึ่ง ซึ่งคนก็มีโอกาสที่จะย้ายไปอยู่ในเมืองนั้น เมืองนี้กันได้ตลอดเวลา

ดังนั้น การเติบโตของเมืองจึงทำให้เรารู้ว่าเมืองไหนที่มีประชากรอยู่เยอะ ซึ่งก่อให้เกิดทั้งโอกาส อุปสรรค ข้อดี-ข้อเสีย ในเมืองๆ นั้น จากตรงนี้จึงทำให้ตัวทวิตเตอร์กลายเป็นเมืองที่ใหญ่ขึ้น มีประชากรที่มากขึ้น ทำให้เกิดกระแสที่คนเริ่มจับตามองว่าทวิตเตอร์ตอนนี้เป็นอย่างไร


 
อีกประเด็นที่สำคัญ คือ การเติบโตของทวิตเตอร์เป็นเลขสองหลักมาตลอด มันโตมากกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ เรียกได้ว่าโตเกิน 10% ทุกปีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่สำคัญคนที่เข้าไปอยู่ในทวิตเตอร์เป็นเจนเนอเรชั่นวายและแซดทั้งนั้น นั่นหมายถึงกลุ่มวัยรุ่นและเด็ก ขณะที่กลุ่มผู้ใหญ่หรือพ่อ-แม่จะเล่นเฟซบุ๊กกันมากขึ้น”

เพื่อยืนยันคำตอบในเรื่องพฤติกรรมการใช้สื่อโซเชียลในยุค 4.0 ของคนไทย จากกรณีที่เป็นกระแสข่าวว่าด้วยเรื่องการค้าขายยาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมายในโลกออนไลน์ นักการตลาดรายเดิมมองว่าการแข่งขันกันระหว่างแพลตฟอร์มถือเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อการใช้งาน ทั้งในแง่ของการสร้างอาชีพ ไปจนถึงช่องว่างในการกระทำความผิด

“จากประเด็นที่โพสต์กันเท่าที่ผมเห็นคือสินค้าผิดกฎหมาย มีทั้งภาพนิ่งและคลิปวิดีโอ ผมมองว่าจากเดิมแต่ละแพลตฟอร์มจะมีคาแรกเตอร์ของมัน เช่น เฟซบุ๊กมีไว้โพสต์รูป, ทวิตเตอร์มีไว้โพสต์ตัวอักษรหรือข้อความสั้นๆ และยูทูปไว้โพสต์คลิปวิดีโอ แต่ด้วยการแข่งขันในโลกโซเชียลจึงทำให้ทุกแพลตฟอร์มมีความใกล้เคียงกันมากขึ้น

อย่างทวิตเตอร์เองก็ต้องสู้กับรายอื่นๆ ทำให้ปัจจุบันทวิตเตอร์จะโพสต์ข้อความได้ยาวขึ้น โพสต์รูป รวมถึงคลิปวิดีโอได้ จากตรงนี้เลยกลายเป็นว่าทุกช่องทางสามารถใช้ทำมาหากินได้หมดเลย ทั้งทางที่ดีและไม่ดี เท่ากับว่าทุกแพลตฟอร์มมันเป็นจุดล่อแหลมได้หมดเลย”

ในสายตาของนักวิชาการด้านการตลาดสื่อโซเชียลฯ มองว่า ทวิตเตอร์ มีความล่าช้าด้านการรายงานข้อความที่สุ่มเสี่ยงหรือผิดกฎหมาย หากเปรียบเทียบกับการใช้งานของเฟซบุ๊กที่มีการประมวลผลและตอบรับการรายงานจากผู้ใช้งานได้รวดเร็วกว่า นี่จึงเป็น 'จุดมืด' อีกอย่างหนึ่งที่กลายเป็น 'ทางสว่าง' ให้กับพ่อค้าออนไลน์ในการทำเรื่องผิดกฎหมาย

“จริงๆ แล้ว ตัวทวิตเตอร์ถ้าพูดถึงเรื่องของการเซ็นเซอร์ ทางทวิตเตอร์เองมีการตรวจสอบและแจ้งรีพอร์ตค่อนข้างน้อย หากเทียบกับแพลตฟอร์มเบอร์หนึ่ง อย่าง เฟซบุ๊ก ที่มีปุ่มให้กดรีพอร์ตได้ทันที ซึ่งการตอบรับก็ค่อนข้างเร็ว ขณะที่ทวิตเตอร์ทำค่อนข้างยากและล่าช้า จึงอาจเป็นช่องทางหนึ่งของมิจฉาชีพในการทำสิ่งผิดกฎหมาย


 
สำหรับเรื่องนี้ผมมองเอาไว้สามส่วนด้วยกันนะครับ อย่างแรกคือเจ้าของแพลตฟอร์มหรือเจ้าของพื้นที่เอง ต้องคอยดูแลและตอบรับการรีพอร์ตอย่างรวดเร็ว ประเด็นที่สอง คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ต้องมีหน่วยงานที่ตรวจสอบและแจ้งผลอย่างรวดเร็วเหมือนกัน

ส่วนประเด็นที่สาม ผมมองเรื่องของผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กด้วยกันเอง อย่างที่บอกว่ามันคือเมืองของเรา ฉะนั้น ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่ดีหรือคนไม่ดีเข้ามาในเมืองเรา คนในเมืองต้องไม่อยู่เฉย ต้องมีการรายงานต่อไป ผมว่าถ้าเราช่วยกันดูแลสังคมก็จะดีขึ้น”

สุดท้าย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด ยังตอบคำถามที่สังคมตั้งข้อสงสัยด้วยว่า นี่คือยุคมืดของโลกทวิตเตอร์แล้วหรือไม่ ซึ่งตนมองว่าหากสังคมช่วยกันตรวจสอบและสร้างความเข้าใจในการใช้สื่อโซเชียลที่ถูกต้อง สังคมออนไลน์จะสร้างประโยชน์ให้กับผู้ใช้งานในแง่ของข้อดีมากกว่าข้อเสียแน่นอน

“ผมมองโซเชียลเน็ตเวิร์กค่อนข้างโลกสวยอยู่เหมือนกันนะ ผมมองว่ามันมีข้อดีมากกว่าข้อเสียอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าพอเวลามีข้อเสีย มันเหมือนจุดดำบนกระดาษขาว คนก็จะมองจุดดำค่อนข้างชัดเจนหน่อย ซึ่งหน้าที่ของทุกคนที่ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กก็คือการให้ความรู้ ความเข้าใจกับเยาวชนให้ถูกต้อง ต้องคอยตรวจสอบแก้ไข นำจุดดำนั้นออกไป

จริงๆ แล้ว โซเชียลมีเดีย มันมีประโยชน์มากนะครับ คนใช้ในการทำมาหากินได้ เราใช้ติดต่อเพื่อนฝูงได้ ผู้สูงอายุใช้เพื่อความบันเทิง หรือการหาความรู้ต่างๆ ได้ ผมมองว่ามันมีประโยชน์เยอะเมื่อเทียบกับข้อเสียที่เป็นจุดด่างดำ ฉะนั้น คนในสังคมต้องช่วยกันครับ ต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้สื่อเหล่านี้”

ข่าวโดย ทีมข่าว MGR Live


กำลังโหลดความคิดเห็น...