xs
xsm
sm
md
lg

ช่วยรักษาหรือยิ่งโคม่า? พ.ร.บ.ยาฉบับใหม่ พยาบาลสั่งจ่ายยา!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


จ่ายได้หรือไม่ ? คนไข้เถียงกันรอแพทย์อย่างเดียวไม่ทัน ชีวิตเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิต แต่ถ้าพยาบาลไม่เก่งพอจ่ายมั่วจะยิ่งเสี่ยงกว่า หนึ่งในพ.ร.บ.ยาฉบับใหม่ ขอให้พยาบาลวิชาชีพสามารถใช้ยาและจ่ายยาในกรณีผู้ป่วยมีภาวะฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต สังคมวิจารณ์ถ้าพยาบาลอยากจ่ายยาทำไมไม่ไปเรียนหมอหรือเภสัช อาจารย์พยาบาลแนะประโยชน์มากกว่าโทษ ป้องกันชีวิตได้มากกว่า

พยาบาลเก่งไม่พอ จ่ายยามั่ว? เสี่ยงยิ่งกว่า

เป็นที่ถกเถียงกันมายาวนานในเรื่อง พ.ร.บ.ยาฉบับใหม่ ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากพยาบาลต่อร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับใหม่ โดยได้ข้อสรุปคือ ขอให้พยาบาลวิชาชีพสามารถใช้ยาและจ่ายยาในกรณีผู้ป่วยมีภาวะฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทันท่วงที
ประเด็นดังกล่าวกำลังเป็นกระแสวิจารณ์เป็นเหมือนดาบสองคมบางครั้งหากรอแพทย์อย่างเดียวอาจไม่ทันเสี่ยงต่อชีวิตความปลอดภัย ชีวิตในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่แพทย์ไม่ฉุกเฉินด้วย หากให้พยาบาลมาจ่ายยามั่วซั่วความเสี่ยงอาจจะเพิ่มยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ ข้อคิดเห็นกระแสโซเชียล เช่น
“ถ้าออกมาได้ผมก็มีแนวทางของผม ไม่รับยาที่พยาบาลจ่ายให้ ให้ไปตามหมอหรือเภสัชมาจ่าย ยอมเสียเวลาได้ ไม่เป็นไร และยังมีความเชื่ออยู่ลึกๆ ว่าพยาบาลส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.นี้ถ้ายังยึดถือความถูกต้องและความชอบธรรมอยู่ ควรทำลงชื่อถอดถอนสภาพยาบาลออก เอาคนดีคนรุ่นใหม่ไปพัฒนา ประเทศจะได้ไม่เดินถอยหลัง”

“ในความเป็นจริงบางครั้งคนไข้ก็รอหมอไม่ไหว ก็ต้องให้จ่ายยาเบื้องต้นไปก่อน ถ้าตายก่อนจะให้ทำไง แต่ก็เอาเลยตามสบาย อยากจ่ายก็จ่าย แต่อยากให้ไปสอบใบประกอบมาก่อน จะทำแทนหมอก็ไปสอบของหมอ จะทำแทนเภสัชก็ไปสอบของเภสัช”
ประเด็นนี้จึงเป็นข้อที่สังคมถกเถียงกันว่าหากต้องรอแพทย์อย่างเดียวจะไม่ทันการณ์ ทำให้ชีวิตเสี่ยงเข้าใกล้ความตาย ส่วนอีกด้านก็มีการถกเถียงกันอีกว่า พยาบาลเก่งไม่พอจ่ายยามั่วจะยิ่งเสี่ยงกว่า เพื่อความกระจ่างชัดถึงการก้าวก่ายวิชาชีพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทีมข่าว MGR Live จึงสอบถามไปยัง รศ.ดร.รักชนก คชไกร อาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สะท้อนถึงเรื่องราวในครั้งนี้

“ขั้นต้นก่อนนะ พยาบาลไม่จ่ายยามั่ว พยาบาลส่วนใหญ่จบปริญญาตรี อย่างที่บอกยาที่อยู่ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือยาที่เราจ่ายได้เป็นยาที่ค่อนข้างจะปลอดภัย เพราะฉะนั้นคนไข้ไม่เสี่ยงต่อการจ่ายยามั่วแน่นอน จึงเห็นด้วยกับ พ.ร.บ.ยาฉบับใหม่ในครั้งนี้"
“เราไม่ได้มาจ่ายยาแทนเภสัช เราไม่ได้สั่งยาแทนแพทย์ ที่เราทำหน้าที่ในส่วนที่สภาการพยาบาลกำหนดเอาไว้ ที่มันมีความจำเป็นซึ่งแพทย์หรือเภสัชเข้าไม่ถึง หรือว่ามีจำนวนไม่เพียงพอที่จะดูแลประชากรได้ทั่วถึงเท่ากับพยาบาล ที่มีจำนวนมากกว่า จึงคิดว่ามีความสำคัญที่จะให้พยาบาลสามารถจ่ายยาเวลาที่ฉุกเฉินหรือยาที่รักษาเบื้องต้นจะเป็นประโยชน์มากกว่าโทษ”
“ในฐานะเป็นอาจารย์และได้ลงพื้นที่ชุมชนทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดมาตลอดระยะเวล25 ปี คิดว่าพยาบาลมีศักยภาพเพียงพอในการที่จะจ่ายยาที่ไม่ได้ซับซ้อน เป็นการจ่ายยารักษาโรคเบื้องต้น หรือฉุกเฉินเฉพาะอาการที่จำเป็นต้องได้ยาขณะนั้น ถ้าไม่ได้ยาในทันท่วงที ขณะที่ส่งตัวไปก็จะเสียชีวิตระหว่างทาง ถ้าให้พยาบาลจ่ายยาในขณะะนั้นได้ก็จะป้องกันชีวิตได้มากกว่า”

รศ.ดร.รักชนก ยังเสริมอีกว่า ประโยชน์ที่จะได้รับส่วนใหญ่อยู่ที่ประชาชน และโดยปกติพยาบาลก็มีการจ่ายยาอยู่แล้ว แต่เป็นยาที่อยู่ภายใต้ที่สภาการพยาบาลกำหนด และมีการศึกษามาแล้วว่าปลอดภัยในการจ่ายยาออกไป และต้องมีความรู้ในการที่จะใช้ให้ถูกต้องสมเหตุสมผล

“ขอบเขตของการจ่ายยาตาม พ.ร.บ.ยามันค่อยข้างชัดเจน เราไม่ได้ก้าวก่ายเภสัช หรือว่ามันคาบเกี่ยวกับแพทย์ แต่เราทำในหน้าที่ของเราที่เราทำได้ ตามที่เรื่องที่เราเรียนมา เราไม่ได้จ่ายยาที่มีอันตราย เราไม่ได้จ่ายยาที่เป็นยาสลบ ยาเคมีบำบัดที่มันรุนแรงมาก เราแค่จ่ายยาที่จะทำให้คนไข้ที่มาหาเราในตอนนั้นปลอดภัย”

การที่เห็นด้วยไม่ใช่ประโยชน์พยาบาลแต่เห็นด้วยเพราะว่าประโยชน์จะอยู่ที่คนไข้ และให้พยาบาลจ่ายยาได้มีประโยชน์มากกว่าโทษ อยากให้ฟังเสียงหลายๆ ฝ่าย ให้ฟังคนที่อยู่ตามชุมชน โรงเรียน วัด ฟังเสียงคนที่อยู่เขตเมือง กึ่งเมือง ตามต่างจังหวัดไกลๆ ว่าขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร เชื่อว่าประโยชน์ที่พยาบาลที่เคยทำมานาน ดีหรือไม่ดีอย่างไร แล้วค่อยเอามาพิจารณากันดีกว่าว่าพยาบาลควรจะจ่ายยาหรือไม่จ่ายยา

ฉุกเฉินรอแพทย์ไม่ทัน พยาบาลก็ช่วยไม่ได้!!

สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะฉุกเฉิน หากต้องรอแพทย์เพียงอย่างเดียวไม่ทันการณ์ ชีวิตเสี่ยงเข้าใกล้ความอันตราย อย่างที่ล่าสุดมีข่าวการเสียชีวิตของเด็ก 6 ขวบ ปวดท้องหนักไปหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ ทางโรงพยาบาลไม่ส่งตัวไปรักษาต่อ ต้องนอนรอกว่า 4 ชั่วโมง จนสุดท้ายต้องเสียชีวิต
กรณีเด็ก 6 ขวบ เสียชีวต รศ.ด.รักชนก ยังได้ยกมาเป็นตัวสะท้อนถึงการที่ให้พยาบาลจ่ายยาที่จำเป็นในยามฉุกเฉินหรือแม้แต่ยาที่รักษาโรคเบื้องต้นจึงมีความสำคัญ หากลองสำรวจดูคนไข้ส่วนใหญ่ก็ไปรักษากับพยาบาลเพราะแพทย์ส่วนใหญ่ไม่สามารถลงไปได้ทั่วถึง

“อย่างที่มีข่าวเด็ก 6 ขวบ ไม่ได้รับการดูแล อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่คิดว่าพยาบาลก็เป็นส่วนหนึ่งไม่ได้มีการเชื่อมโยงอัตโนมัติในการจ่ายยาเบื้องต้นมากพอสมควรในการที่จะดูแลได้ ส่วนกรณีเป็นอันตราย ที่คิดว่ามีบางกรณีเท่านั้นแล้วก็ดันกลายเป็นข่าว จึงทำให้รู้สึกว่าพยาบาลดูแลไม่มีคุณภาพ แต่ถ้าถามว่าเภสัชหรือแพทย์เคยทำผิดพลาดมาบ้างไหม มันก็เคยมีเหมือนกัน แต่เป็นข่าวหรือไม่เป็นข่าวแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้น ในเรื่องคุณภาพคิดว่าพยาบาลสามารถให้ยาขั้นพื้นฐานและยาฉุกเฉินที่จำเป็นได้”

ขณะเดียวกันอาจารย์ยังได้ย้ำอีกว่าวิชาชีพพยาบาลที่มีคนบอกว่าเสี่ยงเกินไปในการจ่ายยา และไม่สมควรที่จะให้จ่ายยาได้ จะเป็นประโยชน์สำหรับคนไข้เป็นอย่างมาก ป้องกันไม่ต้องเดินทางไปไกล เพราะรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่มีพยาบาลอยู่ทั่วทุกแห่ง มันเป็นด่านหน้าที่เราเข้าถึงคนไข้ได้ง่าย
“พยาบาลเราเรียนมาถึง 4 ปี เรียนกายวิภาค เรียนเภสัชวิทยา เรียนสรีรวิทยา เรียนการรักษาขั้นต้น และในวิชาต่างๆ เราก็สอดแทรกในเรื่องของการรักษาพยาบาลอยู่ในเกือบทุกวิชา เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงความสามารถของพยาบาล เราไม่เท่าเภสัชเราไม่เท่าแพทย์ แต่ถ้าหากว่าเป็นการรักษาโรคง่ายๆ โรคที่เป็นรักษาขั้นต้นเราทำได้แน่นอน"
นอกจากนี้ในฐานะพยาบาลและเป็นอาจารย์สอนวิชาชีพพยาบาลยังได้ระบายความในใจกับทีมข่าวของเราถึงการที่สังคมบางกลุ่มออกมาต่อต้าน ที่ว่าพยาบาลทำไมต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงทั้งที่ไม่ได้มีความรู้ขนาดนั้น
"เป็นความคิดเห็นของคนบางกลุ่ม ที่ถามว่าเขาดูถูกวิชาชีพไหม เขาไม่ได้ดูถูกวิชาชีพ แต่ถ้าเขารู้ว่าพยาบาลขณะนี้ทำอะไรบ้าง ขอบเขตของพยาบาลทำอะไร เขาก็จะไม่พูดอย่างนั้น เพียงแต่ว่าตอนนี้เขาไม่รู้ว่าปัจจุบันเราทำอะไร ปัจจุบันเราก็รักษาขั้นต้น เราจ่ายยายางประเภทได้ภายใต้สภาการพยาบาลกำหนด เราดูแลสร้างเสริมสุขภาพ ดูแลฟื้นฟูสุขภาพ เราทำเกือบทุกอย่าง”
“บางทีก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจว่าทำไมเรื่องแค่นี้ถึงมาต่อต้านกัน ประโยชน์มันอยู่ที่ประชาชน ถ้าพยาบาลไม่ได้ทำตามพ.ร.บ.ยา พยาบาลก็อยู่ได้ เงินเดือนก็เท่าเดิม หน้าที่ก็เท่าเดิม แต่ว่าพ.ร.บ.ยาออกมา ทำให้เราต้องทำงานมากขึ้น แต่พวกเรายินดีทำ เพราะเห็นว่าถ้าไม่ทำคนที่มีผลกระทบก็คือประชาชน ประชาชนที่มีเงินอาจจะไม่รับผลกระทบมาก แต่ประชาชนที่ด้อยโอกาส อยู่ตามต่างจังหวัด ตามชนบท คนเหล่านั้นจะได้รับผลกระทบค่อนข้างเยอะ และคนเหล่านั้นก็จะมีประโยชน์เยอะ ถ้าพยาบาลสามารถจ่ายยาตาม พ.ร.บ.ยาใหม่ได้”


กำลังโหลดความคิดเห็น...