xs
sm
md
lg

สลัดแหล่งเสื่อมโทรม สู่สวนเกษตร เนรมิตบ้านให้คนไร้บ้าน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สานฝันให้คนจนเมือง มีที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง เปลี่ยนสัญญา “เช่า” ให้เป็นสัญญา “ซื้อ” ส่งต่อความมั่นคงให้ลูกหลาน “ดีแทคพลิกไทย” ชวนระดมทุนสร้างโรงเพาะเห็ดให้ชุมชนพูนทรัพย์ หวังขาย สร้างรายได้-เงินออม ครัวเรือนละ 37,000 บาท ภายในปี 2574 ค้ำประกันเงินกู้ซื้อที่ดินที่อยู่ปัจจุบัน

ขอโอกาส…สร้างฝัน

"คนจนส่วนมากที่ขาด คือโอกาส เขามักจะมองเราว่าเป็นคนที่อยู่กับกลุ่มอบายมุข แหล่งเสื่อมโทรม ยาเสพติดทั้งหลาย" เนตรนรินทร์ แซ่เล้ง กรรมการชุมชนบ้านพูนทรัพย์ ระบายถึงความน้อยเนื้อต่ำใจในการขาดโอกาสของคนจน

สอดคล้องกับข้อมูลจากสภาพัฒน์ถึงสถานการณ์คนจนในไทย โดยกำหนดเส้นความยากจนอยู่ที่ 2,920 บาทต่อคนต่อเดือน

จากตัวเลขนี้จะเห็นว่า ในระหว่างปี 2558-2559 ประเทศไทยมีคนจนเพิ่มขึ้น 963,000 คน ในจำนวนคนจนที่เพิ่มขึ้นเกือบ 1 ล้านคน แยกเป็นคนจนในเมืองเพิ่มขึ้น 436,000 คน และคนจนในชนบทเพิ่มขึ้น 527,000 คน

ความเหลื่อมล้ำทางสังคมจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมกับปัญหาปากท้องและที่อยู่อาศัยตามมา

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านคนไร้บ้านเป็นปัญหาสำคัญของเขตเมืองมาตลอด เนื่องจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความไม่เป็นธรรมทางนโยบาย ทำให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงกลายเป็นคนไม่มีที่อยู่อาศัย
ดังนั้นการส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขาที่มีต้นทุนทางสังคมไม่มาก มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ด้วยตัวเขาเอง เช่น การรวมกลุ่มกันเพาะปลูกสิ่งที่เป็นประโยชน์ก่อเกิดเป็นรายได้ให้กับเขาเอง

ดังเช่นพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑

“เราไม่ควรให้ปลาแก่เขา แต่ควรจะให้เบ็ดตกปลาและสอนให้รู้จักวิธีตกปลาจะดีกว่า”

พลิกโฉมแหล่งเสื่อมโทรมเป็น “แหล่งรายได้”

“เราไม่เคยคิดหรอก ว่าจะมีแปลงเกษตรได้ขนาดนี้ ทำได้ขนาดนี้ก็เพอร์เฟกต์แล้วสำหรับชีวิต” กรรมการชุมชนบ้านพูนทรัพย์ กล่าวพร้อมน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจในศักยภาพของตนเองที่สามารถเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวจากสวนเกษตรชุมชน จนมีเงินเหลือออม

“ชุมชนพูนทรัพย์” เป็นชุมชนใต้สะพานเดิม ที่โดนผลกระทบในการไร่รื้อ ปัจจุบันย้ายมาที่เขตสายไหม ชุมชนแห่งนี้ได้เช่ากับการเคหะ สัญญาเช่า 30 ปีและกำลังจะหมดลงอีก 13 ปี! พวกเขาจะไปอยู่ที่ไหน!?

290 ครัวเรือนในชุมชนพูนทรัพย์จึงจำเป็นต้องมีเงินออมครัวเรือนละ 37,000 บาทภายในปี 2574 เพื่อค้ำประกันเงินกู้ที่จะนำไปซื้อที่ดินที่พวกเขาอาศัยอยู่ในปัจจุบัน

แต่ปัญหาคือพวกเขาไม่มีเงินเพียงพอที่จะออม!

ปฏิบัติการณ์เปลี่ยนที่รกร้างแหล่งเสื่อมโทรม ยาเสพติด ที่ทิ้งขยะ ให้เป็นสวนเกษตรที่สร้างรายได้จึงอุบัติขึ้น!

ลมุลจิต วิเชียรศรี จิตอาสาตัวแทนกลุ่มสวนเกษตรชุมชน ผักไร้สารบ้านพูนทรัพย์ซึ่งเป็นผู้นำเสนอโครงการ อธิบายที่มาของภารกิจนี้ว่า

“มีการระดมความคิดกันในชุมชน เป้าหมายคืออยากเห็นพื้นที่นี้เป็นแปลงเกษตรที่สามารถเลี้ยงชุมชนได้อย่างครบวงจร มีแปลงเกษตรสามารถเชื่อมโยงพี่น้องทั้งชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมทำกิจกรรมร่วมกัน

คืนพื้นที่สีเขียวจากแหล่งเสื่อมโทรม ในลักษณะพัฒนาชุมชนสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน ด้วยการสร้างแปลงเกษตรเป็นแหล่งอาหารปลอดภัย ผักสวนครัวปลอดสารพิษ แหล่งอาหารของชุมชน พัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ ให้ชุมชนได้มีของกิน มีบ่อปลา เลี้ยงไก่ เพื่อที่พวกเขาจะพัฒนาร่วมกันให้เกิดประโยชน์ เปลี่ยนแปลงที่ดินไร่กว่าเป็นปอดของชุมชน

โดยเฉพาะการสร้างโรงเรือนเพาะเห็ด 2 โรง ซึ่งเป็นรายได้ที่เร็วและเป็นรายได้หมุนเวียน สามารถทำให้พวกเขามีเงินสะสม จากการนำผลผลิตไปจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้และเงินออมให้แก่สมาชิกในชุมชน เป็นหลักประกันการกู้เงินเพื่อซื้อที่จากการเคหะให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเขาเอง เปลี่ยนสัญญาเช่า เป็นสัญญาซื้อ เพราะตอนนี้เขาเช่าที่ของการเคหะอยู่

เป็นรายได้ที่จะเกิดร่วมกันของการทำงานในชุมชน พัฒนาให้ยั่งยืนไปได้ เพราะอาชีพส่วนใหญ่ของพวกเขาคือ เก็บของเก่า ขายพวงมาลัย จะได้สร้างรายได้ต่อยอดทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ ด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขาเอง

ลมุลจิต ย้ำถึงความสำคัญของสวนเกษตรชุมชนแปลงนี้ว่า นอกจากจะสร้างรายได้ให้กับชุมชนแล้ว ยังลดรายจ่ายค่าอาหาร และได้บริโภคผักปลอดสารพิษ รวมถึงสร้างกิจกรรมให้กับคนในชุมชน

เห็นได้ชัดคือความสามัคคีรักใคร่ของคนในชุมชนที่เพิ่มมากขึ้น เพราะพวกเขาทุกคนจะร่วมแรงร่วมใจกันออกความคิดเห็นและลงมือทำการเกษตรเต็มพื้นที่เพื่อก่อเกิดรายได้เลี้ยงครอบครัว ฟื้นฟูจิตใจผู้สูงอายุ รอยยิ้มของเด็กๆผุดเต็มหน้า

ทุกคนก็เป็นส่วนหนึ่งกับการพลิกไทยกับดีแทคครั้งนี้ได้ ร่วมสนับสนุนเงินทุนสำหรับโครงการ “หาบ้านให้คนไร้บ้าน” ได้ 2 ช่องทาง คือ

- ทางเว็บไซต์เทใจ https://taejai.com/th/d/plikthai_urbanpoor/ สามารถระบุเงินบริจาคได้ หากบริจาค 250 บาทขึ้นไปสามารถขอใบเสร็จรับเงินบริจาคเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้ และบริจาค 2,000 ขึ้นไป รับสิทธิ dtac reward Blue Member เป็นเวลา 1 เดือน (เฉพาะหมายเลขของ dtac)

- ลูกค้าดีแทคกด *405*15# แล้วกดโทรออก (ครั้งละ 50 บาท)


กำลังโหลดความคิดเห็น...