xs
xsm
sm
md
lg

คาราวานแรลลี่ครั้งประวัติศาสตร์! ขน OTOP สู่ตลาดโลก!!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ปล่อยคาราวานแรลลี่กันไปแล้ว สำหรับงาน “A Journey from Local to Global เส้นทาง R3A กรุงเทพฯ-เชียงของ-หลวงน้ำทา-สิบสิงปันนา-คุนหมิง” ระยะทาง 1,800 กม. ลุยกันถึง 7 วัน เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีน และขนสินค้าโอทอป (OTOP) สู่ตลาดโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์!!

เส้นทางจัดเต็มในครั้งนี้ เริ่มหมุนล้อกันตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. ยาวไปจนถึง 27 พ.ย.60 ด้วยความใจป้ำของเจ้าของโปรเจกต์อย่าง บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่จับมือร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน และ มูลนิธิเอกชนพัฒนาภูมิภาค เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดี และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน พร้อมกับนำสินค้าโอทอปของประเทศไทยไปเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักยังต่างประเทศเป็นครั้งแรก ในงาน “นิทรรศการแสดงสินค้าจากกลุ่มประเทศแม่โขง-ล้านช้าง”
อภิชาติ โตดิลกเวชช์
บรรยากาศภายในงานได้รับเกียรติจาก อภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถ โดยมี พล.อ.ดร.มนตรี ศุภาพร ประธานมูลนิธิเอกชนพัฒนาภูมิภาค พร้อมด้วยผู้บริหารไทยเบฟ ได้แก่ ประวิช สุขุม ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร และ สุรพล อุทินทุ ผู้อำนวยการสำนักประสานงานภายนอก พร้อมด้วย อ.วิบูลย์ ตั้งกิตติภากรณ์ Chief Strategist-China Investment and Operation ทีทีซีกรุ๊ป ร่วมพิธี ณ สโมสรราชพฤกษ์

อภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เผยว่าทางรัฐบาลได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน สังกัดกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการในการส่งเสริม สนับสนุน ต่อยอด และผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือสินค้าโอทอป ให้มีช่องทางการตลาดสู่สากล จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ และภาคี จัดกิจกรรมแรลลี่ A Journey from Local to Global เส้นทาง R3A กรุงเทพฯ-เชียงของ-หลวงน้ำทา-สิบสิงปันนา-คุนหมิง

ทั้งยังถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ไปเปิดตลาดจำหน่ายสินค้า เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักในตลาดสากล รวมทั้งเจรจาธุรกิจ ที่มณฑลยูนนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกด้วย
นอกจากนี้ประเทศไทยและประเทศจีนยังเป็นภาคีในสนธิสัญญาพหุภาคีหลายฉบับด้วยกัน ซึ่งความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศจีนจะเป็นประโยชน์ต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นในระยะยาว จะมีผลทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยและชาวจีนมีความเป็นอยู่ที่มีคุณภาพที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่พวกเราทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำประโยชน์ครั้งนี้
ประวิทย์ สุขุม
ด้าน ประวิทย์ สุขุม ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการมาเป็นเวลากว่า 42 ปีแล้ว การจัดแรลลี่ A Journey from Local to Global นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทางไทยเบฟมีความตั้งใจที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศ พร้อมกับนำสินค้าโอทอปของประเทศไทยไปเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักยังต่างประเทศ

สำหรับในงาน “นิทรรศการแสดงสินค้าจากกลุ่มประเทศแม่โขง-ล้านช้าง” มีวิสาหกิจจากกัมพูชา ลาว พม่า ไทย เวียดนามและจีน โดยจะมีการจับคู่ธุรกิจการค้า การเจรจาความร่วมมือการลงทุนที่จะเป็นการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยการนำผลิตภัณฑ์โอทอปไปสู่ตลาดระดับโลกอีกด้วย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนั้น ตรงกับเป้าหมายการดำเนินการของคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) ที่ไทยเบฟได้รับโอกาสในฐานะบริษัทเอกชนให้เป็น 1 ในคณะ 12 คณะกรรมการภาครัฐและเอกชน ให้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชารัฐ คือการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนและสร้างความสุขที่ยั่งยืนให้แก่คนในชุมชนทั่วประเทศ โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 พ.ย.60 ณ Kunming Dianchi International Convention and Exhibition Center มณฑลยูนนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

ขณะที่ กิตติ นิลถนอม หัวหน้าทีมขบวนคาราวาน เผยว่า ครั้งนี้มีคาราวานทั้งสิ้น 16 คัน จำนวน 60 คน โดยผู้ร่วมคาราวานส่วนใหญ่จะเป็นนักธุรกิจที่ต้องการไปดูช่องทางค้าขายยังประเทศใกล้เคียงว่ามีตลาดอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะตลาดในประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มากและหลายคนต้องการมีช่องทางการตลาดที่นั่น และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยของเราได้นำผลิตภัณฑ์โอทอปไปสู่ตลาดโลกด้วย จากก่อนหน้านี้การค้าขายกับจีนจะเป็นการส่งออกเสื้อผ้า ผลไม้ ปีกไก่ เป็นต้น เสียมากกว่า

ตลอดเส้นทางการขับขี่จะผ่าน 3 ประเทศด้วยกัน โดยเส้นทางในประเทศนั้นผู้ร่วมเดินทางไปกับคาราวานจะแวะเยี่ยมชมสินค้าโอทอป ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย จากนั้นเดินทางเข้าสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มุ่งหน้าไปยังเขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา โดยเส้นทาง R3A เส้นทางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญ เชื่อมโยงระหว่าง ไทย - ลาว - จีน และไปจบทริปที่เมืองคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน
กิตติ นิลถนอม















กำลังโหลดความคิดเห็น...