xs
xsm
sm
md
lg

จะกี่ก้าวก็ไม่ช่วย แพทย์ชี้ "วิ่งจนป่วยสาธารณสุขก็ยังพัง"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เซลฟีทำพิษ! “ตูน - บอดี้สแลม” บาดเจ็บหลังหยุดถ่ายภาพระหว่างการวิ่งโครงการ “ ก้าวคนละก้าว” ทีมงานขอความร่วมมือ “ถ่ายภาพที่จุดเช็กพ้อยท์ - ส่งกำลังใจเชียร์ระหว่างทาง - อย่าวิ่งฝ่าขบวน” ด้านกรรมการแพทยสภาย้ำ ชื่นชมในการทำความดี แต่ถ้าเกาไม่ถูกที่คัน ต่อให้วิ่งอีกล้านล้านก้าวก็ไม่พอ!

รักตูน โปรดงดเซลฟี

จากปรากฏการณ์ “กรุงเทพฯ - บางสะพาน” 85 ล้าน สู่เป้าหมายใหม่ “เบตง - แม่สาย” หวังยอดไว้ที่ 700 ล้านบาท สำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ที่ “ตูน - อาทิวราห์ คงมาลัย” หรือ “ตูน บอดี้สแลม” นักร้องร็อกสตาร์แถวหน้าของไทย สละกำลังขาของตนเอง ออกวิ่งขอรับบริจาคเงินเพื่อซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาล 11 แห่ง



การวิ่งครั้งนี้ได้เริ่มต้นไปแล้วเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีผู้คนมาส่งกำลังใจตลอดเส้นทางที่วิ่งผ่านเป็นจำนวนมากเช่นเคย แต่ก็มีประชาชนบางส่วนที่ขอเก็บภาพความประทับใจระหว่างตนเองกับหนุ่มตูนเป็นที่ระลึกผ่านการเซลฟี่ ทำให้ในระหว่างที่กำลังวิ่ง หนุ่มตูนต้องหยุดเพื่อถ่ายภาพด้วยด้วยความเต็มใจเป็นระยะ ท่ามกลางความเป็นห่วงของหลายต่อหลายคนที่เกรงว่า การวิ่งๆ หยุดๆ แบบนี้ อาจส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกาย และอาจเกิดการบาดเจ็บได้

แต่เมื่อเข้าสู่วันที่ 4 ของการวิ่ง เหตุการณ์ที่ทุกคนเป็นกังวลที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้ นั่นก็คือหนุ่มตูนเริ่มมีอาการบาดเจ็บบริเวณขา และหลัง ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการที่วิ่งอยู่และหยุดถ่ายภาพกะทันหัน จนต้องประกาศยุติการวิ่งลงในเบื้องต้น ก่อนที่ร่างกายจะบาดเจ็บไปมากกว่านี้



เกี่ยวกับเรื่องนี้ “หมอเมย์ -พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่มีหน้าที่ดูแลโปรแกรมการวิ่ง การบาดเจ็บ กายภาพบำบัด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อของนักวิ่งตลอดเส้นทางครั้งนี้ เปิดเผยในเฟซบุ๊กไลฟ์ของโครงการ “ก้าว” ว่า ด้วยความเพลีย ทำให้การกายภาพบำบัดถูกยกเลิกไปในบางวัน ประกอบกับกล้ามเนื้อมีความล้าสะสม การก้ม การยกของหนัก จึงอาจส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บดังกล่าว ฉะนั้นต้องระวัง และขอรบกวนให้พ่อแม่อุ้มลูกหลานไว้เอง เพื่อจะช่วยเซฟหลังของหนุ่มตูนได้ รวมถึงลดการเซลฟีด้วย

เช่นเดียวกับ ‘จ่าพิชิต’ แอดมินผู้คลุกคลีอยู่ในวงการแพทย์แห่งเพจ “Drama- Addict” ก็ได้กล่าวถึงอาการบาดเจ็บของตูนว่า “จะเกิดอะไรขึ้นหากพี่ตูนวิ่งๆ มาแล้วมีคนขวางให้หยุดทันทีเพื่อขอเซลฟี เลือดที่ถูกสูบฉีดไปยังกล้ามเนื้อระหว่างที่กำลังวิ่งต่อเนื่อง หากหยุดวิ่งทันทีขณะหัวใจกำลังทำงานหนัก เลือดมันจะค้างอยู่ตามร่างกายกลับมาที่หัวใจไม่เพียงพอ อาจหัวใจขาดเลือดจนถึงเสียชีวิตได้ อาจเกิดการบาดเจ็บของข้อต่อกล้ามเนื้อ หากวิ่งๆ มาแล้วจู่ๆ ก็เบรกทันที”



เพื่อไม่ทำให้อาการบาดเจ็บของหนุ่มตูนหนักไปกว่านี้ ทีมงาน “ก้าว” จึงปรับแผน ขอความร่วมมือประชาชนที่มาให้กำลังใจระหว่างทาง หากอยากถ่ายภาพ แนะนำให้ถ่ายเป็นวิดีโอหรือส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ ที่สำคัญคืออย่าวิ่งฝ่าเข้ามาในขบวนวิ่ง ส่วนคนที่ต้องการถ่ายภาพด้วยก็ให้เจอกันที่จุดเช็กพ้อยนต์ที่ทีมงานเตรียมพื้นที่ไว้

แต่ถ้าใครอยากจะมีภาพแบบเซลฟีอย่างใกล้ชิดกับร็อกเกอร์หนุ่มจริงๆ แม้ไม่ได้อยู่ในเส้นทางที่เขาต้องวิ่งผ่าน ก็มีอีกทางเลือกหนึ่ง โดยเฟซบุ๊ก “Pimwipha Cheaptumrong” เผยแพร่ไอเดียสุดครีเอท ด้วยการทำกรอบภาพในเฟซบุ๊ก ที่สามารถใส่ภาพของตนเองให้กลายภาพคู่กับนักร้องนักวิ่งผู้นี้ ภาพที่ทำออกมาเสร็จเรียบร้อยนั้น มองดูแล้วคล้ายกับการได้เซลฟีจริงๆ แถมหนุ่มตูน ยังไม่ต้องมาเสี่ยงต่อการหยุดวิ่งจนเกิดอาการบาดเจ็บอีกด้วย



สำหรับความเคลื่อนไหวในตอนนี้ ที่ในตอนแรกได้มีคำประกาศออกมาว่าจะยุติการวิ่งไว้ก่อน แต่ดูเหมือนว่าจะหยุดพักไปเพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น เพราะล่าสุด เขากลับเข้าสู่เส้นทางการระดมทุนอีกครั้งแล้ว ซึ่งหากใครต้องการสนับสนุนในร็อกเกอร์น่องเหล็กผู้นี้ทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ นอกจากการบริจาคเงินแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่ลืมไม่ได้คือ ‘อย่าขอเซลฟี่ขณะที่ตูนกำลังวิ่งอยู่’

แก้ไม่ตรงจุด วิ่งอีกล้านล้านก้าวก็ไม่พอ

อีกประเด็นหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ นับตั้งแต่ครั้งที่ชายผู้นี้วิ่งระดมทุนเพื่อสมทบเครื่องมือแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนถึงตอนนี้ก็ยังมีกระแสดรามาออกมาไม่ขาดสาย โดยเฉพาะในแวดวงสาธารณสุขของบ้านเรา ที่ถูกโจมตีอย่างหนักว่า มัวทำอะไรอยู่ ไม่เว้นแม้แต่คนในแวดวงการแพทย์เอง ที่ออกมาพูดถึงปัญหานี้เช่นกัน 

แพทย์หญิงอรพรรณ์ เมธาดิลกกุล กรรมการแพทยสภา แกนนำกลุ่มพลังแพทย์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักงาน Thai Medical Law Service Office หรือ สำนักงานกฎหมายการแพทย์ ที่ออกมาแสดงความคิดเห็น ผ่านเว็บไซต์ medhubnews.com ว่า กรณี ตูน บอดี้สแลม ทำความดีต้องชื่นชมอย่างมาก แต่สิ่งที่ต้องย้อนกลับมาพิจารณา คือ การบริหารงบของส่วนกลาง เพราะฉะนั้นตูนจะวิ่งอีกล้านล้านก้าว ก็แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะตราบใดที่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุก็พังเหมือนเดิม

พญ.อรพรรณ์ ได้เปรียบเทียบปัญหาการบริหารงบประมาณว่าเป็น “กองขยะกองโต” ระบบสาธารณสุขที่พังอยู่แล้ว ก็ยิ่งพังไปเรื่อยๆ หากยังบริหารกันแบบนี้ ที่ผ่านมาบุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนัก แต่กลับมีคุณภาพชีวิตย่ำแย่ลง มีงบประมาณจำนวนมาก แต่ทำไมโรงพยาบาลจึงขาดทุน



นับตั้งแต่มีการบริหารงานรูปแบบหลักประกันโดยมีการตั้งหน่วยงานบริหารเงิน ก็มีการพูดคุยกันมาตลอด ทั้งยังกันงบประมาณไว้ที่ส่วนกลาง ระบบการบริหารงานการใช้งบคุ้มค่าหรือไม่ การรั่วไหล หรือการกระจายตัวของงบประมาณ มีการนำงบประมาณจัดสรรลงมา แต่จัดสรรลงมาแล้วทำไมจึงขาดทุน คนในวงการสาธารณสุขทราบต้นตอของปัญหาดี ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด

“ต้องแยกเป็นประเด็น กรณี ตูน บอดี้สแลม ทำความดีต้องชื่นชมอย่างมาก แต่สิ่งที่ต้องย้อนกลับมาพิจารณา คือ การบริหารงาน การบริหารงบของส่วนกลาง ดังนั้น ขอขีดเส้นใต้ “ตูน บอดี้สแลม" วิ่งอีกล้านล้านก้าว ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ตราบใด ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ก็พังเหมือนเดิม”



ทั้งนี้ หลังจากที่ข้อความของแกนนำกลุ่มพลังแพทย์ เผยแพร่ออกไปบนสังคมออนไลน์ ก็มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ความคิดเห็นส่วนมากเป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ควรทำหน้าที่ของตนเอง เมื่อทราบว่าปัญหาอยู่ตรงไหนก็ควรแก้ให้ถูกจุด พร้อมกับชื่นชมสปิริตของร็อกเกอร์น่องเหล็กผู้นี้ ที่เสียสละกำลังกาย เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยอีกเป็นจำนวนมาก

แม้การออกมาวิ่งในแต่ละครั้งของหนุ่มตูน อาจจะไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนเครื่องมือแพทย์ตามโรงพยาบาลต่างๆ หมดไป แต่อย่างน้อย ในทุกก้าวที่ออกวิ่งน่าจะช่วยสร้างแรงกระเพื่อม และเป็นการ “ชี้” ให้เห็นถึงปัญหาที่มีอยู่ เพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการให้ตรงจุดเสียที



และถึงแม้ว่า จะต้องวิ่งฝ่ากระแสดรามาที่ถาโถมเข้ามา แต่นั่นก็ไม่สามารถบั่นทอนศรัทธาในการทำความดีของชายผู้นี้ให้น้อยลงแม้แต่น้อย เพราะเขาเคยประกาศไว้อย่างชัดเจนว่า พร้อมเคารพทุกคำวิจารณ์และที่สำคัญ “ผมทำมากกว่าพูด”

ขอบคุณภาพและข้อมูล : เฟซบุ๊ก “ก้าว”, "Rachwin Wongviriya" , “Drama- Addict” และเว็บไซต์ medhubnews.com
กำลังโหลดความคิดเห็น...