xs
xsm
sm
md
lg

ขุดคดี “ผอ.อมตังค์ เด็กพิการ” ทนายชี้ เด็กมีสิทธิขาด 100 เปอร์เซ็นต์!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


จากเงินรางวัล "10 ล้าน" ที่เหล่าเด็กพิการ แชมป์ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซัน 4 ควรได้รับ อย่างน้อยคนละ 1 ล้าน กลับเหลือไม่ถึงคนละ 3 แสน!! เพราะ ผอ.รับหน้าที่บริหารเงินเสร็จสรรพ สังคมรุมประณาม มีสิทธิอะไรอมเงินเด็ก แต่ผู้ใหญ่กระทรวงศึกษาฯ กลับตัดสิน ผอ.ไม่ผิด ซ้ำชม "บริหารเงินดีมาก" ตรงข้ามฝั่งทนายชี้ผิดกฎหมาย เพราะเด็กมีสิทธิในเงินรางวัลทั้งหมดเต็มร้อย!!

** เด็กพร้อมใจแฉ! ทวงเงิน 10 ล.จาก ผอ.

ย้อนไปเมื่อปี 2557 ทันทีที่ทราบผลว่า ทีม Wheelchair Dance ซึ่งประกอบด้วยนักเรียนพิการทั้ง 8 คนได้แชมป์รายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซัน 4 นำมาซึ่งความดีใจและปลาบปลื้มใจให้กับน้องๆ ทั้ง 8 คนเป็นอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมาพวกเขาต่างเหนื่อยกับการฝึกซ้อมกันอย่างหนัก และยิ่งดีใจทวีคูณเมื่อได้ทราบจำนวนเงินที่แชมป์อย่างพวกเขานั้นจะได้รับถึง 10 ล้านบาท ก็ยิ่งทำให้น้องๆ แต่ละคนต่างพากันวาดฝันกันไปต่างๆ นานา ว่าจะนำเงินที่ตนนั้นสมควรจะได้ไปทำอะไรกันบ้าง

แต่แล้วความฝันของเด็กพิการทั้ง 8 คนก็ดับสลายลงอย่างรวดเร็ว เมื่อได้รับรู้ว่า พวงทอง ศรีวิลัย ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสังวาลย์ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงเรียนของน้องๆ ที่เข้าประกวดเรียนอยู่ได้มารับเงินจำนวนดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับจัดสรรเงินให้น้องๆ ได้กันเพียงปีละ 1 แสนบาท เป็นระยะเวลา 5 ปี เท่ากับว่าได้เงินรางวัลคนละ 5 แสนบาทจากทั้งหมด 10 ล้านบาท แล้วเงินที่เหลือหายไปไหน

ทันทีที่เรื่องดังกล่าวถูกเพจดัง แหม่มโพธิ์ดำ ช่วยนำเสนอข้อมูล และช่วยทวงถามความจริงต่างๆ จาก ผู้อำนวยการ จนกลายเป็นประเด็นสังคมที่ถูกวิจารณ์กันสนั่นโลกออนไลน์ รวมถึงน้องพิการทั้ง 8 คนยังได้ไปพูดความจริงเคล้าน้ำตาผ่านรายการ โหนกระแส ถึงสาเหตุของการต้องมาทวงเงินจำนวนดังกล่าว ว่าแต่ละคนนั้นมีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินในการรักษาตัว หรือนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต

โดยส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์น้องนักเรียนพิการ ได้บอกว่า ผอ.ให้ทางเลือกมา 2 ทาง คือ ถ้าจะเอาเงินเลยตอนนี้ได้ 2 แสนบาทแล้วจบกัน แต่ถ้าจะเอา 5 แสนบาท น้องๆ ต้องรอถึง 5 ปี ซึ่งจะได้ปีละ 1 แสนบาท
เต้-ทัศนัย บุญมี 1 ในน้อง 8 คน ซึ่งป่วยเป็นแผลกดทับต้องไปล้างแผลทุกวัน จนไม่มีเงินไปรักษา และต้องการเงิน 3 หมื่นบาทใช้ในการผ่าตัดใหญ่ เมื่อโทรไปขอเงินที่ ผอ. กลับโอนให้เพียง 15,000 บาทเท่านั้น โดยตลอดระยะเวลา 3 ปี ตั้งปี 57-59 ที่ผ่านมาน้องเต้ได้เงินเพียง 145,000บาท แทนที่จะได้ 300,000 แสนกว่าบาท

รวมถึงน้องบางคนยังได้เสนอขอเงิน2 แสนได้มั้ย? เพราะจะนำไปสร้างบ้านให้พ่อ ทุกวันนี้พ่อไม่มีบ้านอยู่ เพราะเขาบอกว่าจุดประสงค์ตอนไปแข่งเขาคิดเอาไว้แล้วว่า พ่อเขานั้นต้องมีบ้านอยู่แน่นอน แต่ทางโรงเรียนกลับไม่ให้เงินก้อนนั้นเขาไปสร้างบ้านเพื่อทำตามความฝัน ส่วนเงินที่เหลืออีก 3 แสนบาทที่เหลือก็ฝากไว้ที่โรงเรียน แต่แล้วก็ถูก ผอ. ปฏิเสธไม่ให้เงินอย่างไร้เยื่อใย

ขณะที่ พวงทอง ศรีวิลัย ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสังวาลย์ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านผู้สื่อข่าวเพื่อขอชี้แจงในประเด็นดังกล่าวว่า แรกเริ่มเดิมทีการนั่งรถวีลแชร์ของเด็กนักเรียนผู้พิการนั้นพอนั่งนานๆ จะมีแผลกดทับ เราจึงได้ให้เด็กออกกำลังกายในท่าทางต่างๆ และการเต้นประกอบจังหวะเสียงเพลง จนได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันในรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ปี 57

โดยทางโรงเรียนได้วางแผนจัดฝ่ายดูแลอาหาร ฝ่ายฝึกซ้อม ส่งเด็กเข้าแข่งขัน และได้รับความอนุเคราะห์ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ที่มีศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิฯ เป็นหัวเรือใหญ่ในการดูแล ในที่สุด เด็กๆ ก็ได้รางวัลที่ 1 ได้เงินรางวัล 10 ล้านบาท ซึ่งจะมีการหักภาษี 47% ทำให้เหลือเงินรางวัล 5.3 ล้านบาท

ทาง ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ จึงได้เรียกฝ่ายต่างๆ มาประชุม เพื่อทำเรื่องขอเป็นรูปแบบมูลนิธิเพื่อไม่ต้องเสียภาษี จนได้รับเงินเต็มจำนวน จากนั้นได้นำเงินทั้งหมดไปซื้อสลากออมสิน และกู้ออกมาจำนวน 9.5 ล้านบาท พร้อมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาซึ่งมีทั้งผู้บริหารโรงเรียน ผู้ปกครองของเด็ก วางแผนการดำเนินการกับเงินดังกล่าว โดยเพื่อให้ได้ประโยชน์ทั้งสามฝ่าย คือ ฝ่ายเด็กที่เข้าแข่งขันเอง, นักเรียนของโรงเรียน และคณะครูบุคลากรที่อยู่เบื้องหลัง กระทั่งมีมติจ่ายเงินให้เด็กที่เข้าแข่งขันปีละ 1 แสนบาทต่อคน เป็นเวลา 5 ปี ส่วนเงินที่เหลืออีก 8 ล้านบาทก็นำเข้ากองทุนสวัสดิการคณะครู และบุคลากรโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ ซึ่งตอนนี้มีรายได้สะสมรายปีล้านกว่าบาทแล้ว

“น้องที่ได้ไปให้ข่าวกับเพจดังกล่าว ตอนนี้ก็มีรายชื่ออยู่ในโรงเรียนด้วย แต่ญาติพี่น้องนำกลับไปเลี้ยงดูแลที่จังหวัดพิษณุโลก โดยตอนนี้เบิกเงินไปแล้ว 1.6 แสนบาท ทางโรงเรียนขอยืนยันว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ เรานำมาต่อยอดเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายสูงสุด และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน”

** ผอ.ไม่ผิด ศธ.หนุน “บริหารเงินดีมาก”

ล่าสุด พลโท โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ขณะเดินทางไปร่วมเปิดงาน “เปิดบ้านศรีสังวาลย์เชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2560 ” ที่โรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ ถึงกรณีดังกล่าว ว่า การที่ตนดูแลรับผิดชอบสอบสวนเรื่องเงิน 10 ล้านบาท ของโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ วันนี้ยุติแล้ว และต้องชื่นชมโรงเรียนด้วยที่บริหารเงินได้ดีมาก เพราะนำเงินไปฝากธนาคารเพื่อให้มีเงินจำนวน 10 ล้านบาทยังอยู่ และนำดอกเบี้ยปีละกว่า 1 ล้านบาท นำมาใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ต่อยอดต่อไปด้วย ในอนาคตกองทุนมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ก็ยังจะอยู่ต่อไป ประโยชน์จากเงิน 10 ล้านบาท ไม่ได้เกิดประโยชน์เพียงเด็ก 8 คน ที่ได้รับเงินไปบางส่วนแล้วนั้น ยังเกิดประโยชน์กับเด็กพิการคนอื่นๆ อีกด้วย และเด็กที่ได้รับรางวัลเองก็บอกแล้วว่ายินดีที่จะนำเงินไปช่วยเหลือเพื่อนๆ และญาติๆ ผู้พิการคนอื่นๆ ด้วย เพราะหากเด็กๆ 8 คน ไปรับเงินสดจากรายการ จะถูกหักภาษีไปจำนวนมาก แต่เมื่อเข้ามาสู่รูปแบบการกองทุนมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ จะได้รับเงินจำนวนเต็ม มีหักภาษีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“การตรวจสอบถือว่าสิ้นสุดแล้ว กรณีเงินจำนวน 10 ล้านบาทของโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่แห่งนี้ จากที่ผมได้ตรวจสอบเอกสารรายรับ - รายจ่ายทั้งหมด รวมทั้งบัญชีเงินฝาก ของเงินจำนวน 10 ล้านบาท มีที่มาที่ไปชัดเจน กลับไปผมก็จะนำเรื่องนี้ไปรายงานให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาท่านได้รับทราบทั้งหมด ไม่ต้องกลัวเรื่องทุจริตเพราะผมมีหน้าที่ปราบทุจริตโดยเฉพาะในกระทรวงศึกษาธิการ

เรื่องนี้เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ไม่เข้าใจกัน เมื่อฟังเด็กๆ ที่ได้รางวัลมาพูดให้ฟังก็เข้าใจตรงกันแล้ววันนี้ และขอให้เชื่อมั่นโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ที่จะดูแลบุตรหลานของทุกท่านให้มีความสุขในการเรียนต่อไป” พลโทโกศล กล่าวในการให้สัมภาษณ์

ด้าน ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสังวาลย์ กล่าวว่า วันนี้โล่งอกมาก เพราะปัญหาถือว่ายุติแล้ว จากที่โรงเรียนถูกกล่าวหาว่า อมเงินเด็ก โกงเงินเด็ก ทางโรงเรียนได้ชี้แจงปัญหานี้มาตลอด และวันนี้รู้สึกสบายใจขึ้นมากที่ได้ชี้แจงรายละเอียด

** ทนายดังยันเด็กมีสิทธิ์ได้เงิน 100 %

ฟากโลกออนไลน์ที่ได้ฟังการสัมภาษณ์ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาฯ ถึงกับรับไม่ได้และพร้อมใจกันออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างดุเด็ด เผ็ดร้อน

“ เงิน 10 ล้าน เอามาบริหารจัดการ กำไร มันมีแต่งอกเงย แล้วทำไมต้องตัดจบที่เด็กได้คนละแค่ 5 แสน ทั้งๆที่ เมื่อกำไรเกิดขึ้น เด็กต้องได้ส่วนปันผลนี้ต่อไปทุกๆ ปี จนกว่าจะครบคนละล้านสิ ”

“ เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะหากเด็กๆ 8 คนไปรับเงินสดจากรายการ จะถูกหักภาษีไปจำนวนมาก แต่เมื่อเข้ามาสู่รูปแบบการกองทุนมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ จะได้รับเงินจำนวนเต็ม มีหักภาษีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เงินสด8ล้าน ต่อให้หักภาษีมันก็ไม่ถึงล้านยังเหลืออีกเยอะ ส่วนที่บอกว่าจะเอามาทำกองทุนนั่นมันเป็นหน้าที่ของรัฐหรือภาคส่วนหรือเปล่า? หน้าที่ของเจ้าของเงินคือเขาจะช่วยบริจาคหากมีกองทุนเกิดขึ้นหรือหักเป็นสัดส่วนมากน้อยก็แล้วแต่จะตกลงกัน แต่ไม่ใช่ยึดเอาทั้งหมดแล้วมาแบ่งจ่ายเจ้าของเงิน ”

“เงินต้นสิบล้าน ดอกเบี้ยปีละล้านกว่า มันมีจริงเหรอครับปัจจุบัน”

“ผอ. คงจะโล่งใจที่ไม่มีใครเอาผิดได้ แต่เวรกรรมมีจริง จะทนอยู่ในสังคมได้นานแค่ไหนกัน เมื่อคนแถวนั้นเขารู้ถึงวีรกรรมโกงเงินเด็กคนพิการ ตรวจสอบเสร็จ มีชมกันอีก แหม่”

จากประเด็นร้อนนี้ผู้สื่อข่าว ผู้จัดการ Live ได้ต่อสายตรงถึง ทนายชมทรรศน์ สมบุตร ผู้เชี่ยวชาญและทนายความ เพื่อขอความรู้ในเรื่องกฎหมายต่อกรณีดังกล่าว ซึ่งทนายบอกว่า หากพูดกันในเรื่องของการถูกหักภาษีตามข่าวที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการไปรับเช็คในนามของมูลนิธิฯ ทำให้ไม่ถูกหักภาษี เนื่องจากได้รับการยกเว้น โดยตัวท่าน ผอ. ที่ไปรับเงินแทนนักเรียนมีสิทธิ์เพียง “เป็นผู้ถือครองสิทธิแทนนักเรียนพิการทั้ง 8 คนเท่านั้น อีกทั้งเงินยังคงเป็นของเด็กทั้งหมด ผอ.ไม่มีสิทธิ์อะไรใดๆ ในเงินส่วนนี้เลย

ข่าวที่ถูกนำเสนออยู่ในเวลานี้เงินจำนวนดังกล่าว ผอ. ได้นำไปซื้อสลากออมสิน ดังนั้นต้องมีการตรวจสอบอีกทีว่าหากการไปซื้อสลากฯ แล้วตัวสลากฯ เป็นชื่อของ ผอ. เองนั้นถือว่าผิด! แต่หากเป็นการซื้อสลากในนามของมูลนิธิฯ อันนี้ยังพอจะรับฟังกันได้

“ส่วนตัวมองว่าเด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเด็กที่เข้าประกวดด้วยตนเอง ดังนั้นเงินรางวัลควรจะต้องเป็นของเด็ก 100 % และจะดีกว่านี้ถ้าทางกระทรวงศึกษาธิการควรที่จะเข้าไปสอบสวนและนำข้อเท็จจริต่างๆ ออกมาเปิดเผย เนื่องจากเวลานี้มีแค่เพียงที่ปรึกษา รมว.ศึกษาฯ เท่านั้นที่ออกมาให้ข่าว แต่เอกสารหรือว่าตัวหลักฐานต่างๆ ยังไม่ถูกออกมานำเสนอ เป็นเพียงแค่การสรุปข้อมูลเท่านั้น ซึ่งหลักฐานทุกคนยังไม่เห็นว่าเป็นอย่างไร”


กำลังโหลดความคิดเห็น...