xs
xsm
sm
md
lg

คนญี่ปุ่นจนหรือขี้เหนียวที่ต้องเลี่ยงภาษีอาหารเล็กๆ น้อยๆ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สวัสดีครับผม Mr.Leon มาแล้ว  หลังจากไต้ฝุ่นหมายเลข 19 (hagibis ) ผ่านพ้นไปก็สร้างความเสียหายมากมายแต่ก็ทำให้ได้เห็นวิธีการจัดการของรัฐบาลญี่ปุ่นในหลายๆ เรื่อง แล้วผมจะค่อยๆ เอามาเล่านะครับ  แต่จากเรื่องการขึ้นภาษีบริโภคของญี่ปุ่นที่ผ่านมานั้น เมื่อพูดถึงเรื่องนโยบายและผู้ปฏิบัติตามนโยบาย จากกรณีนี้หลายคนจะนึกถึงคำนี้ครับ "上有政策、下有対策 เป็นวลีที่มีรากศัพท์มาจากจีน  แปลความได้ว่า หน่วยงานระดับสูงเป็นผู้สร้างนโยบาย คนท้องถิ่นระดับล่างหาวิธีการในการดำเนินการต่อนโยบายนั้น "

ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่าการ์ตูนมังงะเรื่อง 闇金ウシジマくんUshijima the Loan Shark ซึ่งเป็นหนังสือการ์ตูนมังงะที่เขียนมายาวนานกว่า 15 ปีโดย 真鍋昌平先生 Shohei Manabe แต่ตอนนี้การ์ตูนเรื่องนี้เขียนจบเรื่องแล้วนะครับ   และเมื่อพูดถึงรูปแบบการนำเสนอก็มีการสื่อสารและนำเสนอที่เปลี่ยนแปลงไป  กาลเวลาผ่านมาแค่ 10 ปีเท่านั้นสิ่งต่างๆ ก็มีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น รูปแบบของการ์ตูนจากการนำเสนอ แบบฉบับเป็นเล่ม แผ่นกระดาษ เปลี่ยนเป็นการนำเสนอเรื่องราวผ่านทางช่องทางอินเตอร์เน็ต/โซเซียลมีเดีย  อ่านการ์ตูนในรูปแบบของออนไลน์แทน  หรือรูปแบบการทำงานก็เปลี่ยนไปหลายอย่างจากการที่ทำงานด้วยแรงงานคนก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเป็นการทำงานด้วยโปรแกรมหุ่นยนต์หรือว่า Robot และเอไอมากขึ้น  ตอนนี้เราใช้ชีวิตอยู่กับการคุยกับเพื่อนคบกับเพื่อนกันผ่านทางโซเชียลมีเดีย (Social Media) ต่างๆ ถ้ามองให้เป็นสิ่งที่ดีก็คือมีแฟนคลับทางโลกออนไลน์เพิ่มมากขึ้นสำหรับผู้ที่มีอาชีพเป็นนักเขียนหรือว่าผู้ที่เป็นศิลปิน

อย่างเช่นเมื่อการ์ตูนเรื่อง Ushijima เมื่อมีการโพสต์ผ่านทางรูปแบบของออนไลน์หรืออินเตอร์เน็ตก็ทำให้รู้ว่าผู้อ่านจากหลายแหล่งต่างๆ นั้นชอบซีนไหน รูปแบบไหน หรือประทับใจเรื่องใด อีกอย่างการ์ตูนเรื่องนี้มีลายเส้นที่สวย สื่อออกมาเหมือนมีชีวิตจริง การใช้ลายเส้นเล่าเรื่องและสามารถทำให้คนเหมือนมีชีวิตจิตใจและทำให้คนอ่านคล้อยตามไปกับเรื่องได้ง่าย พอรู้ว่าคนทั่วไปชอบซีนไหนเค้าก็จะพูดถึงรายละเอียดของซีนนั้นเป็นกลุ่มๆ ซึ่งบางคนก็ลืมไปแล้วว่ามีบางซีนที่พูดถึงอยู่ แต่ว่าพออ่านตรงนี้ขึ้นมาก็สามารถที่จะย้อนกลับไปหาข้อมูลได้    แต่กลับกันการ์ตูนบางเรื่องที่สร้างตัวละครให้ดูโอเวอร์สวยหรูดูดีเกินมนุษย์ปถุชนมากเกินไปเกิน  เกินไปกว่าเรื่องที่น่าจะเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันจะทำให้คนเรามองเห็นภาพไม่ได้และไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่นสร้างให้ตัวละครเป็นบุคคลที่เว่อร์หล่อรวยสามารถที่จะเจอผู้หญิงและนอนกับนางได้ในทุกที่ที่เค้าอยากไป ซึ่งความเป็นจริงแล้วมันเป็นไปได้ยาก

เรื่อง Ushijima the Loan Shark จะมีเนื้อหาที่สื่อให้เห็นถึงมุมมืดต่างๆ สะท้อนสังคมด้านมืดของญี่ปุ่นออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน  ตีแผ่สังคมด้านมืด  สันดานคน เพื่อน  การงานและความสัมพันธ์หลายอย่าง  คือตีแผ่สังคมจริงๆ เลยทีเดียว  เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเอกของเรื่องที่เปิดบริษัทปล่อยเงินกู้นอกระบบชื่อカウカウファイナンスcow cow finance โดยต้องเจอกับลูกหนี้สารพัดรูปแบบแล้วเขาต้องรับมือกับลูกนี้ที่คิดจะเบี้ยวเงินกู้ ตีแผ่สังคมด้านมืดจริงแบบไม่กลัวใคร ทั้งเรื่องการกู้นอกระบบ  หมอนวด โฮสต์ การเล่นพนัน  เรื่องค้ายา  มันเป็นเรื่องดาร์กมาก  การ์ตูนเรื่องนี้ต้องการสอนให้ส่งเสริมการทำความดี ประนามการทำความชั่ว คือถ้าทำดีได้ดีตามมาถ้าทำชั่วความชั่วตามมา  เนื้อหาที่ตีแผ่ในสังคมนั้นก็สะท้อนมาจากชีวิตจริงหลายๆ เรื่อง ที่เกิดขึ้นในสังคมญี่ปุ่น เช่น

■การพนัน  ที่ฮิตสุดๆ ในญี่ปุ่นอย่างปาจิงโกะパチンコPachinko คนที่เล่นจนติดก็จะทิ้งบ้านทิ้งลูกทิ้งเมียหมกตัวอยู่ที่ร้านติดงอมแงมบางคนเป็นหนี้เป็นสินก็ต้องไปกู้นอกระบบเป็นวงจรเถื่อนต่อไป
 
■สาวญี่ปุ่นที่ขายตัวเพื่อหาเงินซื้อของแบรนด์เนมและใช้ชีวิตแบบฟุ้งเฟ้อ
 
■ปัญหาการใช้สารกระตุ้นประสาทและยาเสพติดการค้ายาก็มีอยู่
 
■ปัญหาสลัมในญี่ปุ่นและปัญหาคนไร้บ้าน

อย่างที่บอกว่า cow cow finance นั้นเขามีอาชีพปล่อยเงินกู้นอกระบบด้วยเงื่อนไขที่เรียกได้ว่า เอาเปรียบมากๆ และใครส่งไม่ทันมีสิทธิ์โดนดอกเบี้ยบานทบต้นทบดอก โดนยึดบ้านยึดรถหมดตัว  และมีพวกยากุซ่ารับทวงเงินลูกหนี้ และช่วยสนับสนุนและคอยคุ้มกันเรื่องต่างๆ ให้ด้วย นี่แหละวงจรหนึ่งในสังคมญี่ปุ่น และคนละดับปุถุชนทั่วไปที่บางคนมองว่าเป็นชนชั้นล่างและคนขายแรงงาน
 
การนำเสนอเรื่องราวแบบ Ushijima นี้คนญี่ปุ่นจะชอบอ่านเรื่องที่มันดาร์กและตรงกับชีวิตจริงทำให้เข้าถึงชีวิตจริงถ้าเขียนเรื่องที่เพ้อฝันมากเกินไป มันไม่มีอารมณ์ร่วมในนั้นอย่างเช่น เรื่องที่เกี่ยวกับแท็กซี่ซีนหนึ่งใน Ushijima ก็คือ  สมัยนี้คนที่จบใหม่อายุ 20 กว่าปี หางานยากมาก ตัวเองในซีนนี้ก็ไปสมัครงานที่บริษัทขับรถแท็กซี่ ซึ่งจริงๆ แล้วคนที่จบออกมาไม่มีใครอยากทำงานในลักษณะนี้  เมื่อเขาได้เข้าไปทำงานแม้ว่าจะไม่ค่อยพอใจนักแต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะว่าจะต้องหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง  วันที่เค้าไปทำงานวันแรกก็มีการจัดเลี้ยงต้อนรับน้องใหม่ซึ่งปกติแล้วการจัดเลี้ยงนี้ให้แย่ที่สุดก็คงจะต้องเป็นร้านเล็กๆแต่ในวันนั้นทีมพี่ๆ แท็กซี่พาเค้าไปซื้อปลาหมึกแห้งกับเบียร์ในซุปเปอร์มาเก็ตที่ขายให้คนระดับหาเช้ากินค่ำ  และนั่งกินกันบนกล่องหน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นนั่นเอง  ซึ่งแค่สภาพแบบนี้เค้าก็รู้สึกว่าเค้าต้องมาอยู่ในสภาพแวดล้อมและเพื่อนๆ แบบนี้จริงๆ หรอเค้ารับได้จริงหรือเปล่า  และยังไม่ทันไรพี่พี่ที่นั่งก็จะรู้สึกบ่นเจ็บเอวเจ็บก้นเพราะว่าทำงานแท็กซี่ก็จะเป็นโรคที่เกี่ยวกับทวารหนัก หรือเป็นโรคริดสีดวงทวาร  เมื่อเค้าเห็นเช่นนั้นเค้าก็รับไม่ได้มากๆ วิ่งออกมาจากวงและบอกกับตัวเองว่าฉันทำงานแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ

แต่ว่าก็ช่วยไม่ได้เพราะว่ามานึกอีกทีคือ เค้ามีภรรยาแล้วและก็เพิ่งซื้อบ้านถ้าไม่มีงานทำก็จะไม่มีเงินใช้ชีวิตประจำวันและส่งเงินกู้ ส่งค่าบ้าน   มาทำงานไปได้สักระยะหนึ่งก็มีรุ่นพี่คนหนึ่งที่มีเข้ากันได้และดีต่อกันเพราะว่าคนขับแท็กซี่คนอื่นก็มักจะใช้เงินไม่พอแล้วก็ต้องไปกู้ยืมที่ cow cow finance  แต่ว่าพี่คนนี้ก็จะสอนเขาว่าอย่าไปยืมเงินอย่าไปกู้เงินให้พยายามใช้เงินให้เป็นประโยชน์แล้วต่อจากนั้นสองคนก็เริ่มที่จะมีงานปาร์ตี้โดยการซื้อเบียร์และซื้อปลาหมึกแห้งมานั่งกินกันสองคนอยู่บ่อยๆ จนกลายเป็นชีวิตที่ไม่อยู่ในสภาพแบบนี้นี่คือเรื่องที่จะนำเข้าในส่วนของวลีที่พูดไปเมื่อกี้คือ  上有政策、下有対策  ซึ่งสิ่งนี้เป็นในโยบายที่คนเบื้องบนสร้างมาแต่ทำให้คนที่อยู่เบื้องล่างจะต้องหามาตรการรองรับชีวิตของตัวเอง เช่น เรื่องของภาษีที่เคยเล่าไปเมื่ออาทิตย์ก่อนโน้นนะครับว่าทำให้คนญี่ปุ่นเกิดความสับสนและต้องใช้ชีวิตกันทียากลำบากมากขึ้นตอนนี้สภาพแวดล้อมต่างๆ ที่อ่านมาจากในส่วนของสื่อสังคมอะไรที่คนแชร์กันเกิดอะไรขึ้นบ้างอาทิเช่น
 
▲ในฟู้ดคอร์ทต่างๆ ก็จะไม่ค่อยมีคนไปนั่งกินอาหารกันกลายเป็นฟู้ดคอร์ทร้างไปหลายแห่งเลย
 
▲บางคนก็สั่งอาหารจากฟู้ดคอร์ทแต่ไม่ได้ทานที่ร้านเพราะว่าถ้าทานที่ร้านก็จะเสียภาษีเพิ่มขึ้นอีก2% เพราะฉะนั้นเพราะสั่งอาหารแล้วเดินออกนอกร้านไปปุ๊บก็ถืออาหารแบบกินไปเดินไปด้านนอกตามทางตามถนนแล้วก็บางคนเริ่มนิสัยแย่ขึ้นก็คือทิ้งเศษขยะทำให้เศษขยะมากขึ้นเครื่องห่ออาหารหรืออุปกรณ์แพ็คเก็จก็ใช้มากขึ้นขยะมากขึ้น
 
▲คนก็สั่งที่ร้านแบบเช็คเอาท์พอได้ของมาแล้วก็นั่งกินหน้าร้านนั่นแหละ ถือว่าคุณซื้ออาหารที่ร้านค้าสะดวกซื้อหรือหรือร้านค้าอื่นๆและกินที่มุมในร้านหรือยืนกินหน้าร้านกลายเป็นสภาพที่ไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่เลยทำให้เกิดคำขึ้นมาใหม่ตอนนี้ก็คือเรื่องคำว่า eat in Datsuzei (イートイン脱税) คือเป็นคำสแลงครับเหมือนกับคำว่าหนีภาษีตอนแรกคำเนี่ยถ้าเป็นภาษาญี่ปุ่นผมยังนึกว่าเป็นการหนีภาษีที่แบบมีมูลค่ามหาศาลพวกคนที่ทำธุรกิจใหญ่ๆ แต่กลายเป็นว่าเป็นการเลี่ยงการเสียภาษีอาหารเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งรู้สึกยังไงไม่รู้เหมือคนขี้เหนียวมากเป็นความรู้สึกของโซนสีเทาแต่คนที่ยืนกินข้างนอกไม่ได้ถูกจับกุมและไม่ใช่อาชญากรรมของการฉ้อโกงอะไร

และกลายเป็นว่ามีอาชีพใหม่เกิดขึ้นคือมีคนคอยแอบถ่ายรูปคนที่กินอาหารหน้าร้านและคอยบอกคนที่ร้านด้วยก็เรียกกันว่า justice man 正義マン(Seigi man)

แต่ที่จริงแล้วรัฐบาลเองก็ไม่ได้ห้ามแถมสนับสนุนให้ซื้อแบบถือกลับบ้านแต่อาจจะทานหน้าร้านหรืออะไรก็ว่าไป บอกให้หาที่นั่งกินอยู่แถวนั้นแหละจะได้ถูกลง แต่ว่าถ้าไม่ออกนโยบายขึ้นภาษีตั้งแต่แรกจะดีกว่าหรือเปล่า อันนี้มีหลายคนสงสัยมา!! ผมไม่ทราบว่าการซื้อแล้วหาที่นั่งกินตามหน้าร้านมันจะเป็นเรื่องมารยาทที่ควรปฏิบัติหรือไม่ควรปฏิบัติหรือไม่อย่างไร   ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลของประเทศพูดไปเมื่อสักครู่นี้ผมก็เห็นด้วยอยู่นะครับ นอกจากนั้นคนจะทำแบบนี้หรือไม่ทำก็แล้วแต่คน แต่ว่าการที่ภาษีขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงที่ถูกกำหนดนโยบายมาแล้ว แค่ผลสะท้อนของตรงนี้มันทำให้เห็นว่าสังคมบางส่วนของญี่ปุ่นมีความเสื่อมลง แล้วก็เศรษฐกิจก็แย่ลง
 
▲และนอกจากนั้นทำให้ธุรกิจเล็กๆ ในน้อยหรือร้านขายอาหารเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำเคยทำอยู่ต้องปิดตัวลงไปหลายแห่งมากซึ่งรู้สึกเสียใจมาก

▲แล้วบางซุปเปอร์มาร์เก็ตก็เอาสถานที่ที่สำหรับนั่งกินภายในออกเพราะว่าไม่อยากจะทำเรื่องการเสียภาษีหลายระบบแต่ว่าสถานที่เหล่านั้น ที่จริงเแล้วเป็นสถานที่ที่คนแก่คนท้องหรือว่าผู้ที่มาซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตสามารถที่จะนั่งพักได้ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าไม่มีแล้วก็เป็นเรื่องที่แย่ลงไปเหมือนกัน
 
ที่จริงแล้วก็มีหลายคนที่พูดว่าระบบการขึ้นภาษีแบบนี้สร้างความสับสนวุ่นวายและทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันหลายฝ่ายเหมือนกันแต่ว่าเป็นนโยบายที่ตัดสินมาจากรัฐบาลแล้ว ทุกคนก็ต้องหาวิธีการในการดำเนินการต่อนโยบายนั้นตามแนวทางของตน จะนั่งทานหน้าร้านก็ไม่มีใครว่าอะไรนะครับ (●´ω`●) เล่าสูกันฟังครับ วันนี้สวัสดีครับ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...