xs
xsm
sm
md
lg

ฆาตกรรม(ไม่)ต่อเนื่อง-ใครฆ่าใคร ตอนที่ 7 นักการเมืองผู้คลั่งไคล้นิยายนักสืบ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

จากบทประพันธ์ของ Ango Sakaguchi (1906-1955)
ปรมาจารย์แห่งความลึกลับของฆาตกรรมปริศนา
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์

สงครามเพิ่งสงบ สังคมนครหลวงสมัยโชวะพยายามดิ้นรนกลับสู่ยุคทองในอดีตที่ไม่ใช่ว่าไกลโพ้น
ไม่เคยมีเสียดีกว่า ต้องสูญเสียไปแล้วอยากได้คืน...

คุณทามาโอะถูกรัดคอตายด้วยสายไฟเตารีดสองรอบ และเตารีดนั้นตามปกติวางอยู่บนชั้นในห้องของนางเอง

ตำรวจสันนิษฐานว่าฆาตกรลงมือฆ่าระหว่างเที่ยงคืนถึงตีสอง และเนื่องจากผู้ตายนอนหลับไม่ได้สติเพราะความเมามายจึงไม่ปรากฏว่ามีการต่อสู้ขัดขืนเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังไม่มีร่องรอยการข่มขืน ผ้าห่มคลุมขึ้นมาถึงหน้าอกเรียบร้อยเหมือนกำลังนอนหลับ มุ้งก็ขึงกางอยู่ตามเดิม และห้องทั้งห้องไม่ได้ถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย สิ่งที่แปลกไปตามคำให้การของสาวใช้คือโคมไฟข้างหมอนที่หล่อนเห็นนายสาวเปิดเอาไว้ตอนนอนเป็นประจำนั้นถูกปิดมืด และอีกอย่างหนึ่ง

สาวใช้ผู้รอบคอบเห็นนายสาวเมามากและอาเจียนไม่หยุดก่อนจะหลับพับไป จึงกระดาษหนังสือพิมพ์มาปูที่ข้างหมอนวางอ่างล้างหน้าและถาดใส่กากับถ้วยน้ำเอาไว้ให้เผื่อจะลุกขึ้นมาอาเจียนอีกกลางดึก แต่ตำรวจที่มาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบว่าน้ำในกาและในแก้วน้ำมีผงมอร์ฟีนผสมอยู่

นักสืบจมูกมดเป็นคนสังเกตเห็นผงขาว ๆ เกลื่อนอยู่บนถาดเล็กน้อย และเมื่อยกถ้วยขึ้นส่องดูก็พบผงขาวตกตะกอนอยู่ จึงเรียกสาวใช้ โทมิโอกะ ยาเอะ อายุราว 26 ปี สาวบ้านนอกหน้ากลมน่ารักมาสอบถามอีกครั้ง

“น้ำในถ้วยนี้เป็นน้ำเกลือรึ”

“อ๋อ ไม่ใช่ค่ะ น้ำบริสุทธิ์”

หล่อนเล่าว่าเห็นนายสาวอาเจียนหนักมากก็เลยวิ่งไปหยิบอ่างล้างหน้าเข้ามาก่อน หลังจากนั้นจึงไปทำน้ำเกลือใส่กามาให้ล้างปากกลั้วคอ คุณทามาโอะกลั้วคอได้ครั้งเดียวรู้ว่าเป็นน้ำเกลือก็ไม่เอา หล่อนจึงไปเปลี่ยนเป็นน้ำบริสุทธิ์มาให้

หลังจากนั้นก็เอากากับถ้วยน้ำกลับไปล้างและเติมน้ำบริสุทธิ์ใส่กามาวางไว้ให้ที่ข้างหมอน หลังจากนั้นจึงไปเอาถังน้ำกับผ้าขี้ริ้วมาเช็ดพื้นที่นายสาวอาเจียนเรี่ยราดเอาไว้จนสะอาด ตอนนั้นเองที่ยาเอะสาวใช้เข้าไปรายงานที่ห้องใหญ่ว่า
“คุณนายเจ้าคะ คุณหนูอาเจียนใหญ่เลย ท่าทางจะไม่สบายเอามาก ๆ บอกให้ช่วยเชิญคุณหมอ” แล้วถูกหมอเอบิสึกะตะเพิดเอาว่า “บ้ารึเปล่า เรียกหมอไปรักษาคนเมาเหล้า เป็นเจ้าหญิงมาจากไหนรึ ไปบอกโคโตมิ แม่นางพยาบาลคนนั้น ซิ” หล่อนทำอะไรไม่ถูกจึงขอให้โคโตมินางพยาบาลเข้าไปรับหน้าแทน อาการคลื่นไส้วิงเวียนของคุณทามาโอะดูค่อยยังชั่วขึ้นหลังจากอาเจียนออกมามากมาย นางพยาบาลมาถึงเห็นอาเจียนเต็มอ่างก็บอกให้เอาใบใหม่มาเปลี่ยน หล่อนจึงทำตามสั่งแล้วเอากระดาษหนังสือพิมพ์มาปูวางอ่างและอะไรอื่น ๆ อย่างที่เห็น

หลังจากนั้นคุณทามาโอะก็แทบไม่ได้อาเจียนอีก ในอ่างจึงมีน้ำย่อยเหลือติดก้นอยู่

“คุณทามาโอะกลั้วคอด้วยน้ำบริสุทธิ์ใช่ไหม”

“เอ...” สาวใช้ตอบไม่ถูก หันหน้าหันหลังทำหน้าราวกับจะร้องไห้

“ผงขาว ๆ นี่มีอยู่ตั้งแต่ตอนที่เธอเอาถาดเข้ามาที่นี่แล้วใช่หรือเปล่า”
พอถูกคาดคั้นสาวใช้ก็แทบจะปล่อยโฮออกมาจริง ๆ หน้าแดงเรื่อขณะสั่นศีรษะบอกเสียงเครือว่าไม่รู้ว่ามีหรือไม่มี ท่าทีของหล่อนมีแต่หวั่นวิตกอย่างเดียว ไม่พยายามคิดทบทวนความจำหรือออกความเห็นอะไรทั้งนั้น สงสัยจะไม่ได้เรื่อง แต่แล้ว อยู่ ๆ หล่อนก็เงยหน้าขึ้นบอกว่า

“แต่ว่าตอนที่ดิฉันออกไปจากห้อง มีน้ำอยู่ค่อนแก้วนะเจ้าคะ"

ตำรวจส่งกากับแก้วน้ำไปตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงในวันรุ่งขึ้นว่า เคยมีน้ำอยู่ค่อนแก้วจริงดังคำให้การของสาวใช้และพบมอร์ฟีนอยู่ในน้ำ

โคโตมินางพยาบาลให้การว่าหล่อนช่วยลูบหลังเท่านั้นไม่ได้บำบัดรักษาอะไรเป็นพิเศษ และเห็นว่าเป็นอาการคลื่นไส้เพราะเมาสุราจึงไม่ได้ให้กินยาอะไร ที่แปลกก็คือผลจากการผ่าศพชัณสูตรแล้วไม่พบมอร์ฟีนในกระเพาะอาหาร และไม่พบในอาเจียนด้วย

ตอนที่นายวานิถูกฆ่า ผมเกลียดขี้หน้าเขาเป็นทุนอยู่แล้วจึงไม่ได้คิดอย่างอื่นนอกจากสมน้ำหน้า ตอนดูศพถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องเพราะกลัวว่าจะไม่ได้ตายจริงแค่แกล้งตบตาพวกเรา คิดว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่รู้สึก เพราะมองหน้าคนโดยรอบแล้วดูเหมือนจะสะใจกันทั้งนั้นว่าคนอย่างนายวานิตายเสียได้ก็ดี

นอกจากจากนิสัยในคอที่ศรศิลป์ไม่กินกันแล้ว ผมกับนายวานิก็ไม่มีอะไรกันเมื่อพูดในแง่ของการเป็นนักประพันธ์ แม้จะเขียนคนละแนวและมีความคิดเชิงวรรณศิลป์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง อะไรที่ผมว่าไม่ดีนายวานิจะชมเชย เป็นธรรมดาที่ต้องแข่งขันกันกันบ้างแต่ก็ไม่มีใครดีกว่าใครจนถึงขั้นต้องอิจฉาริษยา บางครั้งผมยังอดยกย่องเขาไม่ได้ในฐานะที่เป็นนักวิจารณ์วรรณกรรมที่ฝีปากคมคายไม่น้อยเลย

แต่กรณีของนายทังโงะกับนายวานิไม่ใช่อย่างนั้น ทั้งสองคนมีความสามารถในการประพันธ์พอ ๆ กัน ซ้ำยังมีแนวคิดเดียวกัน มองโลกและมนุษย์จากมุมมองเดียวกันอีกด้วย จึงรู้สึกว่าจะชิงดีชิงเด่นกันอยู่ตลอด และความที่นายวานิมีลีลาการตวัดปลายปากกาที่อาจหาญคมเฉียบเป็นที่นิยมในบรรดานักอ่านมากกว่า นายทังโงะจึงต้องแอบริษยาอยู่เงียบ ๆ แม้ภายนอกจะดูมีไมตรีต่อกัน

นายทังโงะและนายวานิต่างก็หมายปองนางกันทั้งสองคน

คุณทามาโอะเข้าใจเรื่องนี้ดี ความที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยจนเสียเด็กและโตขึ้นมาเป็นคนเอาใจตัวเองอย่างฉกาจฉกรรจ์ พอเห็นนายทังโงะถูกปราบด้วยฝีมือการประพันธ์ที่เหนือกว่าเธอก็ยิ่งแกล้งทำตัวเป็นปัญหาให้นายนั่นทุกข์ทรมานกับปมด้อยยิ่งขึ้นไปด้วย นายทังโงะตามปกติจะวางท่าเคร่งขรึมเยือกเย็น แต่จริง ๆ แล้วผมรู้และคุณทามาโอะเองก็คงรู้ว่าเขาต้องทรมานเหมือนหัวใจถูกทิ่มแทงอยู่ตลอดเวลาเพียงไร ดูกันเองก็แล้วกันว่านางใจร้ายขนาดไหน

ตอนที่นายวานิตายผมรู้สึกอยากยกแก้วสาเกขึ้นดื่มฉลอง แทบจะไม่ได้สนใจว่านั่นเป็นคดีฆาตกรรมหรือใครคือฆาตกรก็ว่าได้ ผมเพิ่งมารู้สึกว่าตนกำลังเผชิญอยู่กับคดีฆาตกรรมเอาวันนี้เองเมื่อคุณทามาโอะถูกฆ่า และเริ่มคิดทบทวนถึงจดหมายของคาซุมะและบรรดาแขกที่ได้รับเชิญมาที่คฤหาสน์บนภูเขาแห่งนี้

ยามค่ำคืนในภูเขาลึกอากาศเย็นเยียบแม้ในชาวงกลางฤดูร้อนอย่างตอนนี้ จึงเป็นธรรมดาที่คนนอนห้องญี่ปุ่นจะต้องปิดประตูกันฝนกันลมอีกชั้นหนึ่ง ห้องนอนของคุณทามาโอะก็ปิดหน้าต่างใส่กลอนเรียบร้อยเช่นกัน แม้ในบ้านนอกจะไม่ค่อยกวดขันเรื่องปิดหน้าต่างหน้าประตูกันสักเท่าไร

ห้องนอนของคุณทามาโอะอยู่ในตำแหน่งที่ใครก็ตามจากตึกฝรั่งที่เราทุกคนพักอยู่และคนที่เรือนใหญ่สามารถเข้าไปได้โดยไม่มีใครรู้เห็น ยิ่งกว่านั้นในสวนยังมีน้ำตกอยู่ถึงสองแห่ง แห่งแรกสูงราวสามเมตร แต่อีกแห่งหนึ่งสูงถึงราวหกสิบฟุตน้ำตกแรงมากลดหลั่นลงมาสามชั้น ตกดึกเสียงน้ำดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ ดังขนาดที่หากมีใครยิงปืนก็จะไม่ได้ยิน เรือนใหญ่อยู่ด้านใต้ของน้ำตกนี้พอดีจึงรับเสียงเต็ม ๆ ส่วนที่เรือนฝรั่งใครนอนห้องด้านใต้ก็ไม่เท่าไรนัก ผมนอนห้องด้านเหนือจึงเป็นปัญหากับเสียงน้ำตกอยู่เนือง ๆ

นักประพันธ์อย่างเราเรียกได้ว่าเป็นนักจิตวิเคราะห์จำพวกหนึ่ง บทจะคิดวินิจฉัยคดีอะไรขึ้นมาก็มักจะมองคนนั้นคนนี้เป็นคนร้ายไปเสียหมด และในที่สุดก็สรุปไม่ได้ว่าอะไรเป็นอะไร

กำลังคิดดีใจว่าโกลาหลอลหม่านกันอย่างนี้ คงไม่ต้องไปตามนัดของท่านอุตางาวะ ทามอนที่บอกให้ไปหาหลังอาหารเช้าละมัง แต่ที่ไหนได้แม่ชิซุเอะเดินตัวลีบเข้ามาบอกว่า ถ้าไม่มีอะไรที่นี่แล้วท่านขอเชิญไปที่เรือนใหญ่

“ตกใจมากไหมแม่ชิซุเอะ ไม่นึกเลยว่าจะเกิดเรื่องอย่างนี้กับคุณหนู”

“เจ้าค่ะ”

แม่ชิซุเอะเงยหน้างามจิ้มลิ้มพริ้มเพราขึ้นมาสบตากับผม ดวงตากลมแป๋วของเจ้าหล่อนมีแววฉลาดเฉลียวและสงบราบเรียบราวกับคิดแต่เรื่องสวยงามและถูกต้องอยู่ตลอดเวลา

แล้วจะให้ผมเชื่อรึว่าเด็กสาวงดงามน่าเอ็นดูคนนี้เป็นนางบำเรอของท่านผู้เฒ่าทามอนจริงอย่างที่โอเคียวบอกว่าเขาลือกันอย่างนั้นรึ รูปร่างเจ้าหล่อนก็ยังดูเป็นเด็กสาวผู้ไม่ประสีประสาอยู่เลย

“ท่านทามอนคงจะตกใจแทบสิ้นสติเลยทีเดียวใช่ไหม”

“ไม่หรอกเจ้าค่ะ ดิฉันเห็นท่านสงบจิตสงบใจได้แล้วและตอนนี้ก็ปกติดีอยู่”

ผมกับเคียวโกะพากันไปที่เรือนใหญ่ และก็พบกับท่านทามอนอย่างที่เคยเห็นตามปกติจริงดังว่า ท่านผู้เฒ่าไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวเราโดยเฉพาะผมที่ไปแย่งชิงเคียวมาจากท่าน คิดดูอีกทีมีแต่ผมเองที่สำนึกผิดและทุกทรมานมาตลอด ขณะที่ท่านไม่ได้สะดุ้งสะเทือน นี่ละมังที่เขาเรียกว่าชนชั้นวีรบุรุษชาติทหาร

ท่านทามอนทักเราด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสไม่แสดงความเคลือบแคลงใจใด ๆ

“อ้อ อ้อ มากันแล้ว พอรู้ว่าคุณสองคนขึ้นมาที่นี่ฉันก็ตั้งใจจะออกไปพบ แต่เกิดเป็นหวัดแถมยังปวดท้องอีก คนไม่มีงานการอะไรทำได้แต่เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านมันก็เป็นอย่างนี้แหละ อะไรนิดก็เจ็บอะไรหน่อยก็ป่วย ความจริงตอนเกิดเรื่องฉันก็โกรธคุณนะ แต่ตอนนี้ไม่แล้วดีใจเสียอีกที่ได้มาเจอกันอย่างนี้ ทั้งหมดนั่นมันเกิดจากความเอาแต่ใจของฉันอย่างเดียวเท่านั้น”

ท่านผู้เฒ่าดูอารมณ์ดี ผมไม่สู้เข้าใจนักว่าคนที่มีลูกแค่สองคนและเพิ่งรู้ว่าเสียลูกคนหนึ่งไปเมื่อไม่กี่นาทีมานี้จะสะกดสติอารมณ์อย่างไรจึงได้ราบคาบอย่างไม่ทำให้คู่สนทนารู้สึกว่ามีอะไรแฝงอยู่ในใจ เห็นแล้วก็อดทึ่งในบุคลิกความเป็นผู้นำของท่านผู้นี้ไม่ได้

“เหตุการณ์วันนี้เกิดขึ้นอย่างกระทันหันไม่มีใครคาดฝัน ท่านจะต้องเสียใจและสะเทือนใจมาก”

“ก็ไม่มีอะไร” ท่านผู้เฒ่าพูดไปตามทำนองของการสนทนามากว่าจะเป็นการปฏิเสธจริงจัง สีหน้าแสดงแววลำบากใจ นิด ๆ เมื่อกล่าวต่อไปว่า

“ฉันอาจเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้ก็ได้ เพราะฉันเป็นคนแบบนี้ลูกถึงได้นิสัยแปลก ๆ ไม่เหมือนคนอื่นเขา ช่วยไม่ได้นะ แต่สำหรับฉันยังมีอะไรที่คิดไม่ตกอยู่อย่างหนึ่ง” พูดมาได้เท่านี้ท่านทามอนก็หยุด แล้วทำหน้าแจ่มใสตามเดิม

“ไม่มีอะไร อย่าเอาเรื่องที่ฉันพูดไปคิดให้เป็นอารมณ์เลย ฉันมันคนว่างงาน “
[ตัวละครในเรื่องและความสัมพันธ์ระหว่างกัน]
เอบิสึกะหมอขาเป๋ ลูกญาติห่าง ๆ ที่นายอุตางาวะผู้อุปถัมภ์ให้เรียนหอมและมาประจำอยู่ที่หมู่บ้าน
โมโรอิ โคโตมิ นางพยาบาล
อายากะ ภรรยาคนปัจจุบันของคาซุมะ
อากิโกะ นักประพันธ์สตรีอดีตภรรยาของอุตางาวะ คาซุมะ ปัจจุบันอยู่กับ มิยาเกะ โมคุเบ
ชิงุซะ หญิงขี้ริ้วลูกพี่ลูกน้องของคาซุมะ
ทามาโอะ น้องสาวคาซุมะ
โคโจ ดาราสาว ภรรยาของ (โคโรกุ) ฮิโตมิ นักเขียนบทละคร
แขกของทามาโอะ - วานิ -ทังโงะ -อุสึมิ กวีหลังค่อม
ปิก้า จิตรกรอดีตสามีของอายากะ (ถูกเรียกว่า)
ดอกเตอร์โคเซ นักสืบอัจฉริยะ
สึโบตะ เฮคิชิ เจ้าของร้านสึโบเฮที่นิฮนบาชิอดีตพ่อครัวของตระกูลอุตางาวะ
ผม ยาชิโระ ซุนเป คนเล่าเรื่อง ภรรยาชื่อเคียวโกะ เคยเป็นเมียน้อยนายอุตางาวะ ทามอน บิดาของคาซุมะ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...