xs
xsm
sm
md
lg

ฆาตกรรม(ไม่)ต่อเนื่อง-ใครฆ่าใคร ตอนที่ 5 ลูกกระพรวนผูกคอแมว (ต่อ2)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

จากบทประพันธ์ของ Ango Sakaguchi (1906-1955)
ปรมาจารย์แห่งความลึกลับของฆาตกรรมปริศนา
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์

สงครามเพิ่งสงบ สังคมนครหลวงสมัยโชวะพยายามดิ้นรนกลับสู่ยุคทองในอดีตที่ไม่ใช่ว่าไกลโพ้น
ไม่เคยมีเสียดีกว่า ต้องสูญเสียไปแล้วอยากได้คืน...

“อะไรทำให้คุณคิดว่าคนฆ่าคุณวานิไม่ใช่คนอื่นที่นอกเหนือจากคนที่อยู่ในบ้านนี้”

“อันนี้ผมไม่รู้ แต่ถ้าเป็นคนในบ้านนี้ละก็ส่วนใหญ่อยากให้หมอนั่นตาย ๆ ไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดกันทั้งนั้น ไม่ต้องให้คนภายนอกเข้ามาฆ่าหรอกครับ”

“โอเคครับ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลเพียงพอที่จะระบุได้ว่าคนร้ายไม่ใช่คนที่มาจากภายนอก หัวขโมยอาจเข้ามาที่ระเบียงทางเดิน ขึ้นบันไดไปชั้นบน เจอห้องของคุณโมจิซึกิอยู่หัวบันไดพอดี ก็เลยเข้าไป พอดีเขาตื่นขึ้นมามันก็เลยฆ่าเสีย”

“อาวุธที่ใช้ฆ่าคือมีดสั้นที่วางประดับอยู่บนชั้นในห้องนั่งเล่น ดังนั้นฆาตกรจึงต้องเป็นคนที่รู้ช่องทางภายในบ้านเป็นอย่างดี และมีใจที่จะฆ่านายวานิมาแต่แรก ถึงได้หยิบเอาไป”

“ก็ฟังดูมีเหตุผลดี แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป วันนั้นมีใครเห็นไหมครับว่ามีดสั้นวางประดับอยู่ตรงนั้น”
ไม่มีใครตอบ คุณคาซุมะออกความเห็นในที่สุดว่าน่าจะวางอยู่ตรงนั้น

“เมื่อคืนวาน ทุกคนมานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารแบบนี้ แล้ว...”

“แล้วยังไงหรือครับ ปกติพอรับประทานอาหารเสร็จเราก็จะแยกย้ายกันไป แต่เมื่อคืนคุณยาชิโระกับเพื่อนกลุ่มใหม่มาถึง เราก็เลยดื่มกัน คุยและเต้นรำกันที่ห้องใหญ่ข้าง ๆ นี้ จนดึก”

“คุณพี่ พอทีเถอะ คุณสารวัตรอยากทราบอะไรหรือคะ ใครฆ่าและฆ่าเมื่อไรเท่านั้นใช่ไหม ดิฉันบอกให้ก็ได้ คุณวานิกับฉันขอตัวก่อนใครเพื่อนแล้วก็พากันไปที่ห้องคุณวานิ กี่ทุ่มก็จำไม่ได้ค่ะ ตอนที่ฉันกลับออกมาจากห้องคุณวานิ เขานอนหลับไปแล้ว ตอนนั้นบนโต๊ะ ไม่มีไฟแช็กและก็ก้นบุหรี่ที่มีรอยลิปสติก ดิฉันเป็นคนไม่สูบบุหรี่ค่ะ ก่อนออกจากห้องคุณวานิฉันปิดไฟด้วยนะคะ เรื่องราวหลังจากนั้นคงต้องให้อาคิโกะเซ็นเซเจ้าของไฟแช็กอันนี้เล่าแล้วละค่ะ เชิญค่ะเซ็นเซ”

คุณนายอาคิโกะดูเหมือนจะเตรียมตัวเตรียมใจอยู่แล้ว

“ฉันไปที่ห้องคุณวานิตอนประมาณตีหนึ่งค่ะ” นางพูดด้วยน้ำเสียงชัดเจนไม่เกรงใจใคร “คุณวานินอนหลับอยู่ กรนด้วยแสดงความหลับแน่ ดิฉันเข้าไปเขย่าตัวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ฉันก็เลยนั่งลงที่เก้าอี้แล้วจุดบุหรี่สูบมวนนึง”

“ตอนนั้นดื่มเครื่องดื่มในเหยือกด้วยหรือเปล่าครับ”

“ดื่มค่ะ เหลืออยู่ไม่เท่าไร”

“เครื่องดื่มอะไรครับ”

“ชื่อว่า เก็น-โนะ-โชโกะ คุณวานิเห็นท่าทางแข็งแรงอย่างนั้นจริง ๆ แล้วกระเพาะไม่ดีค่ะ เขาดื่มเก็น-โนะ-โชโกะ อั๊ก ๆ ทุกวันแทนน้ำชา จนติดเป็นนิสัยแล้วค่ะ”

“ขอโทษนะครับ เวลาไปห้องอื่นคุณต้องนำไฟแช็กติดตัวไปด้วยหรือครับ”

“ก็ไม่เสมอไปหรอกค่ะ พอดีคุณวานิเป็นคนไม่สูบบุหรี่ เมื่อคืนดิฉันจึงไม่ได้เอาไฟแช็กไปด้วย แต่พอไปถึงห้องเขาครั้งแรกพบว่าใส่กุญแจอยู่ ก็เลยกลับห้อง มาคิด ๆ ดูก็รู้สึกแปลกค่ะที่ห้องติดกุญแจ ทีนี้นึกขึ้นมาได้ว่าเคยรับฝากกุญแจห้องคุณวานิเอาไว้ จึงหาดูและก็พบ เลยกลับไปอีกครั้ง คราวนี้เอาบุหรี่กับไฟแช็กติดตัวไปด้วย”

“อย่ามาพูดปดเลย กุญจงกุญแจอะไรกัน ฉันไม่ได้ล็อกสักหน่อย” คุณทามาโกะแหวขึ้นทันที

“แต่ห้องมันล็อกจริง ๆ นะคะ”

“ฮะ ฮ้า แปลกประหลาดมาก แล้วกุญแจไปไหนครับ”

“ดิฉันออกมาจากห้องคุณวานิ ล็อกกุญแจประตูห้องเสร็จแล้วก็เอาลูกกุญแจกลับมาด้วยค่ะ ส่วนไฟแช็กนั่นดิฉันตั้งใจทิ้งเอาไว้เอง เพื่อว่าคุณวานิตื่นขึ้นมาเห็นจะได้รู้ว่าดิฉันมาหาและรู้ว่าใครเป็นคนล็อกห้อง ดิฉันมาแต่นอกจากดิฉันแล้วก็มีใครอีกคนหนึ่งที่ล็อกห้องก่อนดิฉันก็มา คุณวานิคนเดียวที่รู้ว่าคน ๆ นั้นคือใคร ดิฉันทิ้งไฟแช็กดันฮิลล์เอาไว้ก็เพื่อเป็นหลักฐานอย่างที่ว่านี้แหละค่ะ”

“โกหก โกหกอย่างร้ายที่สุด ตอนดิฉันพบศพคุณวานิเมื่อเช้านี้ ประตูห้องไม่ได้ใส่กุญแจสักหน่อย คิดดูซิคะ ดิฉันไม่มีกุญแจห้องนั้น ถ้าห้องใส่กุญแจจริงดิฉันจะเข้าไปได้ยังไงกัน”

“เอาละ ๆ ชักจะยุ่งกันใหญ่ บ้านหลังนี้ลูกกุญแจของแต่ละห้องใช้ไขห้องคนอื่นได้ทุกห้องเลยหรือครับ”

“ไม่ได้ครับ กุญแจของแต่ละห้องไม่เหมือนกัน แต่กุญแจลูกเดียวใช้เปิดปิดประตูจากภายนอกก็ได้จากภายในก็ได้ครับ”

“คุณนายอาคิโกะบอกว่าเธอมีลูกกุญแจห้องคุณวานิ นอกจากเธอแล้วใครมีลูกกุญแจที่ใช้เปิดปิดห้องคุณวานิอีกไหมครับ”

“ครับลูกกุญแจพวกนี้ผมสั่งทำเอาไว้ห้องละสามดอก ดอกหนึ่งให้ไว้กับคนที่ใช้ห้องนั้น ๆ อีกดอกหนึ่งใส่รวมกันเป็นพวงเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือในห้องใหญ่ข้าง ๆ นี้ ส่วนอีกพวงหนึ่งน่าจะอยู่ในตู้เซฟครับ”

“นักสืบจมูกมด...ช่วยไปตรวจดูในลิ้นชักทีซิ”

คุณคาซุมะพานักสืบจมูกมดไปตรวจดูก็พบว่ากุญแจหายไปจากลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือทั้งพวง ในลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือในห้องใหญ่มีกระดาษเขียนจดหมายและซองจดหมายประทับตราตระกูลอุตางาวะ กระดาษเขียนต้นฉบับและอื่น ๆ เตรียมไว้ให้แขกหยิบใช้กันตามสะดวก

“มีใครจำได้ว่าเคยเห็นพวงกุญแจในลิ้นชักนี้บ้างไหมครับ”

“ผมเห็นครับ” อุสึมิชายหลังค่อมตอบอย่างมั่นใจ

“เห็นเมื่อไรครับ”

“คิดก่อนนะ ผมมาที่นี่ไม่ได้เอากระดาษเขียนต้นฉบับมาด้วย และรู้ว่าที่นี่มีก็เลยไปเปิดลิ้นชักดู เห็นมีแต่กระดาษเขียนจดหมายกับซอง ไม่เห็นกระดาษเขียนต้นฉบับสักแผ่น แล้วก็เห็นพวงกุญแจนั่น ตอนนั้นเพิ่งมาใหม่ ๆ จำไม่ได้ว่าวันที่เท่าไหร่เดือนอะไร แต่ก็นานแล้วนะ เดือนกว่า ๆ เห็นจะได้”

“ระหว่างห้องคุณวานิกับห้องข้าง ๆ มีประตูอยู่บานหนึ่ง ลูกกุญแจไขประตูบานนั้นล่ะครับ”

“ประตูระหว่างห้องบานนั้นปิดตายครับ ผมไม่ได้ให้ลูกกุญแจไว้กับแขก แต่ลูกกุญแจที่ใช้ไขมันก็ต้องอยู่ในพวงที่ถูกขโมยไปนั่นแหละครับ”

“ใครอยู่ห้องติดกับห้องคุณวานิครับ” สารวัตรตาเหยี่ยวกางแผนผังที่ทำเครื่องหมายบอกตำแหน่งห้องของแต่ละคนเอาไว้

“อ้อ คุณทังโงะนั่นเอง ผมอ่านผลงานของคุณในนิตยสารเสมอ เมื่อคืนนี้ได้ยินเสียงอะไรแปลกปลอมในห้องข้าง ๆ บ้างไหมครับ”

“ผมได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ ทุกคืนจนไม่สนใจแล้วละครับ นายวานิตาย คืนนี้ผมจะได้นอนหลับสบายเสียที คุณสารวัตรช่วยบอกได้ไหมว่าเสียงคนที่สุขสมกับฤทธิ์พิศวาสกับเสียงคนถูกฆ่ามันต่างกันยังไง”

เมื่อเสร็จจากการรับประทานอาหาร ระหว่างเคลื่อนขบวนไปที่ห้องใหญ่ซึ่งอยู่ข้าง ๆ อยู่ ๆ นักสืบจมูกมดก็ถามคุณ นายอายากะภรรยาคนปัจจุบันของคุณคุซุมะเจ้าของบ้านว่า

“ขอโทษครับคุณนาย รองเท้าแตะนั่น”

“อะไรหรือคะ อ๋อ พันตูฟูล”

“พันตู...อ้อ ครับ ไม่ใช่รองเท้าแตะ เป็นรองเท้า คุณนายใส่รองเท้านี้เสมอหรือครับ”

“จะบอกว่ารสนิยมแย่มากใช่ไหม ทุกคนเขาล้อกันทั้งนั้นค่ะ แต่ก็ช่วยไม่ได้ ดิฉันชอบอะไรฉูดฉาดเหมือนของเล่นแบบนี้แหละ นอกจากนี้แล้วยังมีรองเท้าใส่ในบ้านรสนิยมแย่ ๆ แบบเดียวกันนี้อีกเจ็ดคู่แน่ะค่ะ ใส่คู่นั้นบ่งคู่นี้บ้างแล้วแต่อารมณ์วันนั้น”

“ทุกคู่ติดลูกกระพรวนหรือครับ”

“คู่นี้คู่เดียวค่ะที่มีลูกกระพรวน”

“เมื่อวานใส่คู่นี้หรือเปล่าครับ”

“เมื่อวาน...เมื่อวานหรือคะ ใช่ค่ะ เมื่อวานก็ใส่คู่นี้ แต่ก็ใส่คู่อื่นด้วย ทำไมหรือคะ”

“ลูกกระพรวนหลุดไปลูกหนึ่ง จำได้ไหมครับว่าตกหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ใช่ หายไปลูกหนึ่ง ดิฉันเพิ่งสังเกตเห็นตอนใส่เมื่อเช้านี้ คงจะหลุดตอนกระโดดโลดเต้นหรือสะดุดอะไร เพราะฉันซุ่มซ่ามมาก จะบอกให้ว่าพันตูฟูลคู่นี้ฉันรักมากเป็นพิเศษ ดูซิคะน่ารักออกจะตาย คุณว่าไหม”

“อ้า ครับ ก็...คือเราไม่เคยเห็นของแบบนี้แถวบ้านนอกของเราน่ะครับ”

หลังจากที่ตำรวจพากันกลับไปหมดแล้ว เราก็ดื่มสุรากันอีก โมคุเบซึ่งไม่ค่อยชอบดื่มเท่าไรก็ยังนั่งซุ่มดื่มแก้วต่อแก้วอยู่ เงียบ ๆ ส่วนคุณนายอาคิโกะดื่มเบียร์ซึ่งปกติดื่มไม่ได้ไม่ขาดปาก บางครั้งถึงกับดื่มรวดเดียวเกลี้ยงแก้ว

“เราเลิกเป็นสามีภรรยากันก่อนที่จะมาที่นี่เสียอีก”

โมคุเบเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบต่ำ หน้าซีดขาวด้วยฤทธิ์สุราที่ไม่คุ้นชิน ตาขวางเหมือนคนเสียสติ แต่ความเป็นคนจิตใจอ่อนแอทำให้เขาไม่กล้ามองหน้าคุณนายอาคิโกะตรง ๆ ขณะพูด ได้แต่เบนสายตาไปทางอื่น

“แต่ดูเอาเถิด ผัวอยู่ใต้หลังคาเดียวกันแท้ ๆ ยังไปเฟลิตกับผู้ชายอื่น ถ้าไม่บอกว่าเป็นปัญหาของสันดานแล้วก็ไม่รู้จะว่ายังไง หล่อนแยกทางกับคาซุมะมาอยู่ด้วยและก็คงลืมไปแล้วว่าฉันรู้สึกยังไงที่ไปแย่งผู้หญิงคนอื่นเขามา ยิ่งมาตอนนี้ก็ยิ่งอายเหลือทน ใครก็ตามที่ไปหลงลมเจ้าหล่อนจะต้องกลายเป็นหมาไปหมด เป็นหมาให้หมามันอาย หมาที่ไม่รู้ตัวนึกว่ายังเป็นมนุษย์ น่าขันสิ้นดี”

คุณนายอาคิโกะเงียบ ปิก้าได้ทีก็สอดขึ้น

“จนป่านนี้ เลิกพูดอ้อมค้อมราวกับสวมบทแฮมเล็ตเสียทีได้ไหม ดีไหมล่ะที่ได้กันที่นี่แล้วจะมาแยกทางกันที่นี่ ชั่วดีก็ได้รับผมตอบแทนให้เห็นจะ ๆ กันไป เป็นเรื่องน่ายินดีไม่ใช่รึ”

“เงียบไปเลย คนปากเสีย ไปสำรากกับเพื่อนตัวเองให้พอไป๊ ที่นี่ไม่มีใครเป็นเพื่อนเอ็ง”

“อะไรนะ คนปากเสียรึ ใครกันแน่วะ วางท่าเป็นสุภาพบุรุษแต่เรียกเมียตัวเองเป็นหมูเป็นหมา ไม่รู้รึว่าข้าเกลียดเพื่อผู้ชายยังกับอะไรดี คุณนายอาคิโกะก็ช่างวิเศษเสียเหลือเกินยอมให้เขาว่าอยู่ได้ คนที่จะดูถูกว่าผู้หญิงเป็นหมาได้มันต้องคนที่หัวใจเป็นราชสีห์ค่อยมาว่ากัน ไม่ใช่คนใจยวบยาบอย่างเอ็ง ให้คนไม่เอาไหนทั้งความคิดอ่านทั้งชีวิตครอบครัวแบบนี้มาแนะนำวรรณกรรมต่างประเทศน่ะซี ญี่ปุ่นถึงได้ดักดานเป็นบ้านนอกอยู่อย่างนี้ไม่รู้จักศิวิไลซ์ขึ้นเลย จริงไหมคุณนาย เรามาเป็นเพื่อนกันดีกว่า ขืนอยู่กับคนอย่างหมอนี่ จะไม่มีวันรู้หรอกว่าผู้ชายจริง ๆ เขาเป็นยังไงกัน เรามาทำให้วันนี้เป็นวันที่ระลึกสำหรับเราสองคนดีกว่าไหม”

“วันที่ระลึกวันที่เท่าไรของคุณกันนะ”

“ทุกวันเป็นวันที่ระลึกได้ทั้งนั้นแหละครับ ลองไปดูปฏิทินของพวกแคทอลิกซิ แทบไม่มีวันไหนที่ไม่ใช่วันที่ระลึก เราก็ทำแบบนั้นซิ ทำให้ 365 วันเป็นวันที่ระลึกของเราทั้งหมดเลย” ปิก้าพูดจบก็ลุกขึ้นยืนแล้วจับมือคุณนายอาคิโกะอย่างไม่เกรงใจใคร แต่คุณนายสะบัดหนี

“คุณนี่ร้ายมากนะ ไปล้อเลียนผู้ต้องสงสัยว่าเป็นฆาตกรในคดีฆาตกรรมอย่างนี้”

“เอ๊ะ ทำไมถึงพูดเป็นผู้หญิงโบราณอย่างนั้นเล่าครับ การที่เราจะจูบส่งวิญญาณของนายวานิให้เป็นสุข ๆ นั้นเป็นความตั้งใจที่บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์มากนะครับ ความผันแปรไม่แน่นอนคือสัจธรรมของชีวิต ชีวิตคุณนายก็ควรจะผันแปรไปตั้งแต่วันที่คนรักถูกฆ่าตายไม่ใช่หรือครับ”

“คืนนี้ฉันปวดหัวมาก” คุณนายอาคิโกะสะบัดหน้าไปทางหนึ่งแล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องมีปิก้าก้าวตามไปติด ๆ แต่ก็ต้องชะงัก เพราะถูกลูกกอล์ฟจากที่ไหนไม่รู้บินมาโดนหัวดังป็อกลูกหนึ่งและโดนที่บ่าลูกหนึ่ง ที่มาของลูกกอลฟ์คือคุณนายอายากะ เธอเดาะมันเล่นอยู่เมื่อครู่ก่อน พอปิก้าอดีตสามีหันมานางก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้และเสไปมองทางอื่น

[ตัวละครในเรื่องและความสัมพันธ์ระหว่างกัน]
เอบิสึกะหมอขาเป๋ ลูกญาติห่าง ๆ ที่นายอุตางาวะผู้อุปถัมภ์ให้เรียนหมอและมาประจำอยู่ที่หมู่บ้าน
โดอิ โคอิชิ จิตรกรอดีตสามีของอายากะ (ถูกเรียกว่าปิก้า)
ผม ยาชิโระ ซุนเป คนเล่าเรื่อง ภรรยาชื่อเคียวโกะ เคยเป็นเมียน้อยนายอุตางาวะ ทามอน บิดาของคาซุมะ
อายากะ ภรรยาคนปัจจุบันของคาซุมะ
อุซุงิ อาคิโกะ นักประพันธ์สตรีอดีตภรรยาของอุตางาวะ คาซุมะ ปัจจุบันอยู่กับ มิยาเกะ โมคุเบ
แขกรับเชิญของทามาโอะ: โมจิซึกิ วานิ / ทังโงะ ยุมิฮิโกะ / อุสึมิ อากิระ
อุตางาวะ ทามาโอะ น้องสาวคาซุมะ
อาคาชิ โคโจ ดาราสาว ภรรยาของ (โคโรกุ) ฮิโตมิ นักเขียนบทละคร
ดอกเตอร์โคเซ นักสืบอัจฉริยะ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...