xs
xsm
sm
md
lg

ฆาตกรรม(ไม่)ต่อเนื่อง-ใครฆ่าใคร ตอนที่ 3 แขกผู้ได้รับเชิญ (ต่อ)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

จากบทประพันธ์ของ Ango Sakaguchi (1906-1955)
ปรมาจารย์แห่งความลึกลับของฆาตกรรมปริศนา
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์

สงครามเพิ่งสงบ สังคมนครหลวงสมัยโชวะพยายามดิ้นรนกลับสู่ยุคทองในอดีตที่ไม่ใช่ว่าไกลโพ้น
ไม่เคยมีเสียดีกว่า ต้องสูญเสียไปแล้วอยากได้คืน...

“เป็นไงปีก้า คืนวันพรุ่งนี้ฉันจะทำอย่างนี้กับคุณบ้าง อย่าทำตัวสั่นนะฉันเกลียดผู้ชายที่ชอบทำตัวสั่นเวลาอยู่ใกล้กัน จริงไหมทังโงะซัง เรามาเต้นแท็งโก้กันดีกว่า”

นายทังโงะสั่นศีรษะ แต่ทามาโอะไม่ได้สนใจที่จะหยุดดู เจ้าหล่อนเดินเลยไปที่นายอุสึมิ นายทังโงะจึงยืนสั่นศีรษะอยู่กับอากาศเหมือนตุ๊กตาไขลาน

“มานี่มะ คุณอุสึมิ ออกมาอาบแสงสีกับเขาบ้าง อย่าเอาแต่แอบอยู่มุมห้องเหมือนเด็กมีปัญหาอย่างนั้น มาเลยค่ะ โชว์ให้ใคร ๆ เขารู้เสียบ้างว่าเราก็มีดีเหมือนกัน”

นายอุสึมิยิ้มอย่างคนไม่ชอบหาเรื่องกับใคร

“ผมจะได้อาบแสงสีก็เมื่อแสดงบทชายค่อมแห่งนอเทรอดามเท่านั้นแหละครับ ถึงตอนนั้นต้องขอความกรุณาช่วยร่วมแสดงด้วย”

“วิเศษเลย หน้าร้อนนี้เรามาจัดแสดงกันดีกว่า เล่นกันที่นี่แหละ เห็นจะต้องขอให้คุณฮิโตมิช่วยเขียนบทให้สักหน่อยแล้ว”

“เห็นด้วย ผมจะจัดเวทีให้เอง แล้วก็ป่าวร้องให้พวกชาวบ้านมาดู เรียกเก็บเงินเยนที่ออกใหม่ ๆ ให้เต็มกระเป๋าไปเลย”

“ขืนปล่อยให้ปิก้าจัดเวทีมีหวังชาวบ้านหนีกระเจิง ละเม็งละครอะไรนั่นเลิกคิดได้แล้วา เรามีดาราสดสวยมาชุมชุมกันอยู่เต็มบ้านอย่างนี้ ไม่มีอะไรจะดีกว่าเต้นรำปลุกอารมณ์ให้หวือหวากันดีกว่า ชวั้บ ๆ แบบนี้”

ว่าแล้วนายวานิก็ดึงตัวทามาโอะเข้ามากอดอย่างฉับพลัน ผลักนางให้หมุนตัวไปตามจังหวะเต้นรำแล้วกระชากกระโปรงชุดที่นางสวมอยู่หลุดจากตัวเหวี่ยงไปทางหนึ่ง ทามาโอะที่เหลือแต่กระโปรงชั้นใน หลุดจากมือคู่เต้นลื่นไถลลงไปนั่งทำหน้าเฉยไม่สะทกสะท้านสายตาใครอยู่บนพื้นห้อง นางมองหน้านายวานิพลางถอดกระโปรงชั้นในออกเหลือกางเกงชั้นในตัวเดียว

“พอรึยังคะ ถอดอีกตัวหนึ่งไหม”

คาซุมะนิ่งดูด้วยความหงุดหงิดอยู่นานแล้วเห็นถ้าจะไม่ได้การจึงเข้าไปจับแขนน้องสาวพูดเสียงหนักว่า “กลับเข้าห้องเสียที” แต่วานิตามเข้ามาดึงตัวทามาโอะเข้าไปกอดอีก บอกว่า “ไหน ๆ ก็ถอดแล้ว ไม่ต้องเสียเวลา ได้จังหวะดีจริง”

“พอที คุณชักจะมากไปแล้วนะ”

“คุณพี่ อย่าโกรธซีครับ สาวงามน่ารักทะนุถนอมอย่างนี้ ต่อให้ปีศาจลามกก็ไม่ปล่อยให้เปลือยกายต่อหน้าผู้คนหรอก พอดีผมเห็นว่าหล่อนก็ถอดให้แล้วไม่ต้องเสียเวลาอีกเท่านั้นละ ขอยืมหน่อยนะ เรื่องละครน่ะจบไปแล้ว ต่อไปเป็นการแสดงฉากรักส่วนตัว ห้ามตามเข้ามาดูนะครับ”

นายวานิอุ้มทามาโอะ แกล้งร้องอุทานอึ๊บ ๆ เป็นว่านางตัวหนักเหลือเกิน..ครับ ๆ ...ขออภัย...เป็นที่ขวางหูขวางตา ก่อนหายเข้าไปในห้องนอนของตน ห้านาทีก็แล้วสิบนาทีก็แล้ว สองคนก็ยังไม่ออกมา ตามเมืองใหญ่ ๆ อาจมีซ่องเถื่อน ๆ อยู่ทั่วไปแต่คงไม่มีใครเคยเห็นคนทำอะไรกันแบบที่เห็นอยู่นี้ ขนาดนายโดอิที่เรียกกันว่าปิก้ายังรับไม่ได้

“โอ้โฮ กล้าหาญชาญชัยกว่าที่คิดมาก คฤหาสน์อุตางาวะนี่มันสำนักนางโลมชั้นยอดเลยจริง ๆ คุณผู้เชี่ยวชาญฝรั่งเศสจะมัวลังเลอยู่ทำไม ผมเองก็ฟิตอยู่ชอบปีนเขามาตั้งแต่หนุ่ม ๆ แต่เอ...คืนนี้ใครจะเป็นคู่ของผม นักประพันธ์เรืองนาม นักกลอนชื่อดัง ว่ายังไงครับ”

อากิโกะแค่นหัวเราะ

“ค่ะ ยังไงก็ฝากด้วยแล้วกัน คืนนี้ฉันมีนัดเสียแล้ว” นางจับแขนโมคุเบผู้สามีเอาไว้พร้อมกับบอกว่า “ขอตัวก่อนนะคะ”

“อ้อ...อ้า...ครับ ๆ ”

ปิก้าลุกขึ้นเดินนำหน้าไปยังประตูห้องใหญ่ที่เปิดออกสู่ระเบียงทางเดิน เปิดประตูออกโค้งคำนับพลางผายมือออกไปทางประตูด้วยท่าทางของบ๋อยโรงแรมหรือซามุไรผู้พิทักษ์เจ้าครองแคว้น ทุกคนก็เลยถือโอกาสนี้กลับห้องนอนของคน

ผมกับเคียวโกะกลับเข้าห้องพักโดยมีคาซุมะตามมาติด ๆ ท่าหงุดหงิดมาก

“ทุเรศจริง ๆ น่าอายเหลือเกิน อยากบีบคอให้ตายคามือเสียรู้แล้วรู้รอดไป”

ผมเองฟังแล้วก็ไม่รู้จะปลอบยังไงเหมือนกัน

“ผมไม่มีเวลาพูดคุยกับคุณเลย งงไปหมดไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้วนะเนี่ย คุณคงจะมาด้วยตั๋วที่ได้รับจากสำนักงานท่องเที่ยวนะ”

“ใช่นะซี”

“คุณได้รับจดหมายจากผมใช่ไหม”

“รับแล้วก็อ่านแล้วน่ะซีถึงได้มานี่ไง ดอกเตอร์โคเซติดธุระมาด้วยกันไม่ได้แต่บอกว่าจะออกเดินทางคืนนี้ พรุ่งนี้ก็ถึง”

“ดอกเตอร์โคเซรึ”

“ทำไมล่ะ”

“ดอกเตอร์โคเซอะไรกัน ใครเป็นคนบอกให้มารึ”

“ผมชักงงแล้ว ก็คุณเขียนจดหมายไปบอกผมให้พาดอกเตอร์โคเซมาด้วยไง”

“จดหมายของผมรึ” คาซุมะมองหน้าผมอย่างคนที่กำลังงงจัด “ผมไม่ได้เขียนอะไรอย่างนั้นนะ แค่บอกให้คุณสองคนมาเท่านั้นเอง ผมรู้แล้ว...มันต้องเป็นแผนของใครสักคนแน่เพราะไม่ได้เขียนถึงคุณคนเดียว มันเรียกใครต่อใครมาจนผมโกรธแล้วนะ ผมน่ะหรือจะส่งจดหมายเชิญคนอย่างเจ้าปิก้าและนายคามิยามะ ฮิโรชิ กับเมีย แล้วมันยังให้คนที่สำนักงานท่องเที่ยวเอาตั๋วไปส่งให้เรียบร้อยเลยทีเดียว ผมเขียนจดหมายไปสั่งให้คนที่สำนักงานท่องเที่ยวส่งตั๋วไปก็จริง แต่ให้ส่งไปที่คุณกับโอเคียวเท่านั้น ไม่ให้ขอให้ส่งไปที่ดอกเตอร์โคเซสักหน่อย”

คราวนี้ผมเป็นฝ่ายงงบ้าง ตอนได้รับจดหมายผมไม่ได้สงสัยอะไรเลย เพราะเขียนด้วยลายมือของคาซุมะที่ผมคุ้นเคยดี

โชคดีที่จดหมายซึ่งผมเอาไปให้ดอกเตอร์โคเซดูยังติดกระเป๋าเสื้อมาด้วย ผมจึงหยิบออกมาให้คาซุมะดู เขาจ้องไปที่จดหมายแล้วขมวดคิ้ว

“อย่างนี้แปลว่าใครคนนั้นต้องแกะซองจดหมายผมออก เติมข้อความแล้วจึงส่งถึงคุณ เพราะข้อความในจดหมายนั้นผมเองเป็นคนเขียนจริง ๆ คุณพอจะเข้าใจไหม”

ผมสั่งให้สำนักงานท่องเที่ยวส่งตั๋วมาถึงคุณในวันที่ 15 กรกฎาคม ขอให้ขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้ายของวันนั้นมาที่นี่ ตั๋วมี 3 ใบ ใบหนึ่งเป็นของดอกเตอร์โคเซ ช่วยพยายามหว่านล้อมไม่ว่าจะด้วยวิธีใดให้เขามากับคุณ ขอขอบคุณอย่างยิ่งมาล่วงหน้า

อาชญากรรมสยองขวัญกำลังจะเกิดขึ้น...เลือดของคนหลายคนจะเนืองนอง...คุณ...กับดอกเตอร์โคเซ...เท่านั้นที่จะช่วยผมได้ และโอเคียว โอเคียว ช่วยผมด้วย ผมกำลังคอยอยู่เบื้องหน้าทะเลเลือดอันมืดทะมึน

“ช่วงที่เขียนว่า...ตั๋วมี 3 ใบ ใบหนึ่งเป็นของดอกเตอร์โคเซ...เลือดของคนหลายคนจะเนืองนอง และ...กับดอกเตอร์โคเซ เป็นช่วงที่มีคนแอบต่อเติมเข้าไป มันเป็นพฤติกรรมที่ชั่วช้ามาก ผมไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ใจความในจดหมายฉบับจริงของผมมีว่า...

ผมสั่งให้สำนักงานท่องเที่ยวส่งตั๋วมาถึงคุณในวันที่ 15 กรกฎาคม ขอให้ขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้ายของวันนั้นมาที่นี่ ช่วยพยายามหว่านล้อม(ผมย่อคำว่าโอเคียวเอาไว้)ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดให้มากับคุณ ขอขอบคุณอย่างยิ่งมาล่วงหน้า

อาชญากรรมสยองขวัญกำลังจะเกิดขึ้น คุณเท่านั้นที่จะช่วยผมได้ และโอเคียว โอเคียว ช่วยผมด้วย ผมกำลังคอยอยู่เบื้องหน้าทะเลเลือดอันมืดทะมึน

ตอนท้ายที่ว่า...ผมกำลังคอยอยู่เบื้องหน้าทะเลเลือดอันมืดทะมึน นั้นผมเป็นคนเขียนเอง เพราะตอนนั้นกำลังทุกข์ใจเป็นบ้าเรื่องที่คิดพิศวาทกับน้องสาวตนเอง บอกตรง ๆ ผมเครียดมากถ้าคุณสองคนไม่มาผมต้องแย่แน่ โดยเฉพาะโอเคียวผมต้องละทิ้งความหยิ่งผยองของนักประพันธ์ เพื่อขอร้องคุณด้วยความรู้สึกจากใจจริง มันก็เลยฟังดูเป็นลิเกไปหน่อย ขอโทษด้วยนะ

ผมนึกไม่ออกเลยว่าคนที่เปลี่ยนใจความในจดหมายผมแล้วส่งไปให้คุณด้วยจุดประสงค์อะไร หรือว่ากำลังจะเกิดเหตุฆาตกรรมอะไรขึ้นจริง คุณรู้ไหม ผมเองตอนนี้อยากฆ่าคนมาก เจ้านั่น เจ้านั่น และก็เจ้านั่น ผีนรกทั้งนั้น อยากดับชีวิตมันให้หมด คุณเอ๋ย ตอนนี้ใครก็ตามที่มาอยู่บ้านนี้จะนิ่งอยู่ไม่ได้ถ้าไม่ฆ่าใครสักคนสองคน”

ผมดูจดหมายฉบับนั้นอีกที ลายมือเป็นของคาซุมะแต่พอพิจารณาดี ๆ จึงเห็นร่องรอยการปลอมแปลงที่แนบเนียนมาก

“กระดาษเขียนจดหมายนี่เป็นกระดาษที่ไหน”

“กระดาษเขียนจดหมายของบ้านเราเอง”

“ปกติวางเก็บไว้ที่ไหน”

“อยู่ที่โต๊ะมุมห้องใหญ่ที่เราชุมนุมกันเมื่อกี้ มีหมึกกับปากกาพร้อม และมีซองจดหมายด้วย”

“ใครเป็นคนเอาจดหมายไปส่งไปรษณีย์”

“ตอนที่พวกคุณมาหลบภัยสงครามอยู่ที่นี่ ที่ทำการไปรษณีย์ขาดคนและก็เป็นชาวงสงครามด้วย จะส่งจดหมายทีต้องเดินไปตั้งเกือบสี่กิโล แต่เดี๋ยวนี้เวลาบุรุษไปรษณีย์มาส่งจดหมายหรือพัสดุก็จะรับเอาจดหมายเราไปส่งให้ด้วย อย่างที่เคยทำมาแต่โบราณ แม้เวลาที่ไม่มีจดหมายมาส่งพอได้เวลาบุรุษไปรษณีย์ก็จะมาเก็บจดหมายที่เราต้องการส่งเอาไป บ้านเราวางกล่องไม้ไว้ที่ประตูทางเข้าบ้าน ใครมีจดหมายต้องการส่งก็เอาไปใส่ไว้ในกล่องนี้ ดังนั้นทุกคนจึงมีโอกาสสับเปลี่ยนจดหมายของผมได้ทั้งนั้น”

“เอาเถอะ อย่างน้อยก็ยังโชคดีที่พรุ่งนี้ดอกเตอร์โคเซก็จะมาถึงตามที่คนร้ายต้องการ ก็มันเป็นคนเขียนเชิญเขามาเองนี่ใช่ไหม เออ...ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่ามันเรียกดอกเตอร์โคเซมาทำไม ไม่รู้อะไรเสียแล้ว คน ๆ นี้ใครเป็นเล่นด้วยได้เมื่อไหร่ พังไม่รู้ตัวนะจะบอกให้ ถ้าเป็นเรื่องอาชญากรรมละก็ต้องยกให้ดอกเตอร์โคเซคนนี้ ความสามารถในการสืบหาคนร้ายต้องยกให้เป็นอัจฉริยะเลยละครับ แต่นอกจากนั้นไม่ได้เรื่อง คอยดูก็แล้วกัน”

“ผมขอตัวก่อน ไว้เจอกันใหม่วันพรุ่งนี้”

“เชิญครับ นักประพันธ์อย่างเรายิ่งคิดหาคนร้ายก็ยิ่งเหมือนเดินวนอยู่ในเขาวงกต แล้วก็คิดฝันสร้างคนร้ายขึ้นมา ไม่มีประโยชน์อะไร”

คาซุมะกลับไปแล้ว ห้องทุกห้องเงียบกริบไม่มีเสียงใด ๆ ลอดออกมา

“ฉันรู้สึกไม่ดีเลยคุณ หวาด ๆ ยังไงไม่รู้ หรือว่าจะเกิดเรื่องน่ากลัวขึ้นมาจริง ๆ”

“เรื่องน่ากลัวแบบไหนรึ”

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่มันจะต้องเกิดอะไรขึ้นสักอย่างแน่”

“เธอรู้สึกอย่างนั้นหรือ แบบคดีฆาตกรรมในสำนักนางโลม หนอยแน่เจ้าปิก้า พูดออกมาได้ว่าสำนักนางโลม ช่างเป็นเรื่องต่ำทรามอะไรอย่างนั้น”

“วันนี้ฉันได้คุยกับคาโยโกะซังด้วยนะ ก็ประมาณทักทายและก็พูดอะไรกันนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ก็พอรู้สึกได้เธอว่ามีใจกับคุณพี่ชายมากกว่าที่คิด เธอบอกกับฉันว่าว่ามนุษย์เราเป็นคนสร้างบาปขึ้นมาเอง มนุษย์ที่ใช้ชีวิตอยู่เรื่อย ๆ ไปตามธรรมชาติจะไม่มีบาป”

“เพราะมีความละอายน่ะซี ถึงได้มีบาปด้วย”

“คุณพูดอะไรไม่เห็นจะเข้าเรื่อง ทำไม่ไม่พยายามเข้าใจความรู้สึกของคาโยโกะซังเลยนะ”

“เข้าใจละ ความทุกข์ของสตรีนั้นลึกล้ำนัก นอนดีกว่า แต่จะหลับหรือเปล่าไม่รู้”

ถึงผมจะนอนกลางวันนานมาก แต่ก็เริ่มง่วงแล้ว

ตอนนั้นเอง ที่ผมได้ยินเสียงทามาโอะซังเดินร้องเพลงภาษาฝรั่งเศสที่ผมไม่รู้จักมาตามระเบียงทางเดินผ่านห้องเราไป และพอถึงบันไดเสียงร้องเพลงก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงลงบันไดดังกึงกัง

“เฮ้อ แม่นางทามาโอะได้เวลากลับห้องเสียที”

นาฬิกาบอกเวลาห้าทุ่มสิบห้า ผมเอื้อมมือไปปิดสวิตช์ไฟ 
[ตัวละครในเรื่องและความสัมพันธ์ระหว่างกัน]
โดอิ โคอิชิ จิตรกรอดีตสามีของอายากะ (ถูกเรียกว่าปิก้า)
ผม ยาชิโระเซ็นเซ คนเล่าเรื่อง ภรรยาชื่อเคียวโกะ เคยเป็นเมียน้อยนายอุตางาวะ ทามอน บิดาของคาซุมะ
อายากะ ภรรยาคนปัจจุบันของคาซุมะ
อุซุงิ อากิโกะ นักประพันธ์สตรีอดีตภรรยาของอุตางาวะ คาซุมะ ปัจจุบันอยู่กับ มิยาเกะ โมคุเบ
แขกรับเชิญของทามาโอะ: โมชิซึกิ วานิ / ทังโงะ ยุมิฮิโกะ / อุสึมิ อากิระ
อุตางาวะ ทามาโอะ น้องสาวคาซุมะ
อาคาชิ โคโจ ดาราสาว ภรรยาของ (โคโรกุ) ฮิโตมิ นักเขียนบทละคร
คามิยามะ ฮิโรชิ (ทนายความ) กับ คิโซโนะ ภรรยา (อดีตเกอิชา บางบำเรอของนายทามอน)
ดอกเตอร์โคเซ นักสืบอัจฉริยะ
คาโยโกะ ลูกสาวของนายอุตางาวะที่เกิดจากหญิงรับใช้ และมีสัมพันธ์เชิงพิศวาสกับคาซุมะพี่ชายตนเอง


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...