xs
xsm
sm
md
lg

เปิดห้องเจรจาญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ บรรยากาศดั่งไฟสุม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สงครามการค้าญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้สุดตึงเครียด บรรยากาศการเจรจาดั่งไฟสุม เกาหลีถล่มยับญี่ปุ่นไร้มารยาท ไม่ทักทาย ห้องประชุมสุดซอมซ่อ พลเมืองแดนโสมโต้กลับไม่ซื้อขายสินค้าญี่ปุ่น

หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมาตรการควบคุมการส่งออกวัสดุเทคโนโลยีขั้นสูง 3 ชนิดไปยังเกาหลีใต้ ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้เดือดร้อนหนัก เพราะการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหัวใจของเกาหลีใต้ ต้องใช้วัตถุดิบจากญี่ปุ่น

เมื่อวันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม ตัวแทนของเกาหลีใต้ได้เดินทางมา เพื่อพบกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น บรรยากาศเต็มไปด้วยความ “มาคุ” !!!

การพบกันครั้งแรกนี้ ฝ่ายเกาหลีใต้บอกว่าเพื่อ “เจรจา” กับญี่ปุ่น แต่ฝ่ายญี่ปุ่นได้ขึ้นป้ายพิมพ์ด้วยกระดาษ แปะบนกระดานไวท์บอร์ดอย่างง่ายๆ ว่า “การชี้แจงเกี่ยวกับการควบคุมการส่งออก” เพื่อแสดงว่าญี่ปุ่นจะเพียงแต่อธิบายวิธีปฏิบัติเท่านั้น ไม่ได้หวังจะเจรจาต่อรองแต่อย่างใด

แต่ที่แสบสันยิ่งกว่าคือ ท่าทีของญี่ปุ่น ซึ่งไม่ให้เกียรติ์ฝ่ายเกาหลีเลย เริ่มจากห้องประชุมซึ่งดูเหมือนเป็นห้องเก็บของของกระทรวง เจ้าหน้าที่ 2 คนนั่งอยู่ด้วยสีหน้าเย็นชา บนโต๊ะไม่มีการเตรียมเอกสารใดๆ มีเพียงคู่มือระเบียบของกระทรวงหนึ่งเล่มวางอยู่ เจ้าหน้าที่ทั้งคู่ สวมเสื้อเชิ้ต คนหนึ่งยังพับแขนเสื้อด้วย ขณะที่ตัวแทนฝ่ายเกาหลีใต้สวมสูทผูกเนคไทอย่างเรียบร้อย และเมื่อทั้ง2 ฝ่ายพบกันก็ไม่มีการทักทายแม้แต่คำเดียว ไม่ต้องพูดถึงว่ามีน้ำร้อนน้ำชามาต้อนรับไหม จนสื่อเกาหลีใต้พาดหัวว่า ฝ่ายญี่ปุ่น “หยามกันชัดๆ”

การพบกันใช้เวลานานถึง 5 ชั่วโมง หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ของเกาหลีใต้ระบุว่า เกาหลีใต้ได้เรียกร้องให้ญี่ปุ่นยกเลิกมาตรการต่าง ๆ และยังบอกด้วยว่า เกาหลีใต้ไม่สามารถยอมรับหรือเข้าใจมาตรการอันเข้มงวดมากขึ้นเหล่านี้

แต่ฝ่ายญี่ปุ่นกลับสวนกลับอย่างไม่ไว้หน้าว่า ได้ตรวจสอบรายงานการประชุมแล้ว และพบว่าเกาหลีใต้ไม่ได้เรียกร้องอย่างชัดเจนต่อญี่ปุ่น เพื่อให้ญี่ปุ่นยกเลิกมาตรการดังกล่าว



เกาหลีกร้าว คว่ำบาตรสินค้าญี่ปุ่น

ท่าทีของฝ่ายญี่ปุ่นทำให้ฝ่ายเกาหลีควันออกหู ประชาชน ภาคธุรกิจ และสื่อเกาหลีใต้ได้รณรงค์ “ไม่ซื้อไม่ขายสินค้าญี่ปุ่น” ซูเปอร์มาเก็ตและร้านค้าต่างนำสินค้าของญี่ปุ่นลงจากชั้นวางจนหมด ชาวเกาหลีมากถึง 67% บอกว่าจะเข้าร่วมการประท้วงต้านญี่ปุ่นครั้งนี้

นอกจากนี้ ชาวเกาหลีใต้ที่เคยเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นมากเป็นอันดับ 2 รองจากนักท่องเที่ยวจีนก็ยกเลิกการเดินทางจำนวนมากถึง 30% เที่ยวบินเช่าเหมาลำแทบจะถูกยกเลิกทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชาวเกาหลีใต้เองก็ยอมรับว่า ชาวเกาหลีใช้สินค้าของเกาหลีเป็นส่วนใหญ่ สินค้าของญี่ปุ่นมีสัดส่วนทางการตลาดในเกาหลีไม่มากนัก จึงไม่แน่ใจว่าการประท้วงครั้งนี้จะส่งผลต่อบริษัทของญี่ปุ่นมากแค่ไหน ?

ประธานาธิบดีมุน แจอิน ประกาศว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีวัตถุประสงค์ทางการเมือง เพื่อทำลายเศรษฐกิจของเกาหลี แต่ฝ่ายญี่ปุ่นกลับยืนกรานว่า มาตรการที่ใช้เพื่อป้องกันวัตถุดิบถูกลักลอบนำไปให้เกาหลีเหนือใช้ผลิตอาวุธ โดยไม่พูดถึงเรื่องค่าชดใช้สมัยสงครามโลกแม้แต่คำเดียว ทั้ง ๆ ที่เป็นเบื้องหลังของเรื่องนี้อย่างแท้จริง

ท่าที “ไม่แยแส” สะท้อนว่าญี่ปุ่นมั่นใจว่า การสั่งสอนทางเศรษฐกิจครั้งนี้ส่งผลต่อแดนโสมอย่างมาก และญี่ปุ่นจะมีการเลือกตั้งวุฒิสภาในวันที่ 21 นายชินโซ อาเบะ วางเกมแล้วว่าจะต้องเรียกคะแนนสนับสนุนจากกรณีนี้

ขณะที่ฝ่ายเกาหลีใต้ ประธานาธิบดีมุน แจอิน ก็วางยุทธศาสตร์ “จับมือเกาหลีเหนือ สร้างสมดุลจีน โดดเดี่ยวญี่ปุ่น” ซึ่งการพบกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายคิม จ็องอึน ล้วนแต่ผ่านการดีลของเกาหลีใต้ โดยญี่ปุ่นถูกกันออกนอกวง กลายเป็น “คนนอก” ไปเลย

สงครามการค้าระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การชำระแค้นเรื่องสมัยสงครามโลก แต่ยังเดิมพันถึงความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจ และไม่ใช่เรื่องระหว่าง 2 ประเทศ เพราะเมื่อเศรษฐกิจถูกนำมาใช้เป็นหมาก ประเทศบางชาติที่เป็น “ผู้รับจ้างผลิต” และ “ผู้บริโภค” สินค้าจากทั้งเกาหลีและญี่ปุ่น ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในสมรภูมิ แต่อาจเป็น “กบที่ถูกต้ม” โดยไม่รู้ตัว.

ต้นฉบับบทความจากเพจ บูรพาไม่แพ้


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...