xs
xsm
sm
md
lg

ฆาตกรรม(ไม่)ต่อเนื่อง-ใครฆ่าใคร

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

จากบทประพันธ์ของ Ango Sakaguchi (1906-1955)
ปรมาจารย์แห่งความลึกลับของฆาตกรรมปริศนา

แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์

สงครามเพิ่งสงบ สังคมนครหลวงสมัยโชวะพยายามดิ้นรนกลับสู่ยุคทองในอดีตที่ไม่ใช่ว่าไกลโพ้น
ไม่เคยมีเสียดีกว่า ต้องสูญเสียไปแล้วอยากได้คืน...

1ร้อยพ่อพันแม่

วันนั้นเป็นวันสิ้นเดือนมิถุนายนปี 1947 คาซุมะ อุตางาวะเรียกผมมาพบกับเขาที่ร้านอาหารเล็ก ๆ ชื่อสึโบเฮในย่าน นิฮนบาชิ สึโบตะ เฮคิชิเจ้าของร้านสึโบเฮแห่งนี้เคยเป็นพ่อครัวของตระกูลอุตางาวะ และเทรุโยะภรรยาของเขาเคยเป็นคนรับใช้อยู่ในคฤหาสน์ของตระกูลนั้น อุตางาวะ ทามอน บิดาของคาซุมะเป็นผู้มักมากในกามตัณหา เอาแต่ใจตนเป็นที่ตั้ง มีเมียน้อยก็แล้วเที่ยวเล่นกับเกอิชาก็แล้วแต่ก็ยังไม่เว้นที่จะยุ่งเกี่ยวกับหญิงรับใช้ในบ้าน แล้วเทรุโยะผู้กำลังแตกเนื้อสาวหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูออกอย่างนั้นมีหรือที่จะพ้นมือไปได้ แต่ก็ยังดีที่เขาทดแทนด้วยการให้เงินเฮคิชิไปเป็นทุนเปิดร้านอาหารสึโบเฮ หลังจัดการให้เฮคิชิแต่งงานกับเทรุโยะตามความประสงค์ของทั้งสองฝ่าย สำหรับคาซุมะนั้นตั้งแต่คฤหาสน์ของเขาในโตเกียวไฟไหม้หมดทั้งหลังตอนถูกกองทัพพันธมิตรทิ้งระเบิดโจมตี เวลาเข้ามาเมืองหลวงทีไรเป็นต้องพักมาที่สึโบะเฮทุกครั้งไป
1945 ระเบิดลงโตเกียวจากวันนั้นจนวันนี้และราบเป็นหน้ากลอง
“ผมรู้ดีว่ามันออกจะเป็นการขอร้องที่กะทันหันอยู่สักหน่อย คือผมอยากให้คุณไปพักที่บ้านผมตลอดหน้าร้อนนี้”

คฤหาสน์ของคาซุมะตั้งอยู่กลางป่าบนภูเขา เดินทางเข้าถึงลำบากมาก ลงรถไฟแล้วต้องต่อรถประจำทางขึ้นเขาไปอีกประมาณ16 กิโล และพอลงรถแล้วยังต้องเดินเข้าไปอีกเกือบ 4 กิโล เพราะความที่อยู่ห่างไกลเช่นนั้นตอนสงครามคฤหาสน์ของคาซุมะจึงกลายเป็นที่หลบภัยของคณะพรรคนักประพันธ์กลุ่มเรา นั่นคือเหตุผลหนึ่งและการที่ครอบครัวเขามีอาชีพผลิตเหล้าสาเกก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่จูงใจให้พวกเราดั้นด้นอพยพเข้าไปหลบภัยถึงที่นั่น

“ถ้าไม่ชี้แจงเหตุผลคุณก็คงไม่เข้าใจ คือเมื่อต้นเดือนนี้อยู่ ๆ วานิ โมชิซึกิ ก็มาที่บ้านผม แล้วยุมิฮิโกะ ทังโงะ กับอากิระ อุสึมิ ก็ตามมาติด ๆ ทั้งสามบอกว่ายายทามาโอะน้องสาวผมเขียนจดหมายไปชวนให้มาพักที่บ้านตลอดฤดูร้อน นี่เป็นคุณนะผมถึงไม่อายที่จะบอกว่ายายทามาโอะตัวดีดันไปทำแท้งเมื่อฤดูใบไม้ผลิต้นปีนี้ นางไม่ยอมปริปากบอกเลยว่าใครเป็นพ่อเด็กในท้องจนป่านนี้แล้วก็ไม่มีใครรู้ เดือน ๆ หนึ่งนางจะเข้าโตเกียวแล้วพักอยู่เป็นครึ่งเดือนค่อนเดือนจนไม่รู้ว่าจะจัดการกับเจ้าหล่อนยังไงดี ส่วนนายวานิ โมชิซุกิ นั่นคุณก็รู้ว่ามันกักขฬะ หยิ่งจองหองไร้มารยาทไม่น่าคบแค่ไหน แล้วยังนายยุมิฮิโกะ ทังโงะนั่นอีก ภายนอกวางท่าสง่างามราวกับสุภาพบุรุษอังกฤษ เอาเข้าจริง ๆ มันก็ไอ้พวกหยิ่งผยองหลงตัวเองพอ ๆ กันและยังเจ้าเล่ห์เพทุบายเป็นที่หนึ่ง มีแต่นายอาคิระ อุสึมิเท่านั้นที่ค่อยยังชั่วหน่อยเพราะมีนิสัยเปิดเผยอยู่บ้างแต่ความที่เป็นคนพิการหลังค่อมก็เลยไม่น่าดู พอสามคนมาเจอกันเข้าก็มีเรื่องทะเลาะกันตลอด ยายทามาโอะเห็นคนทะเลาะกันแบบนั้นเป็นเรื่องสนุกก็เลยชวนมาประชันกัน แต่ผมทนไม่ไหว เดี๋ยวก็รวนกัน จ้องหน้าเอาชนะคะคานกัน นายอาคิระหลังค่อมนั่นบางทีก็โกรธเอาจานชามเขวี้ยงลงพื้นแตกกระจาย คุณคิดดูนะคนหนึ่งพอเห็นอีกคนเดินมาก็สะบัดหน้าเดินหนี แล้วจะไม่ให้ผมหงุดหงิดได้ยังไง จิตใจไม่มีวันสงบพอจะนั่งอ่านหนังสือเป็นเรื่องเป็นราวได้หรอก ผมนึกขึ้นมาได้ถึงพวกเราที่อพยพหลบภัยมาอยู่บ้านผมตอนสงคราม เลยอยากรวบรวมสมัครพรรคพวกหน้าเก่าไปอยู่ด้วยกันตลอดหน้าร้อน คิดว่าเป็นโอกาสดีเพราะร้านดื่มกินในโตเกียวส่วนใหญ่ปิดกันหมด พวกนั้นก็อยากให้มาเพราะท่าทางจะเหงาอยู่เหมือนกันและถ้าพวกคุณมาผมกับคนที่บ้านก็จะได้ผ่อนคลายบ้าง อยู่กับพวกนั้นมันอึดอัดจริง ๆ ขอบอก ถ้าได้เพื่อนเราอย่างโมคุเบกับโคโรกุ มาอยู่ด้วยก็จะช่วยได้มาก ช่วยคลายเครียด โดยเฉพาะคุณผมอยากให้มาจริง ๆ โมคุเบกับโคโรกุตกลงแล้ว มะรืนนี้เราจะออกเดินทางไปด้วยกัน”

“คุณอุสึงิก็ไปด้วยหรือ”

“แน่นอน คุณโคโชก็ไปด้วย รายนี้ถึงขนาดลาหยุดการแสดงละครเวทีรอบฤดูร้อนเพื่อไปกันเลยทีเดียว”

อาคิโกะ อุสึงิ นักประพันธ์สตรีซึ่งตอนนี้อยู่กับโมคุเบ มิยาเกะ ผู้เชี่ยวชาญวรรณคดีฝรั่งเศสนั้น แต่เดิมเคยเป็นภรรยาของคาซุมะ ทั้งสองขอเจรจาแยกทางกันอย่างสันติ และเนื่องจากเป็นคนในวงการวรรณกรรมด้วยกันความสัมพันธ์หลังจากนั้นจึงงดงาม คนที่เป็นปัญหาไม่ใช่คาซุมะแต่กลับเป็นวานิ โมชิซึกิ ระหว่างอพยพหลบภัยอาคิโกะ อุสึงิซึ่งยังเป็นภรรยาของคาซุมะกับโมคุเบ มิยาเกะ ได้พูดจาตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าพอสงครามเลิกจะพากันเข้าไปอยู่โตเกียว ซึ่งคาซุมะก็ยินยอมพร้อมใจที่จะหย่า เพราะเดิมทีเขาไม่ค่อยจะอินังขังขอบกับอาคิโกะอยู่แล้วจึงแทบจะไม่มีเยื่อใยเอาเลย

อาคิโกะเป็นผู้หญิงที่มากด้วยอารมณ์พิศวาท ระหว่างอพยพหลบภัยหล่อนใกล้ชิดสนิทสนมกับวานิมากกว่าโมคุเบ แต่ วานิเป็นเสือผู้หญิงประเภทที่ไม่ใส่ใจเลยว่าจะเป็นลูกเขาเมียใคร และตอนนั้นก็กำลังมีอะไร ๆ อยู่กับทามาโอะ แล้วยังไปยุ่งกับหญิงรับใช้และลูกสาวชาวบ้านละแวกนั้นด้วย เรียกได้ว่าร่านไปทั่วทุกสารทิศ อิคิโกะจึงระอาเพราะกว่าจะได้ลิ้มรสความใกล้ชิดกับเขาก็เหมือนกับกินผลไม้หรือขนมหลังอาหารเท่านั้น เธอจึงผละจากเขาไปหาโมคุเบทั้ง ๆ ที่ใจจริงนั้นใฝ่หาวานิอยู่ไม่เสื่อมคลาย เพราะนอกจากจะเป็นนักประพันธ์ยอดนิยมในยุคนั้นแล้ว ความกักขฬะ หยิ่งจองหองไร้มารยาทและป่าเถื่อนของวานิดูเหมือนจะเป็นเสน่ห์ประทับใจหญิงผู้มีอารมณ์พิศวาทร้อนแรงอย่างอาคิโกะไม่น้อยเลยทีเดียว โมคุเบ รู้ดีว่าการที่หญิงซึ่งมีอะไรบางอย่างดูโง่เขลาเหมือนกับตุ๊กตาหุ่นที่ถูกชักเชิดด้วยสัญชาติญาณอย่างอาคิโกะไปบ้านพักบนภูเขากับวานินั้น อะไร ๆ คงจะไม่จบเพียงแค่นั้นแน่ แต่เขาผู้วางท่าเป็นนักวิชาการผู้ฉลาดปราดเปรื่องก็ยังหลงรักหล่อน ยอมให้หล่อนปั่นหัวอยู่อย่างนั้นขณะที่อกแทบจะแตกด้วยความริษยา เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าโมคุเบบ้ามากที่รับคำชวนของคาซุมะครั้งนี้

ผมเข้าใจเหตุผลที่คาซุมะสาธยายมาทั้งหมดว่าทำไมเขาจึงเชิญพวกเรา แต่คิดว่าน่าจะมีเหตุผลอื่นแฝงอยู่ และเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดในส่วนตัวของเขาที่ทำให้คิดวางแผนนี้ขึ้นมา ผมแน่ใจเป้าหมายต้องอยู่ที่ โคโช นางเอกละครคนนั้น ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเขาอยากเชิญหล่อนมาที่บ้านเท่านั้นเอง

โคโช อาคาชิ คือภรรยาของ โคโรกุ ฮิโตมิ นักเขียนบทละคร หล่อนเป็นดาราที่มีเสน่ห์ยั่วยวนแพรวพราวไปทั้งตัว แม้จะผู้หญิงที่เร่าร้อนไปด้วยกามารมณ์แต่หล่อนก็เกลียดผู้ชายกักขฬะ ป่าเถื่อนอย่างวานิ กลับไปชอบผู้ชายประเภทนักวิชาการที่ดูอ่อนต่อโลก คนขี้ขลาดและทำอะไรอืดอาดไม่ทันใจอย่างคาโรกุ ฮิโตมิ ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นคนใจดีสนิทชิดเชื้อด้วยง่ายแต่พอเอาเข้าจริง ๆ ก็สมาคมด้วยยาก โคโชจึงชอบคาซุมะ ซึ่งหากคาซุมะรุกเต็มที่หล่อนก็พร้อมที่จะสลัดโคโรกุทิ้ง แล้ววิ่งเข้าหาเขาทันทีเลยทีเดียว

ช่วงนั้นคาซุมะกลายเป็นคนขี้ขลาดไปจริง ๆ อาคิโกะ อุสึงิ ที่เคยเป็นภรรยาของเขาทิ้งเขาไปหาโมคุเบ มิยาเกะคู่รักใหม่ ถึงจะบอกตัวเองว่าไม่มีเยื่อใยกับเจ้าหล่อน แต่การถูกผู้หญิงทิ้งมันทำให้จิตใจห่อเหี่ยวเหลือประมาณ คนที่อพยพมาหลบภัยที่คฤหาสน์พากันแยกย้ายกลับไปเมื่อสงครามเลิก โคโรกุกับโคโชก็กลับไปด้วยกัน ตอนนั้น จิตใจของเขายังหาญกล้าอยู่ด้วยอุดมการณ์สูงส่งที่ว่าคู่รักสุดปรารถนาของเขาคือความเดียวดาย เขายืนส่งทุกคนกลับออกไปจากคฤหาสน์และเก็บตัวอยู่กับความเดียวดายอย่างสุขสม

คาซุมะเดินทางเข้าโตเกียวประมาณเดือนละครั้งหรือสองเดือนครั้ง ความเปลี่ยนแปลงของสังคมโดยรอบมีอิทธิพลอย่างมากต่อจิตใจของเขาทุกครั้งที่ไปเยือน คาซุมะพบกับอายะกะ ภรรยาคนปัจจุบันของเขาเมื่อราวฤดูใบไม้ผลิต้นปีที่แล้วเห็นจะได้ อายากะ ดูเหมือนจะเคยแต่งกลอนมาบ้างสมัยเป็นนักศึกษา ดังนั้นความเป็นกวีเอกแห่งกลุ่มปรีชาญาณอันมีเอกลักษณ์ของคาซุมะจึงเป็นเสน่ห์ประทับใจสาววรรณศิลป์อย่างหล่อน ถึงกับชวนเพื่อน ๆ ไปเยี่ยมเยือนเขาสามสี่ครั้ง ความจริงอายากะมีความรู้เชิงกวีเพียงงู ๆ ปลา ๆ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการกวีเลยแม้แต่น้อย และพอเรียนจบหล่อนก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนคาซุมะอีกเลย

ตอนพบกันอีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว อายะกะอยู่กับโคอิชิ โดอิ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นจิตรกรอัจฉริยะเจ้าของภาพเขียนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมากเป็นที่นิยมกันในวงกว้าง แต่ผมไม่ยักคิดอย่างนั้น ศิลปะการวาดภาพเแบบเหนือจริงของแม้มีพลังโหมไฟสวาทให้โชติช่วงในเวลาเดียวกันก็ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอ่านบทกวีที่เศร้าสร้อย แต่ภาพเขียนของจิตรกรคนนี้ไม่มีทั้งความเดียวดายหรือความทุกข์ทรมานที่เกิดจากความว่างเปล่าในจิตใจแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย โคอิชิ โดอิเป็นเพียงพ่อค้าหัวแหลมคนหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญเป็นเอกในการวาดภาพระบายสีตามแนวนิยมของยุคสมัย ความสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในผลงานของเขาจึงมีแนวโน้มไปในเชิงพาณิชย์อย่างมาก นอกจากนั้นเขายังเป็นนักการตลาดตัวยง ช่วงหลังสงครามจิตรกรส่วนใหญ่ต่างมีชีวิตอยู่อย่างลำบากยากแค้น แต่เขากลับอยู่รอดและดังขึ้นมาได้ด้วยการเสนอผลงานภาพวาดประกอบนวนิยายอย่างไม่เลือกค่าย รวมทั้งชูความเป็นอัจฉริยะเอกลักษณ์เป็นจุดขาย

คาซุมะกลายเป็นคนละคนกับที่เคยเป็นมา ความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยดูเหมือนจะเบิกทางให้เขาปลดปล่อยอะไร ๆ ที่เคยกดกลั้นเอาไว้ออกมา เขาถูกแย่งเมียไปต่อหน้าต่อตาและนั่นเป็นพลังผลักดันให้เขาฮึดสู้ขึ้นมาด้วยความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่แคร์อีกต่อไปแล้วว่าผู้หญิงคนไหนมีคู่ครองแล้วยัง

อะยะกะเป็นคนสวยเลิศ มีนิสัยชอบเที่ยวไปอย่างอิสระเสรี และเกลียดการตื้อไม่ยอมเลิก สำหรับคะซุมะนั้นแม้บางครั้งจะเห็นหล่อนจะนิ่วหน้าให้กับปณิธานอันล้ำลึกและการเปลี่ยนท่าทีที่ไม่เข้ากับอุปนิสัยของเขา แต่ผู้หญิงเจ้าสำราญอย่างเธอเกลียดความยากจนอย่างไม่มีใดเทียม โคอิชิ ดาอิเป็นจิตรกรรายได้ดีเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ในวงการด้วยการวาดภาพประกอบนวนิยาย แต่ก็ไม่มากพอเมื่อเทียบกับระดับค่าครองชีพ ถุงเท้าแพรแม้แต่คู่เดียวก็ซื้อให้เธอไม่ได้ ส่วนคะซุมะนั้นเกิดมาบนกองเงินกองทองในตระกูลเศรษฐีที่มีกิจการผลิตเหล้าสาเก มีป่าไม้บนภูเขาเป็นพัน ๆ ไร่ ทั้งตอนนี้ยังมีเงินผันมาจากตลาดมืดอีกไม่รู้ว่าเท่าไรต่อเท่าไร ทุกครั้งที่เข้าโตเกียวเขาจะหยิบธนบัตรจากตู้เซฟมาเป็นฟ่อนโดยไม่บอกก็ไม่รู้ว่าเงินลดลงไป ฟ่อนธนบัตรที่เหมือนกระดาษเช็ดน้ำมูกสำหรับคะซุมะนั้นมันมากถึงเจ็ดแปดหมื่นเยนซึ่งเป็นจำนวนที่เหนือจินตนาการของคนระดับล่างอย่างเรา ๆ แล้วอย่างนี้อะยะกะผู้รักการเที่ยวสนุก อาหารอร่อย เสื้อผ้าและสิ่งของหรูหราราคาแพงจะหลงรักใครมากไปกว่าเงิน หล่อนตัดขาดกับโคอิชิ โดอิอย่างไม่มีเยื่อใยแล้วแต่งงานอย่างเป็นทางการกับคาซุมะตอนปลายฤดูใบไม้ร่วงช่วงสิ้นปีที่แล้วนี้เอง
โปรดติดตามตอนต่อไป...


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...