xs
xsm
sm
md
lg

รหัสรักจากอเวจีตอนที่ 19 มายาอาถรรพ์ (ต่อ)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บทประพันธ์ของ เอโดงาวะ รัมโป (1894-1965)
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์ อัศวเสนา

หรือด้วยฤทธิ์พิศวาส..รหัสปริศนาที่ถูกทิ้งไว้จึงมีมนต์มายาราวกับส่งสัญญาณขึ้นมาจากอเวจี

...นายฮิเมดะมายืนคอยอยู่ใต้ต้นสนเดี่ยวตรงตามเวลาที่นัดไว้กับเธอ เธอคงจะเล้าโลมร่วมรักกับเขาอย่างสมใจเลยละมัง ฉันรู้ว่าเธอจะต้องตื่นเต้นระทึกใจกับฉากรักที่อาจหาญท้าทายฟ้าดินอย่างนั้นไม่น้อยเลย จริงไหม”

ยูมิโกะนิ่งฟังพร้อมกับจ้องจับไปที่ใบหน้าของนักสืบอาเกจิขณะพูดไม่วางตา และพยักหน้าตอบคำถามที่ควรแก่การอับอายนั้นอย่างไม่ลังเล

“พอเล้าโลมจนครบถ้วนทุกลีลาจนอิ่มใจแล้ว เธอก็ผลักเขาลงหน้าผาไป นายฮิเมดะนึกไม่ถึงว่าจะโดนแบบนี้จึงไม่มีการระแวดระวัง เปิดช่องว่างเต็มไปหมดให้เธอจัดการจนบรรลุเป้าหมายอย่างง่ายดาย จากนั้นเธอก็วิ่งฉิวกลับไปตามทางเดิม ปีนกลับห้องชั้นบนด้วยวิธีเดิม เปลี่ยนชุดปลอมตัวเป็นชุดเดิม ปิดเครื่องบันทึกเสียง แล้วนั่งลงดีดเปียโนจริง ๆ หลังจากนั้นนายโองาวาระก็กลับมา ขึ้นมาส่องกล้องสองตาด้วยกัน แล้วก็มีการโยนหุ่นลงมาจากหน้าผา ตามลำดับ

กรณีของนายมูราโคชิก็เหมือนกัน เมื่อคิดว่าเธอเป็นฆาตกรตัวจริงแล้วทุกอย่างมันเข้าล็อกเหมาะเจาะพอดีกว่าจะเป็นท่านสามีของเธอ เธอเป็นคนสั่งให้นายคนนั้นย้ายมาอยู่ที่คันนามิโซตามแผนที่วางไว้อย่างแนบเนียน และคนที่สั่งให้เขาไปหาปืนพกมาให้ก็คือเธอ สำหรับนายมูราโคชินั้นไม่ว่าเธอจะสั่งอะไรเป็นต้องสนองความต้องการทันทีทุกอย่างไปโดยไม่คำนึงว่าจะสมเหตุสมผลหรือไม่

วันนั้นนายโองาวาระเข้าไปอยู่ในห้องทำงานตั้งแต่ประมาณทุ่มหนึ่ง เธอเอาน้ำชาเข้าไปให้ราวทุ่มครึ่ง จากนั้นจนถึงเวลาฟังวิทยุในห้องรับแขก นายโองาวาระไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันว่าเขาอยู่ที่ไหนในช่วงเวลานั้น แต่ไม่ใช่นายโองาวาระคนเดียวตัวเธอเองก็ไม่มี เธอบอกว่าอยู่ในห้องส่วนตัวแต่จริง ๆ แล้วสามารถไปไหนมาได้อย่างอิสระโดยเข้าออกทางหน้าต่างเช่นเดียวกับกรณีของนายโองาวาระที่เธอเองเขียนเอาไว้ในไดอารี่

เธอไปฟังรายการถ่ายทอดเสียงการแสดงไวโอลินกับนายมูราโคชิที่คันนามิโซเป็นเวลา ๒๐ นาที ระหว่างนั้นเธอคงจะเล้าโลมเล่นรักกับนายมูราโคชิประกอบเสียงไวโอลินอันไพเราะจับใจกันจนช่ำใจ การที่เธอเลือกวันที่มีการถ่ายทอดเสียงการแสดงไวโอลินนั้น เป็นแผนสองชั้น คือสร้างหลักฐานยืนยันที่อยู่ขณะเกิดเหตุฆาตกรรม กับหวังที่จะใช้เสียงไวโอลินอันไพเราะจับใจเป็นเพลงประกอบการเล้าโลมเล่นรักกับนายมูราโคชิ...คิดว่าฉันคงจะมองไม่ผิด
พอรายการแสดงไวโอลินจบลงและวิทยุส่งสัญญาณเทียบเวลาสามทุ่ม การเล้าโลมเล่นรักก็เปลี่ยนเป็นการฆาตกรรมทันที เธอหยิบปืนขึ้นมาทันใดเล็งไปที่หน้าอกของนายมูราโคชิแล้วเหนี่ยวไก

หลังจากนั้นก็เป็นไปตามที่เธอเขียนไว้ในไดอารี่ เพียงแต่เอาชื่อเธอใส่ลงไปแทนชื่อนายโองาวาระเท่านั้น การทำให้นาฬิกาหลายเรือนบอกเวลาช้าไปไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอ เธอเขียนตารางเวลาของคืนนั้นอย่างละเอียดไว้ในไดอารี่ใช่ไหม นั่นเป็นตารางเวลาที่เธอซึ่งเป็นฆาตกรทำขึ้นตอนวางแผนฆาตกรรมซึ่งกว่าจะเข้าที่ต้องปรับแก้หลายครั้งมาก จึงไม่ยากอะไรที่จะลอกเอามาลงไว้ในไดอารี่

กรณีของนายซานุกิเหยื่อรายที่สามก็เหมือนกัน เธอรู้ความเคลื่อนไหวของเขาผ่านทางนายมูราโคชิ วันก่อนที่จะลงมือฆ่านายมูราโคชิเธอหาเหตุผลอะไรสักอย่างเพื่อให้เขาล่อให้นายจิตรกรคนนั้นออกมา คิดว่าเป็นเวลาก่อนที่นายโองาวาระจะกลับจากงานเลี้ยงที่ยานางิบาชิมากอยู่ ริมแม่น้ำหลังโรงงานแถวสะพานเซ็นจูโอฮาชิเป็นที่เปลี่ยว พอพระอาทิตย์ตกดินก็ไม่มีใครผ่านไปมาจึงไม่ต้องรอจนดึก

ผมพิจารณาไตร่ตรองทีละประเด็นอย่างถี่ถ้วน และเมื่อวางตัวเธอเป็นฆาตกรทุกอย่างก็เข้าที่อย่างไม่คลาดเคลื่อน แต่นั่นไม่มีอะไรมากไปกว่าความเป็นไปได้ จึงจำเป็นต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้แน่ชัดลงไป นอกจากนั้นถ้าเธอเป็นฆาตกรตัวจริง คดีฆาตกรรมก็อาจเกิดขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจำเป็นต้องหาทางป้องกัน ผมเองตอนนี้กำลังคึกที่จะออกผจญภัยสืบจับคนร้ายอีกครั้งหลังจากที่วางมือไปนาน

จะบอกให้ว่าตอนนี้ผมจับหลักฐานได้แล้ว เธอกำลังจะฆ่าทาเคฮิโกะ ตอนที่กำลังลงมือฆ่าเขานั้นเธอพูดอะไรที่ฟังดูเป็นปริศนา แต่ก็หลุดอะไรที่เป็นเรื่องสำคัญออกมา เพราะคงคิดว่าไหน ๆ ก็จะจะตายไปแล้วพูดอะไรให้ฟัง ๆ ไปคงไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ฉันแอบอยู่ตรงผนังด้านโน้นได้ยินหมดทุกถ้อยคำ และแน่ใจว่าฉันคิดไม่ผิดที่ชี้ว่าเธอคือฆาตกร

ยังมีอีกคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย นั่นก็คือนายโองาวาระ ท่านสามีของเธอ ไดอารี่เล่มนั้นเองที่ทำให้ฉันหวาดกังวล เธอต้องการให้ฉันอ่านไดอารี่เล่มนั้นจึงใช้อุบายหลอกให้ทาเคฮิโกะเอามาให้ฉัน แต่เธอคิดตื้น ๆ ว่าฉันต้องเชื่อที่เธอเขียนไว้ในไดอารี่ทั้งอย่างนั้น ใช่ เธอวางแผนฆาตกรรมได้ลึกลับซับซ้อนไม่เลว แต่พิจารณาดู ดี ๆ แล้วเห็นว่ามีความไร้เดียงสาอยู่ไม่น้อย คือมีบางจุดที่แสดงให้เห็นว่าสนุกกับการวางกลอุบายซับซ้อนเกินความจริง สมุดไดอารี่ก็เหมือนกัน เธอเขียนเองแล้วก็หลงเคลิบเคลิ้มไปกับกลอุบายที่ตนเองวางไว้ หลงละเมอไปว่าฉันจะเชื่อตามนั้นไปทั้งหมด

แต่ที่เธอให้ฉันดูไดอารี่เล่มนั้นฉันมองเห็นอันตรายที่แฝงอยู่ การให้ฉันดูก็เท่ากับให้ตำรวจดู ซึ่งหมายความว่านายโองาวาระจะถูกตำรวจเรียกตัวไปสอบปากคำ ซึ่งก็จะต้องมีการถกเถียงกันกับเธอถึงเรื่องพยานหลักฐานต่าง ๆ จนในที่สุดความจริงก็จะเปิดเผยออกมา และเมื่อยิ่งเจาะลึกลงไปถึงความในที่มีแต่สามีภรรยาเท่านั้นที่รู้ กลอุบาย ต่าง ๆ ก็จะถูกตีแผ่ออกมา ตรงนี้แหละที่ฉันกลัว เพราะไม่ใช่เธอจะไม่รู้ว่าขั้นตอนมันต้องเป็นเช่นนั้น แต่ทำไมเธอถึงพยายามฉันได้อ่านไดอารี่เล่มนั้นทั้ง ๆ ที่รู้ ฉันคิดคำตอบได้อย่างเดียวคือ เธอตกลงใจฆ่านายโองาวาระเสียก่อนที่เขาจะถูกตำรวจเรียกไปสอบปากคำ นี่แหละที่ฉันกลัว

สมุดไดอารี่เล่มนั้นเป็นพยานว่านายโองาวาระเป็นฆาตกร แต่อีกด้านหนึ่งก็เกิดความจำเป็นที่จะต้องกำจัดนายโองาวาระเพื่อคงหลักฐานนั้นเอาไว้ วิธีเดียวที่จะทำให้สัมฤทธิ์ผลดังความตั้งใจทั้งสองทางก็คือนายโองาวาระต้องฆ่าตัวตาย และสมุดไดอารี่ก็จะเป็นหลักฐานที่สมบูรณ์ ส่วนทางด้านนายโองาวาระผู้สูงศักดิ์นั้น การเลือกจบชีวิตด้วยตนเองเมื่อความลับถูกเปิดเผยนั้น ไม่ใช่เรื่องผิดปกติวิสัยเมื่อมองจากสายตาของคนภายนอก ทุกอย่างก็จะจบลงที่การฆ่าตัวตายของนายโองาวาระ ส่วนเธอก็จะสบายใจไปทั้งชาติ แถมยังได้สมบัติมหาศาลของตระกูล โองาวาระมาครองทั้งสิ้นทั้งปวงด้วย ช่างเป็นแผนการที่แยบยลอะไรเช่นนี้

ทว่า นายโองาวาระซึ่งไม่ได้ลงมือฆ่าใครสักคนคงไม่คิดฆ่าตัวตายเอง เธอจะต้องวางแผนฆ่าเขาและอำพรางคดีให้เห็นว่าเป็นการฆ่าตัวตายแน่นอน ฉันคิดว่าเธอต้องการกำจัดท่านสามีเป็นที่สุดถึงกับคิดที่จะยืมมือทาเคฮิโกะให้เป็นคนฆ่า ซึ่งนั่นเป็นแรงจูงใจเพียงพอสำหรับทาเคฮิโกะที่หลงรักเธออย่างหัวปักหัวปำ ฉันมองสถานการณ์แล้วเป็นห่วงนายโองาวาระมากกว่าทาเคฮิโกะ จึงปลอมตัวลอบเข้าไปในคฤหาสน์เคลื่อนไหวได้ทันเหตุการณ์คืนนี้”
ยูมิโกะนิ่งฟังโดยไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว ตามองไปที่ริมฝีปากได้รูปของนักสืบอาเกจิที่ขยับไม่หยุด เธอยอมรับความจริงทั้งหมด รู้สึกเกรงขามความมีสติปัญญาเฉียบแหลมของนักสืบรูปงามที่เจาะลึกเข้าไปในใจนางอย่างที่ไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อน ระคนความเลื่อมใสในบุคลิกจนดูเหมือนจะหลงรักเขาเข้าแล้วอย่างรุนแรง

“วันนี้นายโองาวาระขับรถเองออกไปข้างนอก ซึ่งเธอไม่ยอมปล่อยโอกาสให้เสียไปเปล่า ๆ เธอรู้ว่าท่านสามีไปงานเลี้ยงตอนกลางคืนจึงวางแผนให้ดูเหมือนว่า ตอนขากลับจากงานเลี้ยงนายโองาวาระแวะมาที่หลุมหลบภัยแห่งนี้แล้วฆ่าทาเคฮิโกะเสีย ซึ่งเขาจะไม่มีหลักฐานแสดงที่อยู่ ณ เวลาเกิดเหตุ เวลาที่ทาเคฮิโกะสิ้นใจกับเวลาที่นาย โองาวาระกลับถึงบ้านจะไม่มีวันตรงกันได้ และเวลาที่พบศพทาเคฮิโกะที่นี่พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ เจ้าหน้าที่จะสันนิษฐานเวลาสิ้นใจตายที่แน่นอนได้ยาก น่าจะคลาดเคลื่อนอยู่ภายในราวหนึ่งชั่วโมง จึงมาต้องกังวลอะไร แล้วยิ่งหาของส่วนตัวอะไรเล็ก ๆ ของท่านสามีมาทิ้งเอาไว้บนพื้นที่เกิดเหตุด้วย ก็จะยิ่งง่ายกันไปใหญ่

กรณีนี้ก็เหมือนกัน ถ้าปล่อยให้ท่านสามีถูกเรียกตัวไปสอบปากคำก็จะต้องยุ่งแน่ เพราะคนที่ไม่ได้ฆ่าใครจะพูดอะไรออกมาก็ไม่รู้ได้ จึงต้องจัดการให้ฆ่าตัวตายเสียก่อน เธอต้องมีวิธีอยู่ในใจแล้วแน่ ฉันไม่สามารถอ่านใจเธอออกแต่คิดว่าวิธีง่ายที่สุดน่าจะเป็นการวางยาพิษ คือเอาใส่มาในน้ำชาที่เธอเอามาให้เขาที่ห้องทำงานทุกคืนนั่นแหละ แล้วก็คอยเฝ้าดูจนเห็นว่านายโองาวาระสิ้นใจตายแน่แล้ว ก็เอามีดมาแงะกุญแจสมุดไดอารี่ให้หลุดออก เปิดหน้าที่เธอเขียนถึงพฤติกรรมการฆ่าของเขาโยนเอาไว้บนโต๊ะข้างศพก็เป็นอันว่าเสร็จ สมุดไดอารี่จะเป็นเหมือนคำสารภาพ และอธิบายสาเหตุการฆ่าตัวตายของนายโองาวาระได้เป็นอย่างดี คือเป็นการจัดฉากตบตาให้ใคร ๆ เห็นว่านาย โองาวาระไปพบไดอารี่เล่มนี้เข้าจึงเอามีดแงะกุญแจเปิดออกอ่าน พบว่าความลับของตนไม่เป็นความลับต่อไปอีกแล้วไม่มีทางหนีรอด จึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย
ยูมิโกะ เท่าที่ฉันพูดมาทั้งหมดนี้มีอะไรต้องแก้ไขไหม”
นักสืบอาเกจิ
ยูมิโกะยังมองใบหน้าของนักสืบอาเกจิด้วยแววตาที่แสดงความหลงใหลอยู่อย่างนั้น นางพยักหน้าเหมือนเด็ก ๆ แล้วยิ้มอย่างไม่รู้ว่าหมายความว่าอย่างไร

ทาเคฮิโกะก็จ้องหน้านักสืบอาเกจิตาค้างไปเหมือนกัน ชายหนุ่มตกอยู่ในอาการคิดไม่ออกบอกไม่ถูก แต่ที่แน่ ๆ คือคำพูดของนักสืบเอกไม่ได้ทำให้ความรักที่เขามีต่อคุณนายโฉมงามเปลี่ยนไปเลย เขาเริ่มคิดฟุ้งซ่าน...อยากฆ่านักสืบอาเกจิเสียแล้วพายูมิโกะหนีกันไปสองคนให้ไกล ไม่ใช่ซิ..กอดยูมิโกะตายกันสองคนดีกว่า แต่ก็ได้แต่คิดเพราะขณะนี้เขาไม่มีกำลังที่จะทำอะไรให้เป็นจริงขึ้นมาได้แม้แต่น้อย

“ยูมิโกะ กลอุบายของเธอบางช่วงตอนดูเหมือนของเด็กอ่อนหัด ซึ่งน่าจะเป็นเพราะได้อิทธิพลมาจากรสนิยมของนายโองาวาระที่ชอบนิยายสืบสวนกับมายากลเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าไม่ใช่คนที่อ่านหนังสือพวกนั้นมามากมายก็คงวางกลอุบายไม่ได้อย่างนี้”

นักสืบอาเกจิพูดต่อ

“แต่อาชญากรตั้งแต่โบราณนานมาถึงจะมีสติปัญญาบ้างแต่ก็มักจะทำอะไรโง่ ๆ เหมือนเด็กอ่อนหัด แต่ถ้ามองในแง่นี้กลอุบายของเธอดูเข้าท่าทีเดียว ฉันเองนาน ๆ ทีถึงจะเจออะไรที่ท้าทายแบบนี้

ฆาตกรส่องกล้องสองตาดูการฆ่าของตนเอง ฟังวิทยุรายการเดียวกันที่สถานที่แห่งอื่นหลังออกอากาศไปแล้ว ๔๕ นาที ทั้งสองรายเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ดังนั้นฆาตกรจึงมั่นใจว่าตนอยู่ในภาวะปลอดภัยอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่เท่านั้น เธอเป็นคนที่ไม่มีอะไรเป็นแรงจูงใจให้ฆ่าใครเลยในขณะที่นายโองาวาระมีอยู่เพียบ ดังนี้เธอจึงจัดฉากให้เห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่มองว่านายโองาวาระเป็นฆาตกรไม่ว่าจะเป็นการฆาตกรรมรายใด เพราะเธอได้วางกลอุบายซับซ้อนไว้ถึงสองชั้นสามชั้น ฉันต้องยอมยกนิ้วให้กับสติปัญญาที่เหมือนเด็กอ่อนหัดของคุณครั้งนี้ ฉันนึกถึงคำภาษาจีนที่ว่า “เก็งงิ” ที่หมายถึงมายากลขึ้นมาได้ งานนี้ของคุณจัดเป็นมายากลชุดใหญ่ทีเดียว และเธอก็เป็น มายากรฝีมือเป็นเลิศของวงการ

เธอไม่มีแรงจูงใจให้ฆ่าใครแม้แต่น้อย นายมูราโคชิเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดนั้น อาจมองได้ว่าต้องฆ่าปิดปากเสียเพื่อไม่ให้ความลับรั่วไหล แต่ดูจากนิสัยแล้วนายมูราโคชิไม่ใช่คนที่จะเอาความลับของใครไปโพนทะนา ดังนั้นก็เกือบไม่มีแรงจูงจะใจอะไรให้ต้องฆ่าเขา เท่าที่เห็นดูเหมือนว่าเธอจะเป็นฆาตกรที่ฆ่าโดยไม่มีแรงจูงใจมาตลอด ตรงนี้แหละที่ฉันไม่เข้าใจ ต้องยอมแพ้และขอถามเธอตรง ๆ

ฉันเป็นนักสืบมานานแต่ไม่เคยเจอคดีแปลกประหลาดอย่างการฆาตกรรมต่อเนื่องที่ไม่มีแรงจูงใจให้ฆ่าแบบนี้มาก่อน เธออาจเป็นคนที่มีอุปนิสัยผิดปกติแต่ก็ไม่ใช่คนวิกลจริต น่าจะมีแรงจูงใจที่แปลกประหลาดอะไรสักอย่างที่นึกไม่ถึงซ่อนอยู่ในตัวเธอ นั่นเป็นเรื่องที่ฉันอยากถามเธอ...ยูมิโกะ ฉันอยากฟังคำสารภาพความจริงจากเธอ”


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...