xs
xsm
sm
md
lg

รหัสรักจากอเวจี ตอนที่ 18 หลุมหลบภัย (ต่อ)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บทประพันธ์ของ เอโดงาวะ รัมโป (1894-1965)
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์ อัศวเสนา

หรือด้วยฤทธิ์พิศวาส..รหัสปริศนาที่ถูกทิ้งไว้จึงมีมนต์มายาราวกับส่งสัญญาณขึ้นมาจากอเวจี

“พยายามเล่นละครเท่าที่จะทำได้ แล้วก็พบปะกับคุณนายต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ”
ทาเคฮิโกะหน้าแดง ความอายที่แอบซ่อนอยู่ขณะต้องสนใจกับเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า กลับมาอีกครั้ง
ชายหนุ่มกลับจากอพาร์ตเม้นต์ของนักสืบอาเกจิมาถึงบ้านราวสามทุ่มครึ่ง คอยจนกระทั่งสามีภรรยาเข้าห้องนอนแล้วจึงค่อย ๆ ย่องเข้าไปในห้องนั่งเล่นของคุณนาย แล้ววางสมุดไดอารี่คืนไว้ในลิ้นชักตามเดิม

รุ่งขึ้นวันที่ ๒๐ เหตุการณ์ปกติ จนกระทั่งบ่ายวันที่ ๒๑ คุณนายยูมิโกะเข้ามาหาทาเคฮิโกะถึงในห้องซึ่งน้อยนักที่เธอจะทำเช่นนั้น ทั้งนี้เพราะทาเคฮิโกะพยายามหลบหน้าเธอมาตั้งแต่เมื่อวาน ทำให้ไม่มีโอกาสได้พบกัน พอดีวันนี้ท่านออกไปทำธุระนอกบ้านโดยไม่ได้เอาทาเคฮิโกะติดไปด้วย เธอจึงถือโอกาสเข้ามาหาชายหนุ่ม

คุณนายยูมิโกะค่อย ๆ งับบานประตูเข้ามาเงียบ ๆ เดินเข้ามาที่โต๊ะทำงานของชายหนุ่มแล้วจ้องมองลงมานิ่งนานก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“วันนี้ท่านบอกว่าจะกลับดึกหน่อย”

แล้วเงียบไปเหมือนทิ้งจังหวะให้อีกฝ่ายหนึ่งคิด...งามแท้ ถึงตอนนี้จะรู้ซึ้งทั้งสิ้นทุกซอกมุมของร่างระหงตรงหน้านี้แล้ว แต่ก็ยังตะลึงชาไปทั้งตัวกับความงามอันไม่เสื่อมคลาย ทาเคฮิโกะลืมตัวเมื่อเห็นวงหน้างามที่น้อมลงมาชิดใกล้ ตกอยู่ในภวังค์ล้ำลึก ไม่มีแรงแม้แต่น้อยนิดที่จะต้านทาน

“เลยอยากไปพบกันข้างนอกสักครั้ง เข้าใจใช่ไหม”

คุณนายโฉมงามคงไม่รู้ตัว แต่คำว่า “ไปพบกันข้างนอก” ของเธอนั้นเป็นเสมือนน้ำมันที่ราดลงไปบนกองเพลิงแห่งความริษยาที่คุกรุ่นอยู่กลางใจทาเคฮิโกะผู้ได้อ่านไดอารี่มาแล้วแทบทุกถ้อยคำ เร่งให้ลุกโพลงขึ้นมาระคนกับเพลิงพิศวาสรสหวานชื่นที่มาดหมาย จนใจหนุ่มร่านสวาทรุนแรง

“วันนี้ตอนห้าโมงเย็นคุณออกไปคอยฉันที่หน้าสถานีอิชิงายะนะ ฉันจะนั่งรถแท็กซี่ผ่านตรงนั้นห้าโมงพอดี คุณขึ้นมาได้เลย แล้วเราจะไปที่หนึ่งกัน เข้าใจนะคะ”

ทาเคฮิโกะย่อมไม่ปฏิเสธ

ชายหนุ่มไปถึงสถานีอิชิงายะก่อนห้าโมงเย็นเล็กน้อยและออกไปยืนที่ริมถนนใหญ่หน้าสถานี จ้องมองรถที่แล่นผ่านอย่างใจจดใจจ่อ บริเวณรอบ ๆ เริ่มมืดสลัวขับแสงจากดวงไฟที่เรียงรายสองฟากถนนให้แจ่มกระจ่างขึ้น

รถแท็กซี่คันหนึ่งแล่นมาจอดตรงหน้าเมื่อเวลาห้าโมงตรง ทาเคฮิโกะก้าวขึ้นรถอย่างไม่รีรอทันทีที่คุณนายเปิดประตูรถออกมากวักมือเรียก

คุณนายยูมิโกะแต่งชุดออกจากบ้านตามปกติไม่ได้ปลอมตัวเหมือนเวลาออกไปกับฮิเมดะ และทันทีที่ชายหนุ่มขึ้นไปนั่งเคียงกันบนเบาะหลัง ทั้งสองก็เกาะกุมมือกันแน่น

“เราจะไปไหนกันหรือครับ”

“เดี๋ยวก็รู้ว่าวิเศษแค่ไหน”

รถแท็กซี่แล่นผ่านเข้าไปในบริเวณที่เคยเป็นเขตโคจิมาจิ พอเลยช่วงระหว่างหมู่ที่ ๑ กับ หมู่ที่ ๖ มาได้ประมาณห้าหกนาทีคุณนายก็บอกคนขับให้จอด ตรงที่ด้านหนึ่งเป็นกำแพงรั้วยาวเหยียดของคฤหาสน์หลังใหญ่ ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นทุ่งกว้างมีหญ้าขึ้นรก พอลงจากรถจ่ายเงินเรียบร้อยคุณนายก็บอกให้รถกลับไป

ในเขตโคจิมาจิมีที่ดินของบ้านหลายหลังที่ถูกไฟสงครามเผาผลาญและเจ้าของไม่ยอมขาย ตรงนี้ก็เช่นกันที่ดินแปลงนั้นกะคร่าว ๆ คงจะประมาณหนึ่งไร่ หญ้าขึ้นรกเต็มไปทั้งพื้นที่ ตรงกลางมีส่วนหนึ่งของอาคารก่ออิฐที่หักพังเหลืออยู่

“มาทางนี้”

ยูมิโกะเดินนำหน้าบุกเข้าไปในพงหญ้า ที่ดินแปลงนี้ล้อมไว้ด้วยรั้วลวดหนาม แต่ก็พังไปเป็นบางส่วนจึงเข้าไปได้โดยง่าย

ค่ำแล้ว ความมืดครอบคลุมไปทั่วบริเวณ เนื่องจากเป็นหน้าหนาวต้นหญ้าจึงแห้งไม่สูงท่วมเข่า แต่การเดินบุกเข้าไปในทุ่งหญ้ามืด ๆ เช่นนั้นไม่ใช่เรื่องรื่นรมย์แม้แต่น้อย แล้วยิ่งมีหญิงโฉมงามและสูงศักดิ์อย่างคุณนายโองาวาระเดินนำหน้าบุกสวบ ๆ ดุ่มไปข้างหน้าด้วยแล้วยิ่งเป็นภาพประหลาดที่เห็นแล้วอดขนลุกไม่ได้...คุณนายจะพาหนุ่มคนรักไปไหน

“ใต้กองอิฐนั่นเป็นหลุมหลบภัยทางอากาศสร้างด้วยคอนกรีต กว้างทีเดียวแหละ ฉันหาพบตอนผ่านมาแถวนี้เมื่อวันก่อน”

หญิงงามผู้นี้ทำตัวแปลก ๆ ราวกับว่าเป็นคุณนายนักผจญภัยหรือว่าคุณนายนักล่าสัตว์ นี่หมายความว่าเจ้าหล่อนเที่ยวตระเวนไปทั่วโตเกียวเพื่อหาที่นัดพบแปลกประหลาดอย่างไม่หยุดหย่อนอย่างนั้นหรือ

พอมาถึงกลางทุ่งหญ้า แม้จะอยู่ในความมืดยามค่ำคืนก็พอจะเห็นปากหลุมสี่เหลี่ยมเปิดอยู่ในดงหญ้าตรงนั้นได้ชัด

“ตรงนี้แหละ ฉันเตรียมไฟฉายมาด้วย ไม่เป็นไร นั่นคุณกลัวรึ”

ทาเคฮิโกะไม่กลัวแต่รู้สึกไม่ดีเอามาก ๆ จนขนลุก และอีกอย่างคืออะไรที่ประหลาดพิสดารแบบนี้ไม่ใช่รสนิยมของเขา แต่ทั้งหมดนั่นจะสำคัญอะไรในเมื่อผู้ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงนั้นคือคุณนายยูมิโกะ โฉมงามกับทุ่งร้าง…คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นชื่อภาพพิมพ์ของศิลปินสมัยเมจิสักคน แต่ไม่นะ...จัดเข้ากลุ่มหญิงแกร่งสักคนในโลกวรรณกรรมของเคียวกะในสมัยเมจิอาจเหมาะกว่า

จินตนาการที่เกิดจากการเชื่อมโยงเรื่องนั้นเรื่องนี้ยืดยาวไปไกลปลุกให้ทาเคฮิโกะตื่นตัวขึ้นมาสนใจกับสถานนัดพบแสนพิลึกแห่งนี้ พร้อมกับความปรารถนาที่พลุ่งพล่านขึ้นมารุมเร้าจนแทบยืนไม่อยู่

“ดับไฟฉายก่อนนะ เดี๋ยวใครผ่านมาเห็นเข้า เอาไว้เข้าไปข้างในก่อนค่อยเปิด”

ทั้งสองจูงมือกันเดินลงบันไดคอนกรีตเข้าไปหลุมมืด ๆ นั้น ขั้นบันไดเต็มไปด้วยดินและต้นหญ้าจึงลื่นมากถึงจะก้าวด้วยความระมัดระวังก็รู้สึกว่าจะไม่ไหว ลงไปได้แค่สองสามขั้นทาเคฮิโกะก็ลื่นล้มก้นกระแทกอยู่บนขั้นบันได “ตายจริง” ยูมิโกะร้อง แต่พอเอื้อมมือจะไปฉุดขึ้นมาตัวเองก็เลยล้มลงไปด้วย แล้วก็เลยกอดกันอยู่ตรงนั้น

ยูมิโกะโอบกอดทาเคฮิโกะไว้ในอ้อมแขนอันอ่อนละมุนกระชับแน่นอย่างหวงแหน ทาเคฮิโกะส่วนนั่นเล่าก็กอดร่างละมุนแนบชิดเข้ามาแนบแน่นปานกัน ริมฝีปากสองคู่สอดส่ายใฝ่หากันแล้วจุมพิตดูดดื่มอยู่ในความมืด กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเรือนกายที่คุ้นเคยกล่อมอารมณ์ของทาเคฮิโกะให้ตรึงติดไม่ละห่าง ไรขนอ่อน ๆ บนใบหน้าคนทั้งสองไหวตามลมหายใจแรง ๆ ของกันและกัน สะเทือนผิวกายให้วาบหวาม

ห้องกลางของหลุมหลบภัยมีลักษณะเป็นกล่องคอนกรีตมีพื้นที่ราว ๕ ตารางเมตร พื้นห้องที่เป็นคอนกรีตแห้งผากไม่รู้สึกชื้นอย่างที่คิดเลยสักนิด คงเป็นเพราะอยู่บนที่สูงน้ำจึงระบายออกไปได้ดี วันนี้นับว่าอากาศค่อนข้างอุ่นกว่าธรรมดาของเดือนธันวาคม และยิ่งมาอยู่ใต้ดินอย่างนี้ก็ยิ่งอุ่นกว่าในห้องธรรมดา

ทาเคฮิโกะอยู่ในห้องคอนกรีตสี่เหลี่ยมนี้หลายสิบนาที ว่ายวนอยู่ในห้วงแห่งความปรารถนาอย่างไม่รู้จบสิ้นเหนือจินตนาการใด ๆ ยูมิโกะผู้เดิมทีเริงฤทธิ์พิศวาสอย่างถึงใจไม่มีผู้ใดเทียมอยู่แล้วนั้นวันนี้เจ้าหล่อนแปรโฉมไป เป็นราวนางอัปสรเริงร่าอยู่ในโลกแห่งความฝันอันเร้นลับ ชายหญิงสองคนลอยระลิ่วไกลออกไปจากโลกของวันนี้ ท่องเที่ยวไปในโลกสมมติของตำนานเก่าแก่เกินกว่าจะนับวันเวลา บางเวลาคล้ายดังกับว่ากลับไปเป็นหญิงชายที่หยั่งรู้ถึงฤทธิ์พิศวาสเป็นคู่แรกในถ้ำอันมืดมิด

เมื่อแรกเข้ามาที่ห้องกลางของหลุมหลบภัยไฟฉายยังสว่างอยู่ แต่ไม่นานก็ดับวูบ ทาเคฮิโกะรู้สึกคล้ายหลายสิบนาทีภายในห้องคอนกรีตที่ตัดเสียงตัดแสงจากภายนอกนั้นราวกับช่วงชีวิตหนึ่งของเขา เหมือนกับว่าเขาเกิด เขาตาย และระหว่างนั้นได้สัมผัสกับความใคร่ในกามคุณที่ลี้ลับเหนือจินตนาการ

ภายในความมืดมิด ร่างขาวโพลนนิ่มเนียนของยูมิโกะพลิกเกี่ยวเลี้ยวพันราวกับงูตัวใหญ่ ที่มีกลิ่นหอมประหลาดโชยมาจากทั่วทั้งตัว งูตัวนั้นเกาะเกี่ยวตัวเขาแต่เดี๋ยวก็เหมือนโอบอุ้มแล้วก็รัดพัน จนเลือดแทบจะหยุดเดิน จนแทบสิ้นสติลงไป

ทาเคฮิโกะนอนนิ่งไป รู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็รู้สึกเจ็บแปลบตรงนั้นตรงนี้ราวกับร่างที่เปลือยเปล่าของเขาเจ็บนั้นถูกโบยด้วยแซ่ และพอลองกระดิกตัวก็พบว่ามือทั้งสองข้างถูกบิดไปข้างหลัง ข้อเท้าและหัวเข่าเจ็บรุนแรง

เขาถูกพันธนาการด้วยอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่เชือก มันเหมือนลวดเส้นเล็ก ๆ ที่ถูกพันแน่นหลายรอบซึ่งพอเคลื่อนไหวมันก็จะบาดลึกลงไปในเนื้อ ทาเคฮิโกะสติรับรู้ถึงสภาพตนเอง แต่ความเหนื่อยล้าจนแทบไม่มีแรงหายใจทำให้เขาไม่ขัดขืน เขาไม่มีใจที่จะขัดขืนด้วยซ้ำ

เขารู้สึกได้ด้วยสติที่มีอยู่เพียงครึ่ง ๆ ความอุ่นและกลิ่นหอมของยูมิโกะที่แนบชิดอยู่ข้างเขานั้นจางออกไป ความเคลื่อนไหวเพียงน้อยนิดของอากาศในความมืดมิดบอกเขาว่ายูมิโกะกำลังออกไปที่ไหนสักแห่ง อะไรกัน...จะทิ้งไปทั้งที่มือเท้าถูกมัดแน่นจนกระดิกไม่ได้อย่างนี้หรือ...ทาเคฮิโกะคิด แต่ก็แปลก เพราะเขาไม่ได้รู้สึกตกใจหรือห่วงกังวลอะไรเลย

ไม่นานกลิ่นกายและความอบอุ่นก็กลับมา ภายหลังจึงรู้ว่าที่ยูมิโกะหายไปชั่วครู่นั้นก็เพื่อออกไปดูตรงทางเข้าทางออกของหลุมหลบภัยที่มีอยู่สองด้านให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในบริเวณนั้น

สัมผัสอบอุ่นของเนื้อนวลเนียนแนบชิดเข้ามาทางด้านหลังพร้อมกับกลิ่นกาย ลำแขนนุ่มนิ่มคล้องอยู่รอบคอเขา ความรู้สึกอิ่มเอมเมื่อถูกห่อหุ้มอยู่ในอ้อมกอดยังคงมีไม่น้อย เสียแต่ถูกขัดขวางด้วยความเจ็บแปลบเมื่อเครื่องพันธนาการบาดลึกลงไปที่ข้อมือและข้อเท้าทั้งสอง อยากให้แก้ออกโดยเร็ว

“คุณมัดผมใช่ไหม ทำไมรึ”

ทาเคฮิโกะถามด้วยเสียงคล้ายกำลังง่วงงุน

“มัดเพราะสนุกดีน่ะซี ถ้าฉันไม่แก้ให้คุณก็ไม่ทางหลุดออกไปได้ ตรงนี้แหละที่สนุก”

“ทำไมรึ”

“ก็ไม่ทำไมหรอก”

เงียบกันไปอึดใจหนึ่ง

“ผมเหนื่อยแล้ว อยากออกไปจากที่นี่”

“ไม่มีวันได้ออกไปหรอก ชั่วนิรันดร”

ทาเคฮิโกะจับความหมายไม่ได้เพราะยังงงอยู่ แต่ก็พอรู้สึกได้ว่าชักจะมีอะไรแปลก ๆ

“ชั่วนิรันดร?”

“ใช่”

“ทำไมรึ”

“ก็ฉันจะให้คุณเป็นของฉันชั่วนิรันดรน่ะซี”

“ทำยังไง”

“ทำอย่างนี้ไงล่ะ”

ท่อนแขนนุ่มนิ่มที่คล้องคอทาเคฮิโกะอยู่เกร็งรัดเข้ามาด้วยกำลังแรงจนหายใจไม่ออก นั่นเป็นแรงกระตุ้นให้เขาได้สติ และเริ่มมึนงงกับภาวะรอบ ๆ ตัวและสภาพของตนเองซึ่งยากที่จะเข้าใจ ยูมิโกะคลายลำขาที่รัดคอเขาออกนิดหนึ่งทาเคฮิโกะจึงพูดออกมาได้

“แก้มัดผม ผมอยากออกไปจากที่นี่ด่วนเลย”

“ออกไปไม่ได้หรอก คุณแก้มัดเองไม่ได้ แล้วยังดิ้นรนขัดขืนฉันไม่ได้ด้วย เส้นลวดนั่นคืออะไรรู้ไหม ลวดทองแดง เหมือนกับไอ้นั่นไงล่ะ”

ความรู้สึกนึกคิดที่กลับคืนมาเป็นปกติเกือบสมบูรณ์ทำให้ทาเคฮิโกะหวาดกลัวขึ้นมาในนาทีนั้น เขาเข้าใจความหมายของคำว่า “เหมือนกับไอ้นั่นไงล่ะ” ทันทีที่ได้ยิน คือเหมือนกับลวดทองแดงที่ใช้กับหน้าต่างห้องนาย มูราโคชิที่อพาร์ตเม้นต์คันนามิโซเพื่อสร้างห้องปิดตายนั่นเอง ทาเคฮิโกะยังไม่เข้าใจว่าทำไมยูมิโกะถึงพูดเช่นนั้น...หรือว่าจะความหมายอะไรแฝงอยู่

ยูมิโกะกระซิบที่ข้างหูชายหนุ่มด้วยเสียงต่ำลึกชวนให้ขนลุก

“คุณเอาไดอารี่เล่มนั้นให้คุณอาเกจิดูใช่ไหม ต้องให้เขาดูแน่ ใช่ไหม”

ทาเคฮิโกะสะดุ้ง เรี่ยวแรงของเขากลับคืนมาพอที่จะตกใจได้แล้ว ถึงจะไม่เห็นหน้าเพราะความมืดภายในห้อง แต่ชายหนุ่มก็รู้สึกได้ว่ายูมิโกะไม่ใช่คุณนายโฉมงามคนเดิม นางได้กลายเป็นเหมือนผีพรายตนหนึ่งไปแล้ว เราอาจกำลังฝันร้ายอยู่ก็ได้...ทาเคฮิโกะปลอบใจตัวเอง

“เอาไปให้ดูจริง ๆ ด้วย”

ทาเคฮิโกะพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้านิด ๆ ซึ่งคุณนายคงรู้สึกได้เพราะกำลังเอาแขนรัดคอเขาอยู่

“ทำดีแล้ว ฉันคิดเหมือนกันว่าคุณคงทำอย่างนั้นแน่ อย่างนั้นแหละดีแล้ว”

ยูมิโกะกระซิบพลางเกรงท่อนแขนรัดคอทาเคฮิโกะแน่นเข้ามาอีก ทำเอาชายหนุ่มหายใจไม่ออกขมับเต้นตุบ ๆ แต่ก็ไม่ได้ดิ้นรนขัดขืน ไม่ใช่เพราะมือเท้าถูกมัดแน่นจนกระดิกตัวไม่ได้ แต่เพราะไม่มีใจที่จะขัดขืนต่างหาก คิดว่าถึงจะถูกฆ่าก็ยอม คิดถึงกับว่าจะไม่มีความสุขใดเหนือไปกว่าถูกฆ่าด้วยมือนาง

ยูมิโกะคลายท่อนแขนออก และเมื่อกระซิบที่ข้างหู ลมอุ่น ๆ จากปากหอมเล้าเลียลูกผมให้ซ่านทรวง

“ถึงจะตายก็ไม่เป็นไรใช่ไหม”

ทาเคฮิโกะพยักหน้าเงียบ ๆ อีกครั้ง

“น่ารักอะไรเหลือเกิน เพราะอย่างนี้ถึงไม่อยากให้มีชีวิตอยู่ต่อไป อยากกลืนกินเข้าไป อยากให้เป็นของฉันคนเดียว”

ทาเคฮิโกะนิ่งฟังคำพูดของนางด้วยความเคลิบเคลิ้มราวกำลังฟังเพลงรักแสนหวาน

“ฉันไม่พอกับที่หน้าผาอูโอมิซากิ ที่คันนามิโซก็ไม่พอ แต่คืนนี้ไม่เหมือนกัน เรามีเวลามากมาย...อย่างนี้ คุณมีความสุขใช่ไหม”

ท่อนแขนรัดคอแน่นเข้ามาอีกเป็นครั้งที่สาม ทั้งที่กำลังอึดอัดหายใจไม่ออก ทาเคฮิโกะตกใจเมื่อได้ยินคำว่า “อูโอมิซากิ” และ “คันนามิโซ” นั่นหมายความว่าอย่างไร...คุณไปทำอะไรที่นั่น แต่ชายหนุ่มพูดอะไรไม่ได้อีกแล้ว ในหัวเริ่มมีมีเสียงครืน ๆ ก้องสะท้อนน่ากลัวเหมือนเสียงคลื่นสึนามิ ดวงตาพร่าพรายเห็นเหมือนดอกไม้ห้าสีในกล้องสลับลาย ดอกไม้งามเกินคำบรรยายแต่แล้วก็กระจายเกลื่อนและเลือนหายไป


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...