xs
xsm
sm
md
lg

คนญี่ปุ่นเอากล้วยไปเที่ยวด้วยได้ไหม?! ..การเดินทางคือความเสี่ยง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สวัสดีครับผม Mr.Leon มาแล้ว เข้าสู่เดือนพฤษภาคมแล้วไวจริงๆ ที่ญี่ปุ่นปีนี้มีความพิเศษคือเป็นเดือนที่จะเริ่มต้นปีศักราชใหม่ Reiwa (令和) เริ่มวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2019 นี้เป็นต้นไปแต่ Reiwa ปีที่1 จะเรียกว่า Reiwa gannen (令和元年) ครับก็หวังว่าจะมีแต่ความสงบสุขเกิดขึ้นนะครับ ส่วนเรื่องการเฉลิมฉลองหรือการเลี้ยงส่งท้ายปีและเลี้ยงต้อนรับปีใหม่แล้วเนี่ยคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะชอบการเลี้ยงส่งท้ายปีมากกว่าการเลี้ยงต้อนรับปีใหม่เพราะเลี้ยงต้อนรับต้องเรียบร้อยมีพิธีรีตองสักหน่อย แต่ถ้าเลี้ยงส่งก็ปล่อยเต็มที่เลยครับ คืนวันส่งท้ายปีของรัชสมัยเฮเซย์จึงมีหลายคนออกไปเลี้ยงส่งกันด้วย รายละเอียดไว้ผมจะเล่าให้ฟังในโอกาสต่อๆ ไปครับ

เนื่องจากเพิ่งผ่านช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ของไทยไปไม่นานและที่ญี่ปุ่นเองก็ยังอยู่ในช่วงวันหยุดยาวโกลเด้นวีค (Golden Week) คือประมาณช่วงปลายเดือนเมษายน- ต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปีเวลามีวันหยุดยาวๆ แบบนี้ทุกคนก็จะสรรหากิจกรรมต่างๆ มาทำมากมาย แต่บางคนก็เลือกพักผ่อนสงบๆ อยู่บ้านหรือออกไปเยี่ยมญาติเยี่ยมบ้านเกิด บางคนก็เดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนๆ ชอบเดินทางท่องเที่ยวไหมครับ ที่ญี่ปุ่นมีคนกล่าวไว้ว่าคำว่าトラベルTravel หรือการเดินทางนั้นมาจากคำว่าトラブルTrouble หรือที่แปลว่าปัญหาความเสี่ยง (ภาษาญี่ปุ่นเขียนคล้ายกันเลย) คิดว่าจริงหรือเปล่าครับ รากศัพท์ของคำศัพท์เหล่านี้แปลว่าอะไรบ้างเริ่มจากศัพท์ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่เราพอคุ้นหูกันตามนี้ครับ

* Travel ที่หมายถึงเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งหรือหมายถึงการเดินทางทั่วไปโดยเฉพาะการเดินทางไปสถานที่ที่ห่างไกล คำอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางก็อาทิเช่น Trip หมายถึงการเดินทางซึ่งเป็นการเดินทางไปยังสถานที่หนึ่งในระยะเวลาสั้นๆ แล้วก็กลับ เช่น การเดินทางไปกลับภายในวันเดียว หรือการเดินทางไปทำธุรกิจหรือทำงานที่เรียกว่า Business trip ,คำว่า Tour ที่หมายถึงเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ที่เราไปศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับสถานที่นั้น และใช้ในกรณีการท่องเที่ยวที่มีผู้ดำเนินการจัดการไว้ให้เรียบร้อยแล้ว และคำว่า Journey ที่หมายถึงช่วงระยะเวลาการเดินทางโดยปกติจะเป็นระยะทางไกลๆ เอาเป็นว่าจากคำศัพท์ที่เกี่ยวกับการเดินทางในที่นี้ขอใช้ในความหมายที่ว่า การเดินทางท่องเที่ยวทัศนาจรไปตามที่ต่างๆ นะครับ

ส่วนคำว่าTrouble หมายถึงปัญหาความกังวลใจต่างๆความไม่สะดวกสบายหรือมีความทุกข์ยากมีความเดือดร้อนความเสี่ยงภัย มีความยากลำบากต่างๆนานาเป็นต้น

คนญี่ปุ่นบอกว่าการเดินทางท่องเที่ยวมาจากTrouble เพราะสมัยก่อนสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีการสื่อสารต่างๆก็ยังไม่ทั่วถึงไม่สะดวกสบายอย่างทุกวันนี้บ้างก็ต้องเดินเท้าขึ้นภูเขาผ่านป่าดงดิบมีอันตรายสารพัดทุกรูปแบบรอบด้านเลยคือมันช่างเต็มไปด้วยความน่ากังวลและอาจจะเจอปัญหาได้สารพัด คนญี่ปุ่นสมัยก่อนจึงยกย่องและชื่นชมนักเดินทางเป็นอย่างมากคนที่ออกเดินทางท่องเที่ยวได้นี่คือคนที่คนอื่นยอมรับว่าเก่งมากๆ

ยกตัวอย่างเช่นเมื่อพันกว่าปีก่อนหน้านี้คนญี่ปุ่นจะชื่นชมนักปราชญ์ที่ออกเดินทางท่องเที่ยวค้นหาความหมายของชีวิตและถ้านักท่องคนนั้นเสียชีวิตลงจะได้รับความชื่นชมและยอมรับอย่างมาก เพราะการท่องเที่ยวช่างเต็มไปด้วยความเสี่ยงอันตรายสารพัดรูปแบบเหมือนอยู่ในสมรภูมิอย่างไงอย่างนั้น

มีบทกวีบทหนึ่งที่เขียนไว้กว่าพันปีที่แล้วที่ผู้เขียนเคยเป็นซามูไรผู้ที่มีหน้าที่อารักขาพระราชบิดาของจักรพรรดิสมัยนั้นแต่ช่วงสุดท้ายของชีวิตได้ออกบวชเป็นพระ 西行Saigyō และพเนจรเดินทางไปเรื่อยๆ เพื่อเดินทางค้นหาความหมายของชีวิตก่อนจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิตท่านเขียนบทกวีที่มีชื่อเสียงมากบทหนึ่งที่ว่า

“願わくば花の下にて春死なむ

その如月の望月の頃”

“Negawakuba Hananoshitanite Harushinamu

Sonokisaragino Mochizukinokoro”


หากแม้นได้ทอดกายนอนตายใต้ต้นซากุระ

ใต้แสงจันทร์เต็มดวงแห่งเดือนกุมภาพันธ์”

**(ในบทกวีเขียนว่าเดือนสองแต่ตามปฏิทินโบราณและช่วงฤดูกาลซากุระบานที่จริงน่าจะตีว่าเป็นเดือนสี่)

กวีบทนี้ท่านเขียนไว้ช่วงก่อนตายพอดีและยังเป็นช่วงซากุระบานที่ท่านก็เสียชีวิตช่วงนั้นพอดีอีก จึงกลายเป็นบทกวีที่ซาบซึ้งกินใจมากเพราะท่านตายในขณะที่ท่านเดินทางนั่นเอง
(上)  西行 Saigyō
อีกเรื่องคือเรื่องที่บันทึกจากนักปราชญ์ที่ออกเดินทางท่องเที่ยว 400 ปีที่แล้ว ก็มีนักปราชญ์นักท่องเที่ยวเดินทางอีกมากมายเช่นกันมีตัวอย่างจากนักเขียนกลอนไฮกุชื่อดังคือคุณ 松尾芭蕉 Matsuo Bashō บอกไว้ว่า " การท่องเที่ยวการใช้ชีวิตคือการท่องเที่ยว"

”月日は百代の過客にして、行きかふ年も又旅人也 ”

”Tsukihi wa hyakutainokakaku ni shite, iki kafu toshi mo mata tabi bito nari "

「พระอาทิตย์และดวงจันทร์หมุนเวียนผ่านเวลาเกินกว่าหนึ่งร้อยชั่วอายุคน เปรียบชีวิตคือการเดินทาง」

คนเขียนเป็นหนึ่งในนักเขียนไฮกุที่มีชื่อเสียงมากซึ่งเขาเป็นคนที่ค่อนข้างเป็นนักคิดมีคำถามเยอะเช่นเวลาเขาไปเที่ยวตามภูมิภาคต่างๆ จะเดินทางท่องเที่ยวเหมือนนินจาแม้ว่าเขามีชื่อเสียงมากแต่ก็มีคนให้ฉายาว่าเขาเป็นนินจาของโชกุนเพราะเวลาเดินทางจะเคลื่อนที่ไวมากหนึ่งวันเขาเดินทางได้เป็นระยะทางกว่า 50 กิโลเมตรถ้าเขาเป็นสายลับของโชกุนจริงอย่างที่คนบอกกล่าวก็คงไม่เป็นไรเพราะเขาเขียนบทกวีไฮกุได้ไพเราะและมีชื่อเสียงมากรวมทั้งบทนี้ด้วยครับ

"旅に病んで 夢は枯野を かけ廻る"

"Tabi ni yan de
Yume wa kareno wo
Kakemawaru"

「แม้ร่างกายฉันจะทรุดโทรมจากการออกเดินทางท่องเที่ยวไปแต่ความฝันของฉันโลดแล่นไปไกล」

ดังนั้นจึงมีคนกล่าวไว้ว่าคำว่า Travel หรือการเดินทางนั้นมาจากคำว่า Trouble เค้าบอกกันว่าคนญี่ปุ่นสมัยนี้ชอบความปลอดภัยมากขึ้นถ้าให้เลือกขอนั่งกินน้ำอัดลมดูทีวีอยู่ที่บ้านตัวเองแบบเงียบๆก็คงรู้สึกปลอดภัยมากกว่าการก้าวเท้าออกมานอกบ้านเพราะเมื่อได้ออกนอกบ้านความรู้สึกปลอดภัยก็เริ่มน้อยลง

แต่ความคิดที่ว่าการเดินทางคือ Trouble และความเสี่ยงอันตรายนั้นเมื่อมาถึงยุคปัจจุบันก็ยังมีแนวคิดเช่นนี้หลงเหลืออยู่นะครับ จากหลักฐานคือมีการทำป้าย 行旅死亡人Kouryo shibou nin มีศัพท์ที่เป็นอักษรคันจิตัวเดียวกับคำว่าท่องเที่ยวด้วยครับคือ 旅行 Ryokou แต่ 行旅死亡人 Kouryo shibou nin ในที่นี้หมายถึงเสียชีวิตในการเดินทางเป็นป้ายประกาศตามหาศพไร้ญาติคืออาจจะเป็นนักเดินทางท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวแล้วเสียชีวิตหรือคนไร้บ้านหรือกรณีอื่นๆที่พิสูจน์หาหลักฐานแสดงตัวตนของผู้เสียชีวิตไม่ได้โดยคนที่พบเจอก็ไม่รู้ว่าคนที่เสียชีวิตคนนั้นเป็นใครมาจากไหนจึงมีการทำป้ายประกาศตามหาขึ้นมา ที่จริงผมเองก็ชอบเดินทางท่องเที่ยวมากครับแต่คิดว่าถ้าจะตายก็ขอตายแบบแก่ตายดีกว่าตายจากการท่องเที่ยวล่ะกัน!!( ´∀`;)
(上)  行旅死亡人 Kouryo shibou nin
เมื่อพูดถึงอันตรายจากการเดินทางทำให้นึกถึงสมัยที่เป็นเด็กๆ เด็กนักเรียนญี่ปุ่นมีวีรกรรมมากมายและมีเรื่องหลากหลายเรื่องที่ไม่พอใจเกี่ยวกับแนวการสอนของคุณครูอาทิเช่น

* คำสั่งต่อแถวแบบใช้ครึ่งแขนแตะเพื่อนข้างหน้าที่เรียกว่า小さく前ならえ!(chisaku mae-narae!) จัดแถว! ปกติถ้าต่อแถวก็จะเหยียดแขนยาวยื่นไปแตะคนข้างหน้าใช่ไหมครับแต่ที่ญี่ปุ่นโรงเรียนรัฐบาลต่างจังหวัดมีแบบยื่นครึ่งแขนคือพับข้อศอกแตะเอวเพื่อนข้างหน้าแบบเป็นคำสั่ง小さく前ならえ!(chisaku mae-narae!) จัดแถว! เด็กๆ จะเบื่อกันมากและไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำ

* หรือเรื่องครูตบเด็ก(ビンタBinta) เป็นการลงโทษเด็กนักเรียนตัวน้อยๆสมัยที่ผมเป็นเด็กครับตัวผมเองนี่โดนประจำโดยเฉพาะตอนเรียนชั้นประถมยังเป็นเด็กน้อยอยู่และส่วนใหญ่ครูจะรู้เทคนิคการตบที่ไม่ทำให้เยื่อแก้วหูเด็กขาดหรือได้รับอันตรายแต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วครับ

* หรือการเจอครูประเภทเจ้าอารมณ์มีความแปรปรวนทางจิตใจเช่นถ้าไม่พอใจนักเรียนก็ใช้วิธีการไม่พูดด้วยไม่ใส่ใจหรืออยากจะเดินออกจากห้องขณะสอนก็เดินออกไปเลยกลับไปห้องพักครูและต้องให้พวกหัวหน้านักเรียนเข้าไปโค้งคำนับขอโทษ

ตอนที่ผมเป็นเด็กที่โรงเรียนจะจัดทัศนศึกษาต่างจังหวัดอยู่บ่อยๆยิ่งช่วงที่สภาพอากาศเริ่มอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิคุณครูจะพาเด็กนักเรียนไปทัศนศึกษาตามสวนสาธารณะหรือต่างจังหวัดและส่วนใหญไปเกียวโตครับเวลาจะไปทัศนศึกษาครูจะตั้งกฏมากมายเช่น

* ห้ามนำขนมที่มีมูลค่ารวมเกิน500 เยนおやつは500円までคือจะซื้ออะไรมาก็ได้ที่ไม่เกิน500 เยน(150 บาท) แต่ถ้าคิดจากค่าเงินที่500 เยนว่าพอจะซื้อขนมอะไรได้บ้างนั้นคงซื้อได้น้อยมากๆ ประมาณว่าห้ามซื้อขนมมาเกินคนละ50 บาท! ทำไมต้องสั่งห้ามเพราะครูไม่ต้องการให้เด็กเอาขนมมาอวดกันไม่อยากให้เกิดการเปรียบเทียบระหว่างลูกคนรวยและลูกคนจนทุกคนต้องทำตามกฏเพราะบางทีถ้าเด็กคนไหนบ้านรวยพ่อแม่ซื้อขนมเตรียมมาให้เยอะแยะก็จะมากเกินหน้าเกินตาเด็กคนอื่นๆ แต่ไม่ใช่จะดีนะครับน้องคนนั้นอาจถูกเพื่อนรุมอิจฉาและโดนกลั่นแกล้งได้สังคมญี่ปุ่นเป็นแบบนี้จริงๆ

* ขนมก็ส่วนขนมกำหนดไม่เกินคนละ 500 เยน นอกจากนั้นทุกคนก็จะต้องเตรียมข้าวกล่องมาด้วยทีนี้ก็มีคนถามคุณครูว่าจะเอากล้วยมาด้วยต้องรวมในส่วนของค่าขนมใช่ไหมバナナはおやつに入るんですか?หลายคนขำเพราะมันควรถามไหม?!@# คือคำถามนี้ถ้าเป็นคุณจะตอบว่าอะไรเรื่องนี้มีแซวในสังคมญี่ปุ่นมาจนวันนี้มีออกเป็นหนังสือด้วยครับ

แม้ว่าเรื่องข้างต้นเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่เด็กๆจะรู้สึกเบื่อและรำคาญแต่มีเรื่องหนึ่งครูบอกและเด็กญี่ปุ่นทุกคนน่าจะจำขึ้นใจคือ"การเดินทางท่องเที่ยวนั้นถ้ายังไม่กลับถึงบ้านก็ยังถือว่ายังอยู่ในช่วงการเดินทางคือยังไม่ถือว่าถึงสถานที่ที่ปลอดภัยแล้ว 家に帰るまでが修学旅行 Ie ni kaeru made ga shugaku ryokou "

ดังนั้นจากเรื่องเล่าต่างๆ จะสรุปว่าการเดินทางท่องเที่ยวนี่คือความเสี่ยงและอันตรายหรือคือปัญหาหรือไม่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องใช้ความระมัดระวังและไม่ประมาทในทุกสถานการณ์นะครับแต่ผมเองก็ยังจำคำที่ครูสอนมาจนทุกวันนี้ว่าถ้ายังไม่ถึงในบ้านก็ยังไม่ปลอดภัยดีแล้วเพื่อนๆชอบการเดินทางไหมครับเคยเจอเรื่องที่ไม่สบอารมณ์หรือเปล่า วันนี้สวัสดีครับ



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...