xs
xsm
sm
md
lg

เปิดหมายกำหนดการพระราชพิธีสละราชสมบัติ และขึ้นครองราชย์ของพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ในวันที่ 30 เมษายน และ 1 พฤษภาคม ญี่ปุ่นจะเข้าสู่พระราชพิธีสละราชสมบัติ และขึ้นครองราชย์ของพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในรอบกว่า 200 ปึของแดนอาทิตย์อุทัย

พระราชพิธีสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นในวันที่ 30 เมษายน จะเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ศตวรรษที่พระจักรพรรดิทรงสละราชสมบัติในขณะที่ยังมีพระชนมชีพอยู่ 生前退位

หมายกำหนดการ

ช่วงเปลี่ยนผ่านรัชสมัยจึงมีทั้งพระราชพิธีสละราชสมบัติและพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ต่อกัน ส่วนแรกนั้นใช้เวลาไม่นานนัก แต่ส่วนหลังจะเริ่มจัดอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป โดยมิได้จัดแค่วันเดียวเสร็จ แต่เป็น "ชุดพระราชพิธี" แบ่งได้ 2 ประเภทตามลักษณะหน่วยงานหลักที่จัด คือ พระราชพิธีของประเทศซึ่งผู้ดำเนินการคือรัฐบาลญี่ปุ่น และพระราชพิธีของวัง นอกจากนี้ยังมีงานสำคัญอีกงานหนึ่งหลังเสร็จพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ด้วย ได้แก่ การสถาปนาผู้สืบทอดราชสมบัติ ซึ่งจะจัดช่วงต้นปี 2020

หมายกำหนดการทั้งหมดมีลำดับดังนี้

1 เมษายน :   ประกาศชื่อศักราชใหม่ คือ เรวะ 令和
30 เมษายน : พระราชพิธีสละราชสมบัติ 退位の礼  เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป (เวลาในญี่ปุ่น)
1 พฤษภาคม : พระราชพิธีขึ้นครองราชย์ 即位の礼  เวลา 10.30-11.10 น. (เวลาในญี่ปุ่น) ประกอบด้วย
- พระราชพิธีสืบทอดเครื่องราชกกุธภัณฑ์และพระราชลัญจกร
- พระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมเนื่องในโอกาสขึ้นครองราชย์

4 พฤษภาคม : สมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่จะเสด็จออกยังพระบัญชรที่พระราชวังหลวง ให้ประชาชนเข้าเฝ้า

22 ตุลาคมเป็นต้นไป : พระราชพิธีเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ ประกอบด้วย
-กระบวนพยุหยาตรา เสด็จฯ พบปะประชาชน
-สมเด็จพระจักรพรรดิพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารอาคันตุกะ

26 ตุลาคม :  ประชาชนเข้าเฝ้าฯ ที่พระตำหนักรับรอง

14-15 พฤศจิกายน : พระราชพิธีไดโจไซ
-(ยังไม่กำหนด) เสด็จพระราชดำเนินสักการะศาลเจ้าสำคัญ

19 เมษายน 2563 : พระราชพิธีแต่งตั้งรัชทายาท

รายละเอียดของแต่ละพิธี

30 เมษายน พระราชพิธีสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน สมเด็จพระจักรพรรดิจะเสด็จฯ ออกพบตัวแทนประชาชน นายกรัฐมนตรีเป็นหนึ่งในตัวแทนของผู้เข้าเฝ้าฯ กล่าวถวายพระพรและแสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมกันนี้พระองค์จะมีพระราชดำรัสครั้งสุดท้ายในฐานะสมเด็จพระจักรพรรดิ ในวันรุ่งขึ้นสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีไม่ทรงมีหมายกำหนดการเข้าร่วมพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่

1 พฤษภาคม พระราชพิธีขึ้นครองราชย์ มกุฎราชกุมารทรงเข้าสู่พระราชพิธีขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่ พระราชพิธีนี้มีลักษณะเคร่งขรึม จุดสำคัญคือการถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์สามสิ่ง Kenji-tō-shōkei no gi อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นจักรพรรดิ ได้แก่ กระจก พระขรรค์ และอัญมณีมางาตามะ รูปทรงคล้ายหยดน้ำ ซึ่งตำนานกล่าวว่าสุริยเทวีผู้เป็นต้นตระกูลจักรพรรดิได้มอบให้แก่หลาน และหลานผู้นี้เป็นทวดของจักรพรรดิองค์แรกแห่งญี่ปุ่น

นอกจากนี้มีการถวายพระราชลัญจกรด้วย โดยจัดที่ "พระที่นั่งต้นสน" ในเขตพระราชฐาน ต่อมาในช่วงเช้า สมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่เสด็จออกมหาสมาคมยามเช้า (Sokui-go choken no gi) โดยมีคณะตัวแทนเข้าเฝ้าฯ อย่างหัวหน้าฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการเป็นอาทิ พระองค์จะมีพระปฐมบรมราชโองการในช่วงนี้

หลังจากนั้นจะมีพิธีสำคัญที่จะเป็นการเฉลิมฉลอง และประกาศการขึ้นครองราชย์ให้แก่นานาประเทศได้รับรู้ในช่วงเดือนตุลาคม

22 ตุลาคม พระราชพิธีเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ พิธีก่อนหน้านี้อยู่ในขอบข่ายเรียบง่ายเคร่งขรึม ส่วนพระราชพิธีในวันที่ 22 ตุลาคม ถือเป็นพิธีทางการที่มีบรรยากาศทั้งแบบจริงจังและแบบงานเลี้ยงฉลอง เป็นการประกาศอย่างเป็นกิจจะลักษณะให้ผู้คนทั้งในและต่างประเทศทราบโดยทั่วกันถึงการขึ้นครองราชย์โดยสมบูรณ์ของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่

ในวันพระราชพิธี ครึ่งเช้าสมเด็จพระจักรพรรดิทรงฉลองพระองค์ตามขนบราชสำนักญี่ปุ่นโบราณ เสด็จฯ ประทับที่บุษบก "ทากามิกูระ" ซึ่งมีรูปทรงเป็นซุ้มปราการ มีหลังคาประดับเหลี่ยมมุมวิจิตร และเยื้องไปทางขวามีบุษบก "มิโจได" ขนาดย่อมลงหน่อย เป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดินี จัดพิธีในท้องพระโรงโดยมีข้าราชบริพาร คณะบุคคล และอาคันตุกะเข้าเฝ้าฯ อย่างคับคั่ง

ในช่วงบ่ายทั้งสองพระองค์ออกพบปะประชาชนในริ้วกระบวนรถยนต์พระที่นั่ง ในครั้งนี้รถพระที่นั่งคือรถโตโยต้าเซนจูรีซึ่งถือว่าเป็นรถยนต์ชั้นสูงของญี่ปุ่น ต่างจากครั้งพระราชบิดาที่ทรงใช้โรลส์-รอยซ์ โดยมีประชาชนมาเข้าเฝ้าฯ ชื่นชมพระบารมีประมาณ 110,000 คน ตั้งแต่คืนวันที่ 22 เป็นต้นไปจะเริ่มเชิญอาคันตุกะคณะต่าง ๆ เข้าเฝ้าฯ รวมแล้ว 4 วัน คือ วันที่ 22, 25, 29 และ 31 ตุลาคม โดยในวันที่ 26 ตุลาคม ประชาชนทั่วไปจะมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ ที่พระตำหนักด้วย

14-15 พฤศจิกายน พระราชพิธีไดโจไซ (Daijō-sai) เป็นพิธีตามคติชินโต จัดขึ้นในเขตพระราชฐาน สื่อนัยว่าเป็นการรับประทานอาหารร่วมกับเทพเจ้าและภาวนาขอให้ประเทศกับประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข พิธีนี้เก่าแก่และแทบไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อครั้งอดีต รายละเอียดของพิธีคือ ใช้กระดองเต่าเสี่ยงทายว่าจะเลือกผลิตข้าวบนที่นาผืนไหน เมื่อเลือกแล้วและผลิตจนได้ผลก็จะถวายข้าวแด่เทพเจ้า โดยสมเด็จพระจักรพรรดิร่วมเสวย อีกทั้งมีการถวายเสื้อผ้าแด่เทพเจ้า และตั้งแต่สมัยเมจิ (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ของไทย) เป็นต้นมาก็นำของขึ้นชื่อประจำจังหวัดแต่ละแห่งมาถวายเทพเจ้าด้วย พิธีนี้เริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 6 โมงเย็นในวันแรก และดำเนินต่อไปจนเสร็จประมาณตีสามครึ่งของวันรุ่งขึ้น

19 เมษายน 2563 พระราชพิธีสถาปนารัชทายาท เมื่อเสร็จสิ้นพระราชพิธีขึ้นครองราชย์โดยสมบูรณ์แล้ว ในปีถัดไปมีการแต่งตั้งรัชทายาทองค์ใหม่ ดังนี้

รัชทายาทลำดับที่ 1 ได้แก่ เจ้าชายอากิชิโนะพระอนุชาของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า crown prince ซึ่งแปลว่า "มกุฎราชกุมาร" ตามความเข้าใจของคนทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ใช้คำว่า "โคไตชิ" (Kōtaishi) ซึ่งหมายถึง "พระโอรสผู้ทรงเป็นรัชทายาท" แต่ใช้คำว่า "โคชิ" (kōshi) หากว่ากันอย่างเคร่งครัดคงต้องเรียกว่า "มกุฎราชอนุชา"

รัชทายาทลำดับที่ 2 ได้แก่ เจ้าชายฮิซาฮิโตะ พระโอรสในเจ้าชายอากิชิโนะ

งบประมาณที่ประเมินไว้เพื่องานพิธีคือประมาณ 16,800 ล้านเยน (ราว 5,500 ล้านบาท) โดยจะเชิญแขกบ้านแขกเมืองจากทั่วโลกมาร่วมงานประมาณ 2,500 คน รายละเอียดที่คะเนไว้โดยสังเขป เช่น พระราชพิธีหลัก 1,800 ล้านเยน, ค่าจัดเลี้ยงอาหาร 500 ล้านเยน, พระราชพิธีไดโจไซประมาณ 2,700 ล้านเยน และเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย พิธีนี้จึงลดจำนวนแขกที่จะเชิญมาร่วมงาน และพยายามนำสิ่งของในพิธีกลับมาแปรใช้ใหม่แทนที่จะเผาทิ้งเป็นส่วนใหญ่เหมือนที่ผ่าน ๆ มา

ญี่ปุ่นและไทยมีความสัมพันธ์กันมาช้านาน และราชวงศ์ของทั้ง 2 ประเทศก็ใกล้ชิดกัน และยิ่งน่าปลื้มปีติเมื่อพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ของพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น จะจัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ ๑๐ เวลานี้จึงเป็นเวลามหามงคลที่คนไทยและญี่ปุ่นจะได้เฉลิมฉลองร่วมกัน.



เรียบเรียงข้อมูลจากบทความโดย ดร.โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย Tokyo University of Foreign Studies และผู้เขียนคอลัมน์ ญี่ปุ่นมุมลึก ของ MGR Online

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bbc.com/thai/international-47793649


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...