xs
xsm
sm
md
lg

ยลศิลป์ยินญี่ปุ่น : “สามหญิงเปลือย” ของ เซกิ คูโรดะ

เผยแพร่:   โดย: โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์


ดร.โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์
Tokyo University of Foreign Studies


“ยลศิลป์ยินญี่ปุ่น” คือมุมพิเศษมุมใหม่ที่มาแทน “สะดุดคำ” หลังจากที่ได้นำเสนอมาครบ 3 ปีเต็ม มุมนี้จะแนะนำญี่ปุ่นผ่านงานศิลปะเดือนละครั้ง ด้วยการบอกเล่าแง่มุมที่น่าสนใจในเชิงศิลปะ สังคม และเกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการมองผ่านจิตรกรรมประเภทต่าง ๆ ของญี่ปุ่น ประกอบกับคำอธิบายสะท้อนภูมิหลังทางยุคสมัยในลักษณะที่หาอ่านที่อื่นได้ยาก

สตรีสามคนในสามภาพที่รวมกันเป็นหนึ่งชุด...ปราศจากเสื้อผ้าอาภรณ์ ลองมองไล่จากขวาไปซ้าย ดูเหมือนเป็นคนละคน และเห็นได้ชัดว่าอยู่ในอิริยาบถต่างกัน ลองนึกดูว่าหากจะตั้งชื่อ เธอเหล่านี้ควรมีชื่อว่าอะไร

สามภาพนี้วาดขึ้นในสมัยเมจิ (1868-1912) ซึ่งเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเริ่มปรับประเทศสู่ความทันสมัยขณะที่รับอิทธิพลจากชาติตะวันตก และไม่ใช่แค่ด้านความรู้กับเทคโนโลยีเท่านั้น ในด้านศิลปะก็เช่นกัน คนญี่ปุ่นที่ไปศึกษาในยุโรปมีมากขึ้น จิตรกรรมที่เป็นภาพทิวทัศน์ของแถบนั้นปรากฏให้เห็นบ่อยขึ้น ศิลปะภาพสตรีเปลือยแบบตะวันตกก็เริ่มขึ้นอย่างจริงจังในตอนนี้


ช่วงนั้นมีศิลปินญี่ปุ่นคนหนึ่งที่อยู่ฝรั่งเศสถึง 9 ปีและได้เรียนศิลปะที่นั่น พัฒนาฝีมือจนผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ เมื่อกลับประเทศแล้วยังได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งภาพเขียนตะวันตกสมัยใหม่ของญี่ปุ่นอีกด้วย โดยเฉพาะภาพสตรีเปลือยกาย คนผู้นี้คือ เซกิ คูโรดะ (黒田清輝; Kuroda, Seki; 1866-1924) ร่างผู้หญิงที่ไร้เสื้อผ้าปกปิด...งานศิลปะแบบนี้ปัจจุบันคงมีให้เห็นชินตาทั้งภาพเขียนและภาพถ่าย แต่ในญี่ปุ่นสมัยก่อน นั่นไม่ใช่เรื่องปกติ ใครคิดจะผลิตงานแบบนี้คงต้องอาจหาญพอตัว...คูโรดะนี่เองที่ไม่กลัวคำวิจารณ์

เส้นทางชีวิตคนเรานั้นไม่แน่นอน เดิมคูโรดะซึ่งเป็นลูกชายของซามูไร ไม่ได้คิดจะเป็นจิตรกร แต่อยากเป็นนักกฎหมายและเริ่มเรียนทางนั้นมาแต่แรก ทำไปทำมากลับกลายเป็นศิลปินใหญ่แห่งวงการภาพเขียนสมัยใหม่ ความพลิกผันมีจุดเริ่มต้นของมันเสมอ มาดูกันว่าปัจจัยอะไรที่ผลักดันให้คนที่เรียนกฎหมายเลือกเส้นทางนี้

คูโรดะเกิดในแถบภาคใต้ของญี่ปุ่น ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดคาโงชิมะ ช่วงแรกเรียนกฎหมาย ตอนอายุ 17 ปีย้ายไปเรียนภาษาฝรั่งเศสที่ “โรงเรียนภาษาต่างประเทศ” ขณะนี้คือมหาวิทยาลัยโตเกียวต่างประเทศศึกษา เหตุผลที่เลือกเรียนภาษาฝรั่งเศสคือ ตอนนั้นรัฐบาลเมจิกำลังนำระบบกฎหมายของฝรั่งเศสมาปรับใช้กับญี่ปุ่น ผู้ที่สนใจเรียนกฎหมายจึงควรเรียนภาษาฝรั่งเศสด้วย

บังเอิญคูโรดะมีญาติทำงานอยู่ที่สถานทูตฝรั่งเศส นั่นจึงเป็นช่องทางที่ทำให้คูโรดะได้ไปปารีสตอนอายุ 18 ปี ช่วงนี้เองเขาได้รับของขวัญเป็นอุปกรณ์สำหรับวาดภาพซึ่งเป็นงานอดิเรก คนเราเมื่อมีพรสวรรค์ พรนั้นมักหาช่องทางฉายแววออกมาจนได้ ในกรณีของคูโรดะ ด้วยความที่เป็นคนวาดภาพเก่ง เขียนจดหมายเมื่อไรจึงมักวาดภาพประกอบลงไป กลายเป็นการฝึกฝนไปในตัว

พออายุได้ 20 ปีก็เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของฝรั่งเศส วันหนึ่งมีโอกาสได้ไปร่วมงานเลี้ยงที่มีคนญี่ปุ่นมารวมตัวกัน ได้พบกับจิตรกรญี่ปุ่นและนักธุรกิจที่ค้าขายภาพพิมพ์แกะไม้ เมื่อคนตาถึงได้เห็นผลงานของหนุ่มผู้นี้ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมและกระตุ้นให้เอาดีไปเลย พูดง่าย ๆ คือมีแมวมองมาเห็นเข้า และตัวเขาเองคงคล้อยตาม จึงตัดสินใจเริ่มเรียนวาดภาพอย่างจริงจัง

คนทางบ้านไม่สนับสนุน แต่เจ้าตัวไม่อยากทิ้งความสามารถนั้น จึงเรียนจิตรกรรมกับกฎหมายควบคู่กัน จนในที่สุดคนทางบ้านใจอ่อน แล้วคูโรดะก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะเป็นจิตรกรเมื่อปี 1887 ตอนนั้นอายุ 21 ปี ผลงานของคูโรดะเป็นที่ยอมรับทันทีโดยได้รับรางวัลหลายครั้งในที่นิทรรศการของฝรั่งเศส หลังจากอยู่ฝรั่งเศส 9 ปีก็กลับสู่ญี่ปุ่น และแน่นอนว่าได้นำแนวทางการสร้างงานศิลปะของทางนั้นกลับมาเผยแพร่ด้วย

ภาพเด่นของคูโรดะมีมากมายหลายผลงาน แต่แง่มุมที่เลือกมาแนะนำในครั้งนี้คือภาพผู้หญิงเปลือย ซึ่งนอกจากจะเป็นการแนะนำศิลปินกับงานเด่นแล้ว ยังหมายจะสื่อให้เห็นภูมิหลังว่าสังคมญี่ปุ่นมีทัศนะอย่างไรต่องานประเภทนี้ และแล้วเราจึงได้ทราบว่าประเด็น “อนาจาร” กับ “งานศิลปะ” ซึ่งเป็นข้อถกเถียงกันมานานนั้นไม่ได้มีแค่ในสังคมไทย แต่ในสังคมญี่ปุ่นเมื่อเกือบ 200 ปีที่แล้วก็ไม่ต่างกัน

อันที่จริงศิลปะญี่ปุ่นเองมีงานล่อแหลมแบบนั้นมาเนิ่นนาน เป็นภาพหญิงชายในบทอัศจรรย์ที่ไร้การปิดบังอวัยวะสำคัญสำหรับ ‘การนั้น’ ภาพแนวนี้เรียกว่า “ชุงงะ” (春画;Shunga) (คงจะได้ขยายความในโอกาสต่อไป) ซึ่งมีในญี่ปุ่นมาก่อนสมัยเมจินานแล้ว และหากมองอย่างเป็นกลาง งานของคูโรดะไม่น่าจะตกเป็นเป้า แต่อะไรที่ใหม่มักหนีไม่พ้นการวิพากษ์วิจารณ์ งานประเภทโป๊ะเปลือยแนวตะวันตกจึงถูกอภิปรายและวิจารณ์อย่างกว้างขวางในหน้าหนังสือพิมพ์สมัยนั้น

สรุปสาเหตุแบบรวบรัดคือ 1) เป็นเพราะคนญี่ปุ่นยังไม่ชินกับงานแหวกแนวที่ได้รับอิทธิจากตะวันตกในทำนองนี้ และ 2) ภาพชุงงะของญี่ปุ่นนั้น แม้จะถึงเนื้อถึงตัว แต่ยังมีเสื้อผ้าปกปิดร่างกายอยู่บ้าง และภาพส่วนใหญ่อยู่ในมุมเอียงมุมหลบ แต่ผลงานของคูโรดะคือภาพคนล่อนจ้อนยืนเป็นแบบเปิดเผยเนื้อหนังมังสาแบบให้เห็นกันจะจะ แม้ไม่ได้เน้น ‘ส่วนนั้น’ แต่คงด้วยจินตนาการของมนุษย์กระมัง จึงกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม อย่างไรก็ตาม แบบไหนวาบหวิวหรือล้ำเส้นไปถึงขั้นอนาจาร คนดูเท่านั้นคือผู้ตัดสิน
ตัวอย่าง “ชุงงะ”
ภาพของคูโรดะที่ก่อให้เกิดกระแสทัศนะในทางลบคือ “แต่งตัวยามเช้า” (朝妝; Chōshō) เป็นผลงานในปี 1893 นำออกแสดงในนิทรรศการเมื่อปี 1895 ที่เกียวโต เป็นภาพหญิงเปลือยหันหน้าเข้าหากระจกและกำลังรวบผม นัยว่าเป็นการแต่งตัวตอนเช้า ได้แรงบันดาลใจจากสตรีฝรั่งเศส ภาพนี้ถูกวิจารณ์ยับว่าทำให้วงการศิลปะของญี่ปุ่นเสื่อมเสีย เมื่อนั้นคูโรดะจึงได้เรียนรู้ว่าสิ่งแวดล้อมทางศิลปะของโลกตะวันตกกับของญี่ปุ่นนั้นต่างกันลิบลับ
“แต่งตัวยามเช้า”
นั่นคือของแปลกใหม่แห่งยุค คูโรดะคือผู้บุกเบิกคนสำคัญและไม่ได้หยุดสร้างสรรค์ผลงานแนวนี้แม้ถูกวิจารณ์ จนต่อมาก็วาดภาพสตรีเปลือยสามคนซึ่งถือว่าเป็นผลงานตัวแทนชิ้นสำคัญของคูโรดะ เป็นภาพที่แลดูเรียบง่าย แต่ท่าทางการวางมือของแต่ละคนในภาพดูไม่ค่อยปกติ ศิลปินคงอยากจะสื่ออะไรบางอย่างจากท่วงท่าเหล่านี้

ภาพชุดนี้วาดขึ้นในช่วงปี 1897-1899 แต่เวลาที่ใช้วาดจริง ๆ คือประมาณ 1 เดือน ขนาดของแต่ละภาพคือ 180.6 x 99.8 เซนติเมตร เป็นผลงานภาพสีน้ำมันสตรีเปลือยภาพแรกที่มีผู้หญิงญี่ปุ่นเป็นแบบ นำออกแสดงในญี่ปุ่นเมื่อปี 1897 หลังจากนั้นอีก 3 ปีนำไปแสดงในงานนิทรรศการโลก (เวิลด์เอ็กซ์โป) ที่ฝรั่งเศสและพิชิตรางวัลระดับซิลเวอร์กลับมา

ผู้หญิงคนขวายกมือขวาขึ้นที่ระดับสายตา เอียงท่อนแขนออกไปเล็กน้อย สายตาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ ส่วนมือซ้ายยกขึ้นระดับท้อง ดันศอกออกจนท่อนแขนเกือบจะขนาดกับหน้าท้อง คนกลางยืนตรงเท้าชิด ยกมือทั้งสองขึ้นข้างหน้า แบะออกเล็กน้อย ศอกทำมุมเกือบตั้งฉาก เป็นท่าทางที่คงไม่ค่อยได้เห็นใครทำในชีวิตประจำวัน และคนผมยาวซ้ายสุดเบนตัวไปทางซ้าย ยกมือขวาขึ้นกำผมที่ดูเหมือนย้อยลงมาปรกหน้า ทุกคนอยู่ในสภาพเปลือย ศิลปินไม่ได้พยายามวาดมุมหลบเพื่อบังอวัยวะอันพึงสงวนทั้งส่วนบนและล่าง ยกเว้นคนซ้ายซึ่งมีผมลงมาปิดได้ครึ่งหนึ่ง

รูปร่างของสตรีเหล่านี้มิได้ผอมเพรียวแต่อย่างใด และเมื่อใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์มาวิเคราะห์อย่างใกล้ชิด พบร่องรอยการปรับแก้ส่วนร่ายกายหลายต่อหลายครั้ง บ่งบอกเป็นนัยว่าทรวดทรงแบบนี้คงจะเป็นร่างกายสตรีในอุดมคติของผู้วาด ว่าแต่ภาพนี้ควรจะมีชื่อว่าอะไร นางเปลือย? ความจริงใจ? กายสตรี ใคร่-คิด-ครวญ? สามอนงค์?...คงแล้วแต่จะจินตนาการ

ทว่าเจ้าของภาพเรียกสตรีจากขวาไปซ้ายว่า “ปัญญา ความรู้สึก อารมณ์” (智・感・情; Chi, Kan, Jō) ท่าทีของพวกเธอสื่อความได้ตรงตามนั้นหรือไม่...ย่อมแล้วแต่การตีความ และเพราะคูโรดะไม่เคยอรรถาธิบายให้กระจ่าง สามนางผู้ไร้เสื้อผ้าจึงเป็นปริศนาที่ถกเถียงกันถึงความหมายมาจนทุกวันนี้

**********
คอลัมน์ญี่ปุ่นมุมลึก โดย ดร.โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์ แห่ง Tokyo University of Foreign Studies จะมาพบกับท่านผู้อ่านโต๊ะญี่ปุ่น ทุกๆ วันจันทร์ ทาง www.mgronline.com



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...