xs
xsm
sm
md
lg

รหัสรักจากอเวจี ตอนที่ 13 อาเกจิ โคโงโร (ต่อ)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บทประพันธ์ของ เอโดงาวะ รัมโป (1894-1965)
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์ อัศวเสนา

หรือด้วยฤทธิ์พิศวาส..รหัสปริศนาที่ถูกทิ้งไว้จึงมีมนต์มายาราวกับส่งสัญญาณขึ้นมาจากอเวจี

“ผมตรวจดูจนแน่ใจแล้วว่า ไม่มีช่องทางลับสำหรับเข้าออกเลยแม้แต่ทางเดียวอื่นนอกจากหน้าต่าง จริงอย่างที่คุณคิด ปัญหาอยู่ที่หน้าต่างครับ หน้าต่างห้องคุณมุราโคชิมีสามบาน และทั้งสามบานเป็นหน้าต่างกระจกที่เปิดขึ้นข้างบนแบบบ้านฝรั่งสมัยเก่า ทางด้านตะวันออกมี 2 บาน และด้านเหนือมี 1 บาน ผมดูแล้วกระจกหน้าต่างไม่มีรอยแตก และไม่มีร่องรอยว่ามีการถอดกระจกออกแล้วใส่เข้าไปใหม่ ผมตรวจอย่างอย่างละเอียดจนพบว่าที่หน้าต่างด้านเหนือ บานล่างตรงมุมบนขวามีรอยแยกแคบมาก”

พอพูดมาถึงตรงนี้นักสืบก็ขอให้ทาเคฮิโกะไปหยิบกระดาษดินสอมาแล้ววาดแผนผังลงไป ก่อนเริ่มไขปริศนา

“หน้าต่างกระจกเก่ามากแล้ว กาวที่อัดแผ่นกระจกไว้ทางด้านนอกหลุดร่วงลงไปหลายจุด กาวตรงมุมบนขวาของหน้าต่างบานนี้ก็หลุดและกระจกตรงนั้นบิ่นไปนิดหนึ่งขนาดที่ใช้กาวอัดเอาไว้ก็จะไม่มีใครสังเกตเห็น ดังนั้นถ้ามองจากในห้องจึงไม่เห็น แต่พอผมเข้าไปเพ่งดูใกล้ ๆ ก็พบช่องสามเหลี่ยมเล็ก ๆ แค่สองสามมิลลิเมตร ซึ่งเป็นช่องทางที่คนร้ายใช้ให้เป็นประโยชน์ครับ”

ศีรษะของคนทั้งสามก้มลงไปแทบจะติดแผ่นกระดาษที่นักสืบอาเกจิขีดเขียนประกอบคำอธิบายเฉลยปริศนาลึกลับของห้องปิดตาย เสียงหายใจหนัก ๆ ดังสะท้อนออกมาจากร่างใหญ่โตของนายโองาวาระ

“ตัวสลักกลอนรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวของหน้าต่างบานนี้ติดอยู่บนกรอบของล่างของหน้าต่างบานบน ส่วนขอสับสลักกลอนอยู่บนกรอบด้านบนของหน้าต่างบานล่าง มองลงมาจากข้างบนจะเป็นลักษณะเช่นนี้ครับ”

นักสืบเอกวาดแผนผังแสดงที่ติดสลักกลอนและส่วนที่เป็นขอสับบนกรอบหน้าต่างให้ดู

“ดูภาพนี้แล้วคงจะพอเข้าใจกันบ้างนะครับ คนร้ายใช้ช่องเล็ก ๆ นี้ เป็นทางหนี โดยเอาลวดทองแดงเส้นเล็ก ๆ พันที่ปลายก้านสลักกลอนเอาไว้สักสองทบแล้วเอาปลายด้านหนึ่งลอดช่องเล็ก ๆ ตรงมุมบนขวาของหน้าต่างบานล่างออกไปด้านนอก ทำไมจึงต้องเป็นลวดทองแดงก็เพราะลวดมีความนิ่มงอตามภาวะแวดล้อมได้สะดวก เอาละครับนั่นคือเรื่องหนึ่ง เรามาดูกันว่าคนร้ายทำอย่างไร เมื่อสังหารเหยื่อสำเร็จตามแผนคนร้ายเปิดหน้าต่างหนีออกไป โดยค่อย ๆ เปิดหน้าต่างบานล่างขึ้นอย่างระมัดระวังไม่ให้ลวดทองแดงที่พันไว้กับสลักกลอนหลุดออก พอออกไปข้างนอกได้แล้วคนร้ายก็ปิดหน้าต่างลงให้สนิทตามเดิม ค่อย ๆ ดึงปลายเส้นลวดทองแดงจนตึงแล้วดึงแรง ๆ อีกทีสลักกลอนก็จะตกลงมาขัดกับเหล็กสับยึดและพอดึงอีกจังหวะหนึ่งลวดก็จะหลุดจากปลายก้านสลักกลอนออกมาทั้งหมด”

ทาเคฮิโกะที่นิ่งฟังอยู่จนจบขัดขึ้นว่า

“ทำไมคุณอาเกจิถึงคิดว่าต้องเป็นลวดทองแดงครับ อาจเป็นเส้นด้ายที่เหนียว ๆ อย่างสายเบ็ดก็ได้”

“ใช่ แต่กรณีนี้คนร้ายใช้ลวดทองแดงครับ เพราะที่ปลายสลักกลอนมีรอยเสียดสีกับอะไรสักอย่าง และเมื่อเอาส่วนนั้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ดูก็พบว่ามีเศษทองแดงติดอยู่ จึงสรุปได้ว่าคนร้ายใช้เส้นลวดทองแดงอย่างที่ผมอธิบายไปแล้วครับ”

พูดจบ นักสืบอาเกจิหันไปทางนายโองาวาระ

“คดีนี้คนร้ายใช้ประโยชน์จากกลไกของหน้าต่างแทนที่จะใช้ประตูครับ นิยายสืบสวนที่เราอ่าน ๆ กันไม่ค่อยใช้หน้าต่าง เพราะประตูมีอะไรที่มีลูกเล่นสนุกกว่า...”

เท่านั้นเองนายโองาวาระก็กระฉับกระเฉงขึ้นมาทันทีเหมือนกำลังคอยจังหวะที่จะได้แสดงภูมิออกมาบ้าง

“ผมพบตัวอย่างหนึ่งในหนังสือรวมเล่ห์กลฆาตกรรมของเอโดงาวะ รัมโปะ เรื่องมีอยู่ว่าคนร้ายเตรียมการฆาตกรรมโยยิงกระจกหน้าต่างแตกเป็นรูแล้วเอาเชือกผูกสลักกลอนลอดรูออกไปข้างนอก พอฆ่าเสร็จก็ดึงเชือกให้สลักกลอนสับลงมาปิดหน้าต่างอำพรางให้เป็นห้องปิดตาย ผู้อ่านถูกลวงให้ไปสนใจปืนในแง่ที่เป็นอาวุธสังหารเหยื่อของฆาตกร แต่ความจริงแล้วปืนเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างห้องปิดตาย ซึ่งเป็นกลลวงที่เหนือความคาดหมาย”

“เยี่ยมครับ ไม่นึกเลยว่าคุณโองาวาระจะเชี่ยวชาญเรื่องนิยายสืบสวนอย่างลึกซึ้งขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องมีข้อคิดเห็นอะไรที่น่าสนใจเกี่ยวกับคดีนี้แน่ ในฐานะนักสืบบนเก้าอี้นวม”

“ไม่หรอกครับ ผมก็ดีแต่คิดไปตามหนังสือนิยายนักสืบที่อ่านเท่านั้น นิยายมีเนื้อหาที่เป็นข้อมูลสำหรับสันนิษฐานหาตัวคนร้ายอยู่พร้อม แต่สำหรับคดีที่เกิดขึ้นจริงมีข้อมูลน้อยเต็มที ไม่พอที่จะให้ทำตัวเป็นนักสืบบนเก้าอี้นวมได้หรอกครับ ผมอยากฟังความคิดเห็นของคุณมากกว่า สำหรับคดีของมุราโคชิเห็นคุณบอกว่าตำรวจกำลังสอบปากคำคนที่เกี่ยวข้องกับเขาอยู่ใช่ไหม”

“ครับ ก็สืบกันอย่างเร่งด่วนไม่ให้รู้ตัวกันเลยละครับ”

“สารวัตรฮานาดะมาที่นี่เมื่อวานก็คงมาเพื่อสืบหาหลักฐานยืนยันที่อยู่ของผมตอนที่เกิดเหตุฆาตกรรมนั่นเองแหละครับ คุณรู้ผลการสืบสวนเรื่องนี้จากสารวัตรบ้างไหม”

“ผมทราบมาจากผู้กองมิโนอุระอีกทีหนึ่งครับ”

นักสืบอาเกจิจำเรื่องราวที่เขารับฟังมาได้ดี วันที่ 13 ธันวาคมนายโองาวาระกลับจากงานที่บริษัทมาถึงบ้านเมื่อห้าโมงเย็นแล้วอาบน้ำทันที หลังจากรับประทานอาหารเย็นกับคุณนายยุมิโกะ เขาเข้าไปหมกตัวอ่านหนังสืออยู่ในห้องทำงานตั้งแต่ราวทุ่มหนึ่ง ระหว่างนั้นคุณนายเอาขนมกับน้ำชาฝรั่งเข้ามาให้ และจากนั้นจนถึงสองทุ่มสี่สิบนาที ซึ่งเป็นเวลาออกอากาศการแสดงไวโอลินของซากางุจิ จูโซทางวิทยุ นายโองาวาระไม่ได้ออกจากห้องแม้แต่ก้าวเดียว และคืนนั้นก็แปลกกว่าเคยคือไม่มีแขกมาหาเขาเลยด้วย ส่วนคุณนายสาวนั้นหลังจากเอาขนมกับน้ำชาวไปให้สามีแล้วก็เข้าไปนั่งเขียนจดหมายอยู่ในห้องส่วนตัวที่อยู่อีกด้านหนึ่งของเรือนฝรั่ง

นายโองาวาระนัดกับภรรยาสาวของเขาเอาไว้ว่าจะฟังรายการแสดงไวโอลินของซากางุจิ จูโซทางวิทยุด้วยกัน พอได้เวลาสองทุ่มสี่สิบนาทีเขาก็เลิกอ่านหนังสือแล้วไปที่ห้องนั่งเล่น เพราะเครื่องรับวิทยุตั้งอยู่ที่นั่นซึ่งเมื่อไปถึงก็พบภรรยากับโชจิ ทาเคฮิโกะเลขานุการส่วนตัวอยู่ที่นั่นแล้ว ทาเคฮิโกะบอกไว้ก่อนแล้วว่าอยากฟังซากางุจิด้วยเหมือนกัน ทั้งสามนั่งฟังไวโอลินจากวิทยุในห้องที่หรี่ไฟลงให้มืดสลัวอยู่จนจบรายการด้วยความดื่มด่ำโดยไม่ขยับเขยื้อน และระหว่างนั้นก็ไม่มีใครออกไปจากห้องด้วย ทั้งสามต่างยืนยันอย่างแข็งขัน

เมื่อรายการแสดงไวโอลินของซากางุจิจบลงและวิทยุส่งสัญญาณบอกเวลาสามทุ่ม นายโองาวาระก็ปิดวิทยุเพราะไม่มีรายการอื่นที่อยากฟัง เขาเป็นคนนอนหัวค่ำและสามทุ่มก็เป็นเวลาเข้านอนพอดี สองสามีภรรยาชวนกันเข้าห้องนอนส่วนทาเคฮิโกะก็กลับไปห้องส่วนตัว

ทั้งสามมีหลักฐานแสดงที่อยู่เมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมอย่างมั่นคง มุราโคชิถูกยิงทันทีหลังสัญญาณบอกเวลาสามทุ่ม ดังนั้นคนที่ได้ยินเสียงสัญญาณบอกเวลาสามทุ่มที่คฤหาสน์โองาวาระจึงไม่อาจไปถึงอพาร์ตเม้นต์ของมุราโคชิได้ภายในสิบหรือสิบห้าวินาที

“ความจริงก็ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบหลักฐานอะไรเอากับคุณ แต่ตำรวจเขาจำเป็นต้องทำอย่างนั้นเพื่อให้ครบถ้วนตามกระบวนการสืบสวนคดี ผมคิดว่าที่สารวัตรฮานาดะมาที่นี่ก็คงเพราะเหตุผลเช่นนั้น”

พอนักสืบอาเกจิพูดเป็นเชิงแก้ตัวให้สารวัตร นายโองาวาระก็โบกไม้โบกมือบอกว่า

“ผมก็ไม่ได้คิดว่าตนเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยของตำรวจหรอกครับ แต่การที่ฮิเมดะกับมุราโคชิซึ่งเข้า ๆ ออก ๆ บ้านผมเป็นประจำมาตายไปติด ๆ กันอย่างนั้น ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ตำรวจต้องมาสืบถามอะไร ๆ จากผม และผมก็ให้การกับสารวัตรฮานาดะในรายละเอียดไปแล้ว แล้วทางด้านอื่นมีใครที่น่าสงสัยปรากฏตัวขึ้นมาบ้างหรือยัง”

“ตอนนี้ตำรวจกำลังสืบหาคนที่มีความสัมพันธ์กับมุราโคชิกันอยู่ แต่เท่าที่ได้ฟังจากผู้กองมิโนอุระจนถึงวันนี้ยังไม่มีใครที่น่าสงสัยเลยครับ ที่สำคัญอย่างแรกคือตำรวจยังไม่รู้เลยว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้มุราโคชิถูกฆ่า”

“ตรงนี้แหละครับ หากคนที่ฆ่าฮิเมดะ มุราโคชิ และเพื่อนของมุราโคชิที่เป็นจิตรกรทั้งสามคดีนี้ เป็นคน ๆ เดียวกันมันก็ต้องมีอะไรที่เป็นสาเหตุร่วมกัน และถ้าเราจับจุดนี้ได้ผมว่าเราจะหาคนร้ายได้ไม่ยาก”

“ใช่ครับ นั่นเป็นปริศนาที่เราจะต้องขบคิด ตอนนี้สิ่งที่เชื่อมโยงคดีฮิเมดะกับคดีมุราโคชิมีอยู่อย่างเดียวคือขนนกสีขาว ส่วนซานุกิจิตรกรคนนั้นเท่าที่รู้น่าจะมีความลับอะไรอยู่กับมุราโคชิ ทั้งหมดมีอยู่เท่านี้เองครับ ผมจึงอยากฟังความคิดเห็นของคุณ ทั้งฮิเมดะและมุราโคชิมาที่นี่เสมอ ดูเหมือนคุณก็จะรักเอ็นดูและคงจะรู้นิสัยเขาสองคนดีอาจมีอะไรที่สะกิดใจ พอจะใช้ประกอบการสันนิษฐานรูปคดีได้บ้าง”

นักสืบอาเกจิพูดยิ้ม ๆ ขณะมองหน้าคู่สนทนาตรง ๆ นายโองาวาระหลับตาคิดแล้วพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“สองคนนิสัยตรงกันข้าม ฮิเมดะช่างพูดและรื่นเริงมีอะไรที่บางครั้งดูจุกจิกเหมือนผู้หญิง ขณะที่มุราโคชิพูดน้อย คิดอะไรมีเหตุมีผลเป็นเรื่องเป็นราว เหมาะที่จะเป็นนักวิชาการมากกว่าทำงานบริษัท ดูเป็นคนลึกซึ้ง แต่ก็ฉลาดหลักแหลมทั้งสองคนนะครับ เรียนหนังสือเก่งจบมหาวิทยาลัยได้เกรดดีทีเดียว ที่บริษัทก็ทำงานกันได้ดีไม่มีที่ติ ในบรรดาหนุ่ม ๆ ที่เข้าออกบ้านผมก็มีสองคนนี่แหละที่ผมเอ็นดูเป็นพิเศษ ผมเศร้ามากที่อยู่ ๆ ก็ตายตามกันไปอย่างนี้ เสียดายจริง ๆ ครับ

ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าชายหนุ่มเฉลียวฉลาดอย่างสองคนนั่นจะมาตกเป็นเหยื่อฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ ฟังที่สารวัตรฮานาดะพูดดูเหมือนจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาคิดว่าขนนกสีขาวนั่นเป็นสัญญาณแจ้งเดือนจากสมาคมลับอะไรสักอย่าง แต่ผมนึกไม่ออกเลยว่ามันคืออะไร และคิดว่าคนที่มีนิสัยอย่างสองคนนั่นไม่น่าจะเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับกลุ่มองค์กรอะไรที่เป็นอันตรายแบบนั้น

จะคิดว่าเป็นเรื่องเงินเรื่องทองก็ไม่น่าใช่ ทั้งฮิเมดะกับมุราโคชิเป็นคนที่เพิ่งจะเริ่มตั้งตัวไม่ได้มีสมบัติพัสถานอะไร ไม่มีทางที่จะคิดได้ว่าเป็นการฆ่าเพื่อชิงสมบัติ เหลืออยู่อย่างเดียวคือเรื่องความรัก อาจเป็นการฆ่าล้างแค้นเรื่องความรักก็ได้ สองคนเป็นชายโสดจึงน่าจะเป็นได้ สารวัตรฮานาดะเองตอนแรกก็ดูเหมือนจะสงสัยว่ามุราโคชิเป็นคนฆ่าฮิเมดะด้วยเรื่องชู้สาว ผมรู้จากสารวัตรฮานาดะว่าทางตำรวจโตเกียวถึงกับส่งเจ้าหน้าที่สะกดรอยตาม มุราโคชิด้วย...”

“เจ้าหน้าที่คนนั้นคือผู้กองมิโนอุระที่ผมพูดถึงนั่นเองครับ เขาสะกดรอยตามอย่างใกล้ชิดมาก ก็อย่างที่บอกแหละครับในฐานะผู้ต้องสงสัยในคดีฮิเมดะ”

“แต่จริง ๆ แล้วมุราโคชิไม่ใช่ฆาตกรและกลับตกเป็นเหยื่อฆาตกรรมไปอีกคน การพบขนนกสีขาวที่ศพทำให้ต้องคิดว่าฆาตกรเป็นคนเดียวกันกับที่ฆ่าฮิเมดะ เมื่อเป็นเช่นนี้สาเหตุการฆ่าจึงห่างไกลจากเรื่องชู้สาว จริงไหมครับ”

“ยังพูดไม่ได้เต็มปากหรอกครับ เพราะอาจมีใครอีกคนที่โกรธแค้นฮิเมดะและมุราโคชิเรื่องความรัก ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นข้อสงสัยเรื่องชู้สาวก็ยังเหลืออยู่”

ขณะพูดสีหน้าของนักสืบอาเกจิฉายแววขำขันแปลก ๆ ออกมาแวบหนึ่ง ใบหน้านายโองาวาระก็มีรอยยิ้มน้อย ๆ เช่นกัน สีหน้าที่เปลี่ยนไปของคนทั้งสองไม่ได้ลอดสายตาของทาเคฮิโกะที่นิ่งฟังการสนทนาอยู่ไปได้ อะไรบางอย่างในรอยยิ้มนั้นทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งอยู่ในใจ

“แล้วอย่างนี้นายจิตรกรอะไรคนนั้นจะเกี่ยวอะไรด้วย เท่าที่ฟังคุณพูดนายนั่นน่าจะเป็นเพื่อนของมุราโคชิมากกว่าศัตรู”

“นายคนนั้นชื่อซานุกิ โจคิจิ เป็นจิตรกรหนุ่มที่มีชีวิตความเป็นอยู่แปลกประหลาดมาก อาศัยอยู่บนห้องใต้หลังคาของโกดังแถวนิปโปริ และทุกวันจะไปอยู่แถวตลาดขยะที่เซ็นจู และวันที่ตกน้ำตายใกล้สะพานเซ็นจูโอฮาชิตายก็สันนิษฐานว่าคงจะไปเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้นจนค่ำมืด บนตลิ่งแถวสะพานมีเขื่อนซีเมนต์เป็นช่วง ๆ ระหว่างถนนกับแม่น้ำไม่มีอะไรกั้นนอกจากสันเขื่อนที่สูงเหนือพื้นดินขึ้นมาราวสองฟุต แถวนั้นมีแต่โรงงานตอนกลางคืนจึงแทบไม่มีคนผ่านไปมา จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ใครคนหนึ่งจะผลักเขาลงไปโดยไม่มีคนเห็น เขื่อนริมตลิ่งไม่มีที่ให้เกาะเกี่ยวจึงตกลงไปแม่น้ำและถ้าว่ายน้ำไม่เป็นก็จมน้ำตามไป ผู้กองมิโนอุระไปสอบถามมาจนได้ความว่าซานุกิว่ายน้ำไม่เป็น จึงคิดว่าฆาตกรอาจจะรู้จุดอ่อนนี้ของเขาก็ได้”

รอยยิ้มยังไม่เลือนหายใบหน้าใบหน้าของนายโองาวาระ

“ผลักตกน้ำ...เป็นวิธีฆ่าที่ธรรมดามาก เมื่อเทียบกับห้องปิดตายในกรณีของมุราโคชิแล้วดูไม่น่าจะเป็นฆาตกรคนเดียวกัน นายจิตรกรคนนั้นอาจไม่ได้ถูกผลักแต่ตกลงไปเองหรือเปล่าครับ”

“ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นการฆาตกรรมครับ แต่ซานุกิมีความเกี่ยวข้องอะไรลับ ๆ กับมุราโคชิและตายเกือบในเวลาเดียวกันกับมุราโคชิจึงต้องคิดไว้ก่อนว่าเป็นการฆาตกรรม นอกจากนั้นนายซานุกิคนนี้ยังมีพฤติกรรม แปลก ๆ หลายอย่างด้วยครับ”

“อย่างเช่นอะไรครับ”

ดวงตาของนายโองาวาระเป็นประกายวิบวับ คงจะเป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็น


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...