xs
xsm
sm
md
lg

มองญี่ปุ่นแล้วเราได้อะไร?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ภาพจาก club-t.com
คอลัมน์ "เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น" โดย "ซาระซัง"

สวัสดีค่ะเพื่อนผู้อ่านที่รักทุกท่าน ฉันเชื่อว่าหลายคนที่เคยไปญี่ปุ่นมาแล้วคงจะมีความประทับใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นกันมาบ้างไม่มากก็น้อยในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะอาด ระเบียบวินัย ความสุภาพนอบน้อม บริการที่อบอุ่น สินค้าที่ได้มาตรฐานสูง เคยสงสัยกันบ้างไหมคะว่าอะไรทำให้ญี่ปุ่นมีความน่าประทับใจอย่างโดดเด่นแบบหาได้ยากจากที่อื่นอย่างนี้

ฉันเคยดูรายการโทรทัศน์ของญี่ปุ่นที่เปรียบเทียบลักษณะนิสัยเด่นของชาติต่าง ๆ สมมติว่ามีการผลิตหุ่นยนต์ตัวหนึ่งออกมา อเมริกาจะบอกว่า “ฉันเป็นคนประดิษฐ์เองแหละ” จีนจะบอกว่า “นี่ฉันไม่ได้ก้อปเขามาเลยนะเนี่ย” ญี่ปุ่นจะบอกว่า “ถ้าเราปรับตรงนั้นตรงนี้อีกหน่อยมันจะใช้งานได้ดีกว่านี้อีก” ดูถึงตรงนี้ฉันก็นึก “ฮั่นแน่ มีชมตัวเองด้วย” แต่พอสังเกตอะไรมากเข้า ก็เห็นด้วยว่าลักษณะนิสัยด้านนี้ของญี่ปุ่นมีเค้าความจริงให้เห็นอยู่ในหลายบริบท และความคิดแบบก้าวหน้าโดยไม่หยุดอยู่กับที่แบบนี้ ก็คงเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นโดดเด่นเหนือหลายประเทศอย่างเห็นได้ชัด

คราวหนึ่งฉันมีโอกาสกลับมาเมืองไทย ระหว่างกำลังรอกระเป๋าเดินทางจากสายพานในสนามบิน ก็เห็นเจ้าหน้าที่มาจัดกระเป๋าที่หล่นตุ๊บจากสายพานด้านบนลงมายังสายพานด้านล่างที่หมุนเป็นวงกลมเพื่อไม่ให้กระเป๋าซ้อนกัน ในใจก็คิดว่าดีจังเลยที่มีบริการแบบนี้ เพราะที่ฉันเห็นจากสนามบินแห่งหนึ่งในนิวยอร์กคือไม่มีเจ้าหน้าที่เลย พอมีปัญหาเรื่องสายพานขัดข้องก็ต้องวิ่งเต้นไปหาเจ้าหน้าที่กันเอง

ขณะที่กำลังแอบดีใจว่ามีบริการที่คำนึงถึงผู้ใช้บริการได้ไม่นาน ในหัวฉันก็มีเสียง “แหง่วววว!!” คล้ายเสียงแสดงความ “วืด” แบบที่เคยได้ยินในรายการวาไรตี้โชว์ เมื่อเหลือบไปเห็นว่าเจ้าหน้าที่จัดกระเป๋าเดินทางหมุนด้านที่เป็นล้อกระเป๋าให้หันเข้าหาคนที่จะมารับกระเป๋า มันอาจจะดูสวยดีที่พอมองโดยรอบแล้วจะเห็นกระเป๋าแต่ละใบตั้งตรงตระหง่านแทนที่จะตีลังกากลับหัวกลับหาง แต่มันทำให้หยิบกระเป๋าลำบาก ถ้าหากคำนึงถึงการใช้งานจริงสักนิด แล้วหันด้านที่เป็นหูจับออกมาหาคนที่จะมารับกระเป๋าล่ะก็ น่าจะทำให้คนมารับกระเป๋าหยิบกระเป๋าได้ง่ายกว่ากันมาก

ถ้ามองในแง่ดีก็อาจจะคิดว่ามีคนช่วยจัดกระเป๋าไม่ให้กองสุมกันก็บุญหนักหนาแล้ว ยังจะมาเรื่องมากอันใดอีก แต่ฉันคิดว่าถ้าจะทำให้ดีทั้งที ก็ทำให้ถึงที่สุดไปเลย เพราะในหลาย ๆ เรื่องหากปรับแค่นิดเดียวก็ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างและเกิดประโยชน์มาก ใส่ใจอีกสักหน่อยดีกว่าทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ ให้ชวนเสียดาย

จากภาพที่เห็นทำให้ฉันนึกไปถึงเรื่องที่เคยได้ยินเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่สนามบินของญี่ปุ่น มีคนเล่าให้ฟังว่าเจ้าหน้าที่ของญี่ปุ่นนั้นนอกจากจะคอยเช็ดกระเป๋าเดินทางที่เลื่อนมาตามสายพานหากกระเป๋าเปียกเพราะถูกฝนแล้ว ในบางคราวยังหันกระเป๋าให้หูจับหันหน้าออกมาด้านนอกเพื่อให้หยิบได้สะดวกด้วย (แต่ไม่ใช่ทุกแห่งและทุกครั้ง) ฉันได้ยินแล้วรู้สึกว่าเป็นบริการที่ใส่ใจเกินจำเป็นและทำให้เจ้าหน้าที่มีงานเพิ่มโดยใช่เหตุหรือเปล่านะ แต่พอมาเห็นกระเป๋าเดินทางที่หันล้อเข้าหาคนมารับกระเป๋าแล้ว จึงได้เห็นความสำคัญของการทำในสิ่งเล็ก ๆ แต่สร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญแบบนี้ขึ้นมา


มีชาวต่างชาติที่ไปญี่ปุ่นแล้วเกิดความประทับใจต่อเจ้าหน้าที่ในสนามบินของญี่ปุ่นเลยถ่ายวีดีโอมาด้วย เป็นภาพเจ้าหน้าที่ที่ขนกระเป๋าเดินทางจากใต้ท้องเครื่องออกมา เขาจะค่อย ๆ ยกแล้วจัดวางทีละใบ ๆ อย่างสุภาพและเป็นระเบียบ ในขณะที่ในหลายประเทศแม้กระทั่งประเทศพัฒนาแล้วยังโยนกระเป๋ากันโครม ๆ บางคนให้ความเห็นว่าญี่ปุ่นปฏิบัติอย่าง “มีมนุษยธรรม” กระทั่งกับกระเป๋า ในขณะที่บางคนบอกว่าคนญี่ปุ่นให้เกียรติต่องานที่ตนเองทำ



นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับผู้พิการมาก แม้เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดแล้วนับว่าผู้พิการมีจำนวนน้อยคือ 7.4% (ข้อมูลจากสำนักนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ปี 2561) แต่รัฐไม่ได้มองข้ามกลุ่มบุคคลเหล่านี้เลย กลับมีนโยบายระยะยาวในหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้พิการ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวก หรือมาตรการสร้างความเข้าใจของประชาชนต่อผู้พิการและป้องกันการตีตรา หรือการสร้างชุมชนที่เป็นมิตรต่อผู้พิการ

นอกจากไฟจราจรสำหรับผู้พิการทางสายตาแล้ว บนทางเท้าทุกหนแห่ง ทางม้าลาย และภายในสถานีรถไฟจะมีพื้นขรุขระพาดเป็นแนวเพื่อให้ผู้พิการทางสายตาสามารถเดินได้สะดวก ปุ่มกดลิฟท์หรือแม้กระทั่งบนกระป๋องเครื่องดื่มเองก็ยังมีอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตาให้ด้วย
ภาพจาก http://takatsukikotsu.blog16.fc2.com
สำหรับคนนั่งรถเข็นก็จะได้รับความสะดวกสบายเวลาขึ้นลงรถไฟ โดยจะมีเจ้าหน้าที่สถานีนำแผ่นกระดานมารอรับเพื่อพาดระหว่างชานชาลากับประตูรถไฟ ฉันเคยเห็นตอนคนนั่งรถเข็นลงจากรถไฟแล้วมีเจ้าหน้าที่มารอรับจากประตูและตู้โดยสารนั้นเลย ซึ่งหมายความว่าเจ้าหน้าที่จะต้องทราบว่าผู้โดยสารคนนี้จะลงที่สถานีใด ถึงสถานีเวลาใด และอยู่ที่ตู้โดยสารหมายเลขใดประตูใด อย่างหลังนี้คิดว่าเจ้าหน้าที่คงทราบอยู่แล้วเพราะบางตู้จะมีที่จัดไว้สำหรับคนใช้รถเข็นโดยเฉพาะ

ฉันเคยขึ้นลิฟท์ในที่แห่งหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นโรงแรม มุมหนึ่งของในลิพท์มีที่นั่งเล็ก ๆ เขียนไว้เป็นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษว่า เอาไว้นั่งพักครู่หนึ่ง และหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ที่นั่งนี้สามารถใช้เป็นห้องน้ำได้ รวมทั้งยังมีน้ำดื่ม ไฟฉาย กระดาษทิชชู่ ที่ดับกลิ่นบรรจุอยู่ในนี้ด้วย สุดยอดมากเลยค่ะที่เตรียมอะไรแบบนี้ไว้พร้อมพัก แถมยังไม่ใช่สำหรับใช้ในอนาคตอย่างเดียว แต่ปัจจุบันก็ยังสามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้ด้วย

เหล่านี้ก็เป็นเพียงไม่กี่ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นมีความละเอียดอ่อนและใส่ใจในเรื่องที่คนจำนวนมากมองข้าม เมื่อประกอบกันเข้ากับนิสัยคนญี่ปุ่นที่มีความคิดว่าจะทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไร จึงกลายเป็นเหมือนสมการที่แปรออกมาเป็นความพัฒนาแบบไม่หยุดนิ่งและน่าทึ่งในหลากบริบท สร้างความโดดเด่นให้ญี่ปุ่น แน่นอนว่ายังมีปัจจัยอื่น ๆ เป็นตัวแปรอีกหลายประการ แต่เพียงแค่สองอย่างนี้ก็นับว่าสร้างความแตกต่างได้มากแล้ว

เมื่อมองญี่ปุ่นแล้ว ฉันก็คิดว่าเรามีอะไรที่เรียนรู้จากเขาได้มาก แต่ความรู้ก็อาจเป็นแค่ความรู้หากไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ ถ้าเราเอาวิธีคิดและวิธีทำของเขาที่เป็นประโยชน์มาทดลองปรับใช้กับบริบทสังคมเราจะดีเพียงไหน ที่ผ่านมาเราส่งคนไป “ศึกษาดูงาน” ต่างประเทศกันมามากพอแล้ว น่าจะตั้งคำถามว่าแล้วเราได้อะไรกลับมาพัฒนาบ้านเมืองเราบ้าง

ญี่ปุ่นไม่ได้เป็นประเทศพัฒนาเพราะเขา “รวย” แต่เขาพัฒนาได้เพราะวิธีคิดที่แตกต่าง เจริญด้วยวิธีคิดแบบก้าวหน้า คิดว่าจะทำอย่างไรประชาชนจึงจะอยู่ดีกินดีในวันนี้และในวันหน้าด้วย คิดว่าทำอย่างไรประชาชนจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะมีทรัพยากรจัดสรรให้ได้ ทำอย่างไรจึงจะคุ้มครองประชาชนให้รอดจากภัยสังคมและภัยธรรมชาติ เป็นต้น

พอตั้งโจทย์ที่มีเป้าหมายชัดเจนอย่างนี้ ก็ง่ายต่อการคิดวางแผนอะไรต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรมที่เป็นไปได้จริง หากแผนแรกใช้ไม่ได้ผล จะมีแผนสองแผนสามตามมาอย่างไร มีปัญหาก็เร่งแก้ไขไม่ดูดาย แถมรัฐบาลยังเปิดเผยรายงานประจำปีบนหน้าเว็บไซต์ของกระทรวงต่าง ๆ ให้เห็นกันชัด ๆ เลยว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร รัฐทำอะไรไปบ้าง มีความท้าทายแบบไหนบ้างที่ต้องหาทางออก และมีแผนจะทำอะไร อย่างไร และเพราะอะไรต่อไป

สิ่งเหล่านี้นับเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือที่ดีมากอย่างหนึ่ง คือ มีความโปร่งใส ชัดเจน ทำจริง นอกจากประชาชนจะได้รู้ว่าภาษีที่จ่ายไปกลับคืนมาเป็นความอยู่ดีกินดีของประชาชนแล้ว ยังทำให้ภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและให้ความร่วมมือกันได้ง่าย เป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย

จริง ๆ แล้วความต้องการพื้นฐานของประชาชนก็อยู่ที่เรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีนี่เอง ถ้ารัฐไหนตีโจทย์สรุปออกมาที่ความจริงง่าย ๆ ข้อนี้ และวางรากฐานสังคมในทุกบริบทที่เกี่ยวข้องให้อยู่ในกรอบนี้ได้อย่างต่อเนื่องมั่นคง ก็น่าจะคาดหวังได้ว่าประชาชนจะได้รับความสงบสุข ความปลอดภัย และมั่นคงในชีวิต ในขณะเดียวกันการพัฒนาประเทศก็เกิดขึ้นไปด้วยกันเหมือนเป็นของแถม ดีกว่าไปเร่งพัฒนาทางวัตถุอย่างเดียว แต่คุณภาพชีวิตคนหยุดอยู่กับที่หรือก้าวถอยหลัง

ใกล้จะเลือกตั้งพอดี ถ้าหากมีพรรคใดที่เล็งเห็นความต้องการพื้นฐานของประชาชนออกและมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแบบองค์รวมอย่างนี้ โดยมองภาพประเทศของตนในฐานะของประชาชนคนหนึ่งที่เขาเองก็อยากจะเห็นประเทศนี้เป็นไป แล้วสร้างนโยบายที่มีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุเป้าหมายจริง คำนึงถึงความพร้อมของประชาชน สร้างความรู้และความเข้าใจแก่ประชาชนว่าเหตุใดเราจึงต้องมีนโยบาย มีระบบต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นมา และสร้างความร่วมมือร่วมใจของประชาชนได้ล่ะก็ ประเทศเราจะไม่พัฒนาขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ก็ให้รู้ไป

แต่สุดท้ายไม่ว่าผลเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร หากเราหวังพึ่งตัวแทนที่จะมาบริหารบ้านเมืองของเราไม่ได้ ฉันว่าเราก็ยังสามารถทำอะไรได้อยู่ดีในฐานะประชาชนคนหนึ่ง อย่าลืมนะคะว่าญี่ปุ่นสร้างความแตกต่างและโดดเด่นได้ก็เพราะให้ความสำคัญกับเรื่องเล็กที่คนส่วนใหญ่มองข้าม และคิดเสมอว่าจะทำให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไร แล้วเอามาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน วันหนึ่งเราอาจจะมีผู้นำกลุ่ม ผู้นำองค์กร ผู้นำสังคม หรือผู้นำประเทศที่สร้างความสุขให้กับคนจำนวนมากได้ก็เป็นได้

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีค่ะ.



"ซาระซัง" สาวไทยที่ถูกทักผิดว่าเป็นสาวญี่ปุ่นอยู่เป็นประจำ เรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ชั้นประถม และได้พบรักกับหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัย เป็น “สะใภ้ญี่ปุ่น” เธอเคยใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโตเกียวนานกว่า 5 ปี ปัจจุบันติดตามสามีไปทำงาน ณ สหรัฐอเมริกา ติดตามคอลัมน์ “เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น” ที่ MGR Online ทุกวันอาทิตย์.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...