xs
xsm
sm
md
lg

รหัสรักจากอเวจี ตอนที่ 9 ห้องอาบน้ำของคุณนาย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บทประพันธ์ของ เอโดงาวะ รัมโป (1894-1965)
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์ อัศวเสนา

หรือด้วยฤทธิ์พิศวาส..รหัสปริศนาที่ถูกทิ้งไว้จึงมีมนต์มายาราวกับส่งสัญญาณขึ้นมาจากอเวจี

ระหว่างนั้น คฤหาสน์โองาวาระที่อาซาบุมีอะไรอย่างหนึ่งแปลกไป

อารมณ์รักของโชจิ ทาเคฮิโกะทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ยิ่งตำรวจสงสัยคุณนายโองาวาระ ยุมิโกะที่เขาแอบรักว่าจะเป็นผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์เร้นลับกับฮิเมดะเพียงไรความหลงใหลของเขาก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้นเพียงนั้น การที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเธอวันละหลายครั้ง ได้ฟังพูดของเธอแม้เพียงคำเดียวประโยคเดียว ได้สบตากันเป็นบางครั้ง ได้เห็นความหมายที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้ม ได้สัมผัสมือหรือไหล่โดยไม่ได้ตั้งใจ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้นมีความสำคัญมากอย่างเทียบไม่ได้กับงานไม่ว่าจะมีความสำคัญแค่ไหนในหน้าที่เลขานุการของเขา ยามนอนทาเคฮิโกะจะนึกถึงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้น ทบทวนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพของคุณนายโฉมงามและปริศนาที่รุมล้อมตัวเธอทำให้เขาต้องทุรนทุรายพลิกซ้ายพลิกขวาอยู่นานกว่าจะม่อยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนทุกวันไป

นักสืบอาเกจิ โคโงโรเอาตารางวันเวลาแปลก ๆ มาให้ไว้และขอให้ช่วยตรวจสอบความเคลื่อนไหวของนายโองาวาระกับภรรยาของเขาตามวันเวลาในตาราง หลังจากที่ได้ทำตามคำขอและรายงานผลให้นักสืบอาเกจิทราบแล้วเมื่อหลายวันก่อน ความทุกข์ของทาเคฮิโกะก็ยิ่งทับทวีและสับสนขึ้นหลายเท่า แม้ว่านักสืบอากจิไม่ได้ชี้แจงความหมายของการตรวจสอบตารางวันเวลานั้นอย่างชัดเจน แต่เขารู้ดีว่าต้องเกี่ยวข้องกับการตายของฮิเมดะแน่นอน และในการสืบสวนของตำรวจชื่อของนายโองาวาระกับภรรยาก็จะต้องเด่นขึ้นมา โดยเฉพาะชื่อของคุณนายยุมิโกะซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเขา
ทาเคฮิโกะไม่รู้ว่าการที่ยุมิโกะออกจากบ้านไปในวันเวลาตามตารางนั้นมีความหมายอย่างไร ในสมองของเขาไม่มีความคิดที่ว่าจะมีอะไรเชื่อมโยงไปถึงฮิเมดะเลยแม้แต่น้อย แต่ใจเขาถูกคุกคามด้วยความหวาดระแวงว่ายุมิโกะอาจมีความลับอะไรอยู่ บางทีวันเวลาในตารางนั้นอาจเป็นวันนัดพบกับผู้ชายสักคนหนึ่งก็ได้ ในเวลาเดียวกันนั้นเองภาพของคุณนายยุมิโกะ ผู้หญิงที่อยู่สูงสุดเอื้อมเกินไขว่คว้าก็ขยายใหญ่ลอยเลื่อนเข้ามาตรงหน้าทาบทับด้วยเงาของคนนอกใจ ภาพนั้นแทนที่จะทำให้ทาเคฮิโกะคิดรังเกียจแต่กลับทำให้ความรักและความใฝ่ฝันที่มีต่อเธอทวีขึ้นหลายเท่า วันเวลาผ่านไปความงามบริสุทธิ์ของภาพในฝันของเขาทุกคืน ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความงามทรงเสน่ห์เย้ายวนใจชายอย่างล่อแหลมกับศีลธรรม ซึ่งรุกเร้าเขาจนแทบทนไม่ไหว

พอดีกับช่วงนั้นนายโองาวาระมีธุระต้องเดินทางไปโอซากาและค้างที่นั่นหนึ่งคืนและแน่นอนว่าทาเคฮิโกะซึ่งเป็นเลขาส่วนตัวต้องติดตามไปด้วย คืนก่อนออกเดินทางด้วยเครื่องบิน ทาเคฮิโกะเข้าไปในห้องสมุดเพื่อค้นคว้าหาข้อมูลอะไรบางอย่าง คุณนายยุมิโกะเดินตามเข้ามาด้วยท่าทางระวังระไวเหมือนไม่ต้องการให้ใครเห็น แล้วบอกเขาอย่างไม่อ้อมค้อมว่า

“คุณโชจิ ฉันมีเรื่องสำคัญที่อยากคุยกับคุณส่วนตัว คุณช่วยทำเป็นไม่สบายและขอตัวไม่ไปกับท่านได้ไหม ช่วยอยู่บ้านและฟังเรื่องที่ฉันจะพูดด้วยหน่อยเถิด”

ชายหนุ่มตกใจ แล้วกลับใจเต้นแรงเมื่อคุณนายโฉมงามยิ้มให้อย่างมีเลศนัยแสดงถึงความสนิมสนม หน้าของเขาแดงเรื่อเพราะความกลัวมากกว่าดีใจ

“ได้ครับ ผมจะบอกท่านว่าปวดศีรษะและไปหาหมอ”

คืนนั้นทาเคฮิโกะไปหาหมอใกล้บ้านและหลอกหมอให้เชื่อสนิทว่าเขาปวดหัวจริง ๆ ชายหนุ่มกลับมารายงานนายของเขาว่าไม่สามารถไปโอซากาด้วยได้ นายโองาวาระจึงต้องติดต่อขอให้เลขาของเขาที่บริษัทไปแทน

ราวห้าทุ่มของคืนวันที่นายโองาวาระค้างอยู่ที่โอซากา เมื่อคนในบ้านเข้านอนกันหมดแล้ว ทาเคฮิโกะลอบเข้าไปในห้องนอนของท่านเจ้าของบ้านที่ตึกฝรั่งตามที่ได้นัดหมายไว้กับคุณนายยุมิโกะ

ห้องนอนของสามีภรรยาอยู่ลึกเข้าไปด้านในของตึกฝรั่ง ทาเคฮิโกะสามารถเดินจากห้องส่วนตัวที่อยู่ในตึกเดียวกันมาตามระเบียงทางเดิน ผ่านห้องรับแขก ห้องสมุด และห้องอื่น ๆ มาถึงได้ โดยระหว่างทางไม่มีห้องพักของคนรับใช้ จึงนับว่าเป็นทางสะดวกสำหรับการนี้

ทาเคฮิโกะไม่เคยเข้าไปในห้องนอนของท่านเจ้าของบ้าน แต่ได้ยินจากพวกสาวใช้ว่าเป็นห้องชุดที่มีห้องอาบน้ำอยู่ในตัวเหมือนห้องพักในโรงแรมใหญ่ ๆ สามารถอาบน้ำและล้างหน้าได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องออกมาจากห้อง ท่านเจ้าของบ้านมีห้องนอนแบบญี่ปุ่นอยู่อีกห้องหนึ่งด้วยและเคยใช้ห้องนั้นอยู่เสมอมาจนกระทั่งแต่งงานใหม่ จึงได้สร้างตึกฝรั่งที่มีห้องนอนเป็นห้องชุดแบบโรงแรมสำหรับภรรยาสาว ตอนสร้างตึกฝรั่งหลังนี้ได้มีการติดตั้งเครื่องต้มน้ำเพื่อใช้ไอน้ำทำความอบอุ่นซึ่งเป็นระบบที่ทันสมัยและฟุ่มเฟือยในสมัยนั้น ตึกฝรั่งจึงมีระบบทำความอบอุ่นด้วยไอน้ำทั่วทั้งอาคาร ทั้งยังมีน้ำร้อนใช้ในห้องอาบน้ำและห้องล้างหน้าด้วย

ทาเคฮิโกะเดินใจเต้นโครมครามไปตามระเบียงทางเดินปูพรมเหมือนคนกำลังเดินละเมอไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนท่านเจ้าของบ้านซึ่งเป็นประตูแบบอเมริกันทาสีเทาอ่อนเย็นตา “เหมือนฉากหนึ่งในหนังที่เคยดู” “นี่เรากำลังเป็นพระเอกหนังรักใช่ไหม” ชายหนุ่มอดครึ้มอยู่ในใจไม่ได้ แต่ก็เพียงวูบเดียว

ชายหนุ่มเคาะประตูเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว ทำไมมันช่างหวาดกังวล หลงระเริง และบันเทิงใจอย่างนี้

ประตูเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นยุมิโกะโฉมงามยืนยิ้มอยู่ตรงนั้น เธอสวมเสื้อคลุมสีดำไม่รู้ว่าทำด้วยผ้าอะไรแต่เวลาไหวตัวดูเป็นประกายมันเลื่อม ใบหน้าที่แต่งไว้ด้วยเครื่องสำอางนวลเนียนและหอมจาง ๆ ดูเด่นอยู่เหนือเสื้อคลุมสีดำสนิทนั้น ริมฝีปากแย้มยิ้มยวนจนใจสั่น

ด้านในของห้องมีเตียงใหญ่แบบหรูติดผ้าม่านสองไข ด้านหน้ามีโต๊ะกลมและเก้าอี้บุนวมสีแดงสองตัว โคมไฟตั้งพื้นทรงสูงสาดแสงสีชมพูอ่อนจับอยู่ตรงนั้นจุดเดียว

ยุมิโกะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมตัวหนึ่งและผายมือไปที่อีกตัวหนึ่ง ทาเคฮิโกะพยายามซ่อนความขี้ขลาดอย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า ขณะเดินช้า ๆ ไปนั่งลงบนเก้าอี้นวมตัวตรงข้าม

“คุณมีอะไรอยากพูดกับฉันใช่ไหม ฉันรู้นะถึงได้ดึงตัวคุณไว้”

ทาเคฮิโกะเตือนตัวเองว่าอย่าเพิ่งคิดเข้าข้างตนเอง น้ำเสียงของคุณนายโฉมงามมีอะไรอื่นที่นอกเหนือจากที่เขาคิด ชายหนุ่มมองหน้ายุมิโกะเฉยอยู่โดยไม่ตอบว่ากระไร

“คุณถามเรื่องฉันกับคิคุใช่ไหม ถามว่าฉันไปไหนเมื่อไหร่อะไรแบบนั้น คิคุบอกฉันหมดแล้ว แต่ฉันอยากฟังจากปากคุณตรง ๆ “

คิคุคือสาวใช้ประจำตัวของยุมิโกะ ทาเคฮิโกะรู้สึกหน้าชาและคงซีดขาวด้วย เหงื่อเย็นเยียบซึมออกมาจากรักแร้ด้วยความละอายตัวเองเมื่อคิดว่าที่แท้ยุมิโกะก็อยากยืนยันเรื่องนี้เท่านั้นเอง แต่ยังพอมีความหวังอยู่บ้างแม้จะเพียงเท่าด้ายเส้นหนึ่ง ว่าถ้าคุณนายมีเรื่องพูดกับเขาแค่นี้ทำไมถึงต้องเลือกห้องนอนเป็นที่พบปะ ทำไมถึงต้องเลือกเวลายามดึก
“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ คุณอาเกจิ โคโงโรขอร้องมา ให้ช่วยสอบถามทางอ้อม อย่าถามคุณนายตรง ๆ “
ทาเคฮิโกะตอบไปตามตรงและเตรียมตั้งรับอารมณ์ของอีกฝ่าย

“นึกแล้วเชียว แล้ววันที่ถามน่ะคือวันไหนกับวันไหนบ้าง”

ดวงตาของยุมิโกะอ่อนโยน เธอไม่ได้โกรธเขา แต่ดูเหมือนว่าจะสนุกกับการได้แอบพูดคุยสองต่อสองกับเขาลับ ๆ เช่นนี้มากกว่า

“ผมจำไม่ได้หรอกครับ ต้องดูตารางบันทึกวันเวลาอันนี้”

เขาหยิบแผ่นกระดาษที่พับเก็บไว้อย่างเรียบร้อยจากกระเป๋าออกมาส่งให้

ยุมิโกะรับไปเปิดดูแล้วไล่สายตาไปทีละบรรทัดอย่างพยายามทบทวนความจำ สีหน้าของเธอเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ

“ไม่เข้าใจเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเขาไปเอาวันเวลาแบบนี้มาจากไหน คุณล่ะ เข้าใจหรือเปล่า”

“ไม่เข้าใจครับ คุณอาเกจิก็ไม่อธิบายอะไรให้ชัดเจนเสียด้วย แต่ว่า...”

“แต่อะไรคะ คุณคิดอะไรอยู่รึ”

ทาเคฮิโกะตามปกติเป็นคนที่แทบจะเรียกว่าใจปลาซิว แต่บางทีคืออย่างเวลาเดาใจคู่สนทนาได้ว่าไม่เป็นไรแน่แล้ว เขาก็จะกล้าอย่างชนิดบ้าบิ่นเลยทีเดียว

“ผมเดาว่าน่าจะเป็นวันและเวลาที่คุณนายไปพบกับใครสักคนข้างนอกน่ะครับ”

เขาเก็บคำว่า “ไม่ใช่หรือครับ” เอาไว้และจ้องหน้าคู่สนทนาของเขาตรง ๆ ดวงตาของยุมิโกะสงบนิ่ง เธอหัวเราะออกมา

“ใครสักคนน่ะหมายถึงใครคะ คู่รักรึ”

ยุมิโกะก็กล้าเหมือนกัน ทาเคฮิโกะชอบการสนทนาที่ต่างฝ่ายต่างมองกันออกแบบนี้มาก แล้วยิ่งเป็นคนที่เขาหลงรักด้วยก็ยิ่งมีความสุขเป็นหลายเท่า เขาไม่ตอบคำถามแต่ทำหน้าอาย ๆ

“คุณหึงรึ”

ชายหนุ่มอยากร้องออกไปดัง ๆ ว่าใช่ครับ แล้วโผเข้าไปซบหน้าลงกับอกของคุณนาย แต่ก็ต้องกลั้นอารมณ์เอาไว้ด้วยการทำหน้าอาย ๆ ต่อไป

“ฉันไม่มีใครอะไรอย่างนั้น คุณอาเกชิคงเข้าใจผิดอะไรสักอย่าง ฉันออกไปข้างนอกบ่อยคุณก็รู้ พอท่านออกไปทำงานส่วนใหญ่ฉันก็จะออกไปนั่นไปนี่ ช็อปปิ้งบ้าง ดูละคร ฟังคอนเสิร์ต หรือไม่ก็ไปบ้านเพื่อน ท่านออกไปทำงานเดือนหนึ่งรวมแล้วราวสิบห้าสิบหกวัน ฉันก็ออกไปประมาณนั้น”

คุณนายชายตาลงไปที่ตารางบันทึกวันเวลา

“ใบบันทึกนี่มีเดือนละสามหรือสี่ครั้ง มันก็ต้องมีวันที่ชนกับวันที่ฉันออกไปข้างนอกเป็นธรรมดา ถ้าวันในตารางนี่มาชนกับวันที่ฉันออกจากบ้านมันก็บังเอิญเสียยิ่งกว่าบังเอิญ เพราะเดือนหนึ่ง ๆ ฉันออกจากบ้านมากกว่าในตารางนี่หลายเท่า”

ทาเคฮิโกะฟังแล้วก็ยังทำหน้าไม่เชื่อ

“อือม์ ฉันดูตารางนี่แล้วก็พยายามคิดอยู่ แต่เรื่องที่ผ่านมานานแล้วฉันก็นึกไม่ออกหรอกนะ อย่างวันที่ 10 ตุลาคมวันสุดท้ายของตารางนี่ค่อยจำได้หน่อย ฉันอยู่ที่ร้านเสริมสวยยาโนเมะที่อาคาซากะตั้งแต่เที่ยง ทำผมแต่งหน้าเสร็จแล้วก็นั่งคุยกันจนเย็น ยามาโนะ ฮามาโกะกับฉันเป็นเพื่อนกันมานาน เราคุยกันถูกคอมากเลย”

ทาเคฮิโกะคิดอยู่เหมือนกันว่าอาจมีการนัดพบที่ร้านเสริมสวยตอนกลางวันก็ได้ แต่ก็รีบตัดออกไปเพราะคิดว่าการสันนิษฐานเช่นนั้นออกจะเป็นการดูแคลนคุณนายมากไปหน่อย

“ไม่รู้ว่าคุณอาเกจิคิดอะไรของเขาเหมือนกัน ฉันพบกับเขาครั้งหนึ่งที่นี่แต่ก็แค่ทักทายกันเท่านั้นเพราะเขามีธุระคุยกับท่าน เลยอยากพบกับเขาอีกสักครั้งหนึ่ง”

คำพูดคำเดียวแค่นั้นเองที่ทำให้ทาเคฮิโกะรู้สึกอิจฉานักสืบเอกคนนั้นขึ้นมา อาเกชิ โคโงโรเป็นคนสำคัญมีฐานะทางสังคมที่สูงส่งกว่าตนมาก ถึงจะอายุห้าสิบกว่าแล้วแต่ก็ยังมีเสน่ห์เป็นที่รักพวกสาว ๆ ควรแก่การที่ชายหนุ่มคนหนึ่งจะอิจฉาเมื่อคนที่เขารักเอ่ยขึ้นมาว่าอยากพบ

“แหม คุณโชจินี่อ่อนไหวราวกับนกพิราบ อิจฉาอีกแล้วใช่ไหม”

ยุมิโกะหัวเราะด้วยเสียงที่ทาเคฮิโกะไม่คิดว่าจะได้ยิน มันไม่ใช่เสียงของกุลสตรีมีตระกูล แต่เป็นเสียงหัวเราะของผู้หญิงในสถานเริงรมย์...แม่ผีเสื้อราตรีชั้นสูง พร้อมกับเสียงหัวเราะคุณนายขยับขาทำให้เสื้อคลุมเผยอออกเห็นเสื้อตัวในสีแดงจัดจ้าน

ยุมิโกะเป็นผู้หญิงประเภทโอบอุ้มผู้ชายจริง ๆ ด้วย เขารู้สึกมาตั้งนานแล้วและวันนี้ก็ยิ่งทำให้เขาเชื่อยิ่งขึ้นอีก เขาอยากถูกห่อหุ้มอยู่ในเสื้อสีแดงจัดจ้านตัวในนั้น

“คุณตรวจสอบเรื่องฉันเพราะคุณอาเกจิเขาขอร้อง แต่จริง ๆ แล้วคุณเป็นห่วงฉันใช่ไหม”

ทาเคฮิโกะหน้าแดงเรื่อเหมือนเด็กหนุ่มแรกรุ่นไปอีกครั้ง เมื่อได้ฟังคำพูดของคุณนายและถูกจ้องมองมา


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...