xs
xsm
sm
md
lg

รหัสรักจากอเวจี ตอนที่ 8 เจ้าหล่อนคือผู้หญิงคนนั้นจริงหรือ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บทประพันธ์ของ เอโดงาวะ รัมโป (1894-1965)
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์ อัศวเสนา

หรือด้วยฤทธิ์พิศวาส..รหัสปริศนาที่ถูกทิ้งไว้จึงมีมนต์มายาราวกับส่งสัญญาณขึ้นมาจากอเวจี

สีหน้าของมิโนอุระนายตำรวจสืบสวนแสดงว่าไม่เห็นด้วยกับคำสันนิษฐานของนักสืบอาเกจิแม้แต่น้อย

“ผมไม่คิดเลยสักนิดเดียวว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคุณนายโองาวาระเลยครับ สาวใช้ที่โรงเตี๊ยมและคน อื่น ๆ ที่เห็นผู้หญิงคนที่มากับฮิเมดะบอกว่าเจ้าหล่อนแต่งตัวเรียบ ๆ ดูซอมซ่อ ซึ่งคิดยังไง ๆ สมองของผมมันเชื่อมไม่ติดกับกับคุณนายโองาวาระโฉมงามคนนั้น ไม่น่าเป็นไปได้”

“มนุษย์เราเวลาตกที่นั่งลำบากและจวนตัวเข้าบางทีก็ทำอะไรโลดโผนอย่างไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะครับ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ได้รับการเลี้ยงดูมาเป็นคุณหนู การปลอมตัวนั้นคนภายนอกดูแล้วอาจไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องทำถึงขนาดนั้น แต่สำหรับคุณหนูที่รักใครสักคนและไม่ต้องการให้สามีหรือคนรอบข้างล่วงรู้และรู้ดีว่าถ้าถูกจับได้ทุกสิ่งทุกอย่างอย่างก็จะต้องจบสิ้นนั้น ผมว่าให้ทำอะไรมากกว่านี้เจ้าหล่อนก็ทำ และถ้ายิ่งเป็นผู้หญิงฉลาดก็จะต้องคิดแผนตลบหลังให้มันสุดโต่งเหนือเมฆไปเลย อย่างเช่นเลือกโรงเตี๊ยมถูกสุด หรือไม่ก็แปลงตัวเป็นผู้หญิงเชย ๆ แต่งตัวซอมซ่อไปโน่นเลย”

“แต่เมื่อต้องคอยจังหวะจนสามีออกจากบ้านเสียก่อนแล้วจึงจะออกไปหาชายชู้ได้ เร่งรีบออกอย่างงั้นเจ้าหล่อนจะเอาเวลาที่ไหนมาปลอมตัวโดยที่คนอื่นไม่เห็น ยิ่งออกไปทำข้างนอกยิ่งยาก เมื่อคิดดูในแง่ของเวลาและสถานที่ที่ใช้ในการปลอมตัวแล้วผมเห็นว่าแทบไม่มีทางเป็นไปได้”

“อาจจะยากมากแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ และการจะทำได้หรือไม่ได้นั้นผมว่ามันขึ้นอยู่กับอุปนิสัยของคุณนายโองาวาระครับ ผมกำลังคิดอยากจะไปพบนายโองาวาระสักครั้งเพื่อถามความคิดเห็นของเขา และก็อยากพบคุณนายโฉมงามด้วยแน่นอนครับ ถ้าได้พูดคุยกันสักพักก็คงจะจับนิสัยใจคอของเจ้าหล่อนได้ ผมรับทำหน้าที่ด้านนี้เองเพราะรู้สึกสนใจนายโองาวาระที่ชอบอ่านนิยายนักสืบและเรื่องประหลาด ๆ คนนี้มานานแล้ว

อีกเรื่องหนึ่งคือผมได้ขอให้นายโชจิสืบความเคลื่อนไหวของคนในครอบครัวนายโองาวาระวันที่ฮิเมดะตกหน้าผาที่อุโอมิซากิ คือในช่วงก่อนหลังห้าโมงมีใครออกจากบ้านไปนานถึงห้าหกชั่วโมงหรือเปล่า และเนื่องจากเรื่องเพิ่งเกิดจึงได้ข้อมูลที่ชัดเจนมาก ประเด็นนี้ผมคิดว่าทางคุณก็คงสืบทราบกันแล้ว”

“แน่นอนครับ” มิโนอุระดูอยากจะพูดถึงเรื่องนี้อยู่นานแล้ว เขาใช้นิ้วแตะน้ำลายแล้วพลิกสมุดบันทึกประจำตัวไปยังหน้าที่ต้องการ

“นายโองาวาระกับภรรยาและนายโชจิกับคนขับรถเดินทางไปอาตามิ ตัดสี่คนนั่นออกไปก็เหลือคน 10 คนอยู่ในบ้าน คือตาเฒ่าคุโรอิวะ นางทาเนดะ โทมิ อดีตแม่นมที่ตามคุณนายมาจากบ้านพ่อแม่ เด็กหนุ่มเฝ้าประตูเข้าคฤหาสน์ เด็กรับใช้ 2 คน สาวใช้ 2 คน แม่ครัว ตาเฒ่าคนทำสวน และเมียคนขับรถ ครึ่งหนึ่งของจำนวนนั้นอยู่บ้านทั้งวัน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งออกจากบ้านเกินกว่าสองสามชั่วโมง คนที่ไม่อยู่บ้านประมาณห้าชั่วโมงมี 3 คน คือ ตาเฒ่าคุโรอิวะ แม่นมทาเนดะ โทมิ และเด็กรับใช้ประจำตัวคุณนาย สำหรับเด็กรับใช้คนนี้กลับไปบ้านครอบครัวที่เนคิชิซึ่งมีพยายยืนยันพร้อมมูล ส่วนตาเฒ่าคุโรอิวะนั้นไม่ได้อาศัยอยู่ในคฤหาสน์โองาวาระ แต่แยกออกไปอยู่บ้านของตัวเองใกล้ ๆ นั้น วันนั้นแกออกจากบ้านแต่เช้าไปเยี่ยมเพื่อนเก่าที่โอดาวาระแล้วกลับมาตอนดึก ผมขอให้ตำรวจโอดาวาระช่วยสืบทางด้านเพื่อนเก่าของแกคนนั้น ก็พบว่าตาเฒ่าไปเยี่ยมเขาจริง ทั้งสองใช้เวลาวันนั้นทั้งวันหมดไปกับการกินอาหารด้วยกันที่ภัตตาคาร และเล่นหมากล้อม แต่เนื่องจากโอดาวาระกับอาตามิอยู่ใกล้กันแค่ปลายจมูก ผมจึงไม่อาจเชื่อพยานบุคคลผู้นี้ได้จนกว่าตนเองจะสืบสวนเจาะลึกลงไปให้มากกว่านี้

ทาเนดะ โทมิที่เคยเป็นแม่นมของคุณนายออกไปดูการแสดงที่โรงละครคาบุกิคนเดียวตั้งแต่เที่ยงจนดึกดื่น แต่ก็บังเอิญมีคนเป็นพยานให้ คือราวห้าโมงเย็น เธอพบกับมุราโคชิ ฮิโตชิเข้าอย่างจังบนระเบียงทางเดินโรงละครคาบุกิ และยืนคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง เรื่องนี้ผมได้ตรวจสอบยืนยันทั้งสองฝ่ายเรียบร้อยแล้วได้ความตรงกันครับ และพอดีกับตอนนั้นเป็นเวลาประมาณห้าโมงพอดี พยานหลักฐานของสองคนนั้นจึงพร้อมมูลไม่มีปัญหา นายมุราโคชิคนนี้เป็นพนักงานวัยหนุ่มของบริษัทผลิตยาโจโฮคุซึ่งเป็นบริษัทที่นายโองาวาระดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารอยู่ด้วยคนหนึ่ง เจ้าหนุ่มคนนี้เป็นเพื่อนกับฮิเมดะและเข้าออกคฤหาสน์โองาวาระบ่อยมาก ที่เล่ามาทั้งหมดนี้แสดงว่าคนในบ้านของนายโองาวาระทุกคนมีหลักฐานพยานยืนยันที่อยู่ของตน ณ เวลาเกิดเหตุอย่างพร้อมมูลครับ”

“เดี๋ยวก่อน คุณนับขาดไปคนหนึ่งนะ คนขับรถยังไงล่ะ นายโองาวาระกับคุณนายและเจ้าหนุ่มโชจิอยู่ที่บ้านพักตากอากาศจริง แต่ตอนเกิดเหตุคนขับรถอยู่ที่ไหนฮึ”

“ก็อยู่ที่บ้านพักตากอากาศนั่นแหละครับ วันนั้นนายโองาวาระขับรถไปสนามกอล์ฟเองคนขับรถก็เลยว่าง เขาออกไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งแต่ตอนเกิดเหตุนั้นเขากลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว และคุยอยู่กับตาเฒ่าคนเฝ้าบ้านกับเมียและลูกสาวของแก สายสืบของสถานีตำรวจอาตามิสอบปากคำแยกทีละคนแล้วปรากกฏว่าทั้ง 4 คนให้การตรงกัน ไม่มีปัญหาอะไรครับ”

“ทีนี้คุณช่วยพูดถึงผลการสืบสวนของคุณเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างฮิเมดะกับเพื่อน ๆ ที่โตเกียวให้ผมฟังหน่อยได้ไหม”

“การสืบสวนเรื่องนี้ใช้เวลาหลายวันพอดูแต่ผลปรากฏว่ามีหลักฐานพยานกันครบถ้วนทุกคนเลยครับ เพื่อนของฮิเมดะเท่าที่ผมสอบถามจากพ่อแม่ของเขาและตรวจดูจากสมุดไดอารี่มี 11 คน และในวันเกิดเหตุไม่มีใครออกจากโตเกียวไปไหนทั้ง 11 คน การเดินทางไปกลับโตเกียวอาตามิอย่างน้อยที่สุดต้องใช้เวลาราวห้าหกชั่วโมง ซึ่งในช่วงเวลาหลายชั่วโมงนั้นทุกคนมีพยานรู้เห็นหมดครับ”

นักสืบอาเกจิจิ้นิ้วมือขวาลงในกลุ่มผมที่ยุ่งเป็นกระเซิงเป็นเชิงคิด ยิ้มอย่างมีนัยแปลก ๆ ที่มุมปาก แล้วพูดขึ้นเหมือนบ่นกับตัวเอง

“หมายความว่ารอบตัวนายฮิเมดะไม่มีผู้ต้องสงสัยเลยสักคนอย่างนั้นรึ”

“มันอาจดูเหมือนโศกนาฏกรรมของนักสืบย่ำต๊อกเพราะเดินไปโน่นนี่เหงื่อไหลไคล้ย้อยมาเป็นเดือนแต่สุดท้ายก็ได้ผลมาแค่นี้ แต่ผมไม่คิดอย่างนั้นเลยนะ ถ้าเป็นการปีนเขานี่ก็เพิ่งขึ้นไปแค่ชั้นที่สาม ยอดเขายังอยู่อีกไกล งานเพิ่งจะเริ่มต้นครับ ตอนนี้พอเห็นช่องอะไรไม่ว่าจะแคบแค่ไหน ผมต้องกระโจนเข้าใส่ทันที เอาเข็มแหลม ๆ แทงเข้าไปตรวจดูให้ลึกลงไปในนั้น อาจมีรูบางรูที่แม้ปากจะทางเล็กจนแทบมองไม่เห็น แต่ลึกเข้าไปเป็นถ้ำกว้างใหญ่มหึมาก็ได้นะคุณ”

นักสืบอาเกจิยิ้มกว้างขึ้น

“ดูเหมือนว่าคุณจะพบช่องนั้นเข้าให้แล้ว”

“ใช่ครับ พบแล้ว ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้เรื่องอะไรบ้างแต่ตอนนี้ไม่มีช่องอื่นที่น่าสำรวจกว่าช่องนี้อีกแล้ว ช่องที่ผมจะเริ่มแทงเข็มแหลม ๆ เข้าไปลองหยั่งดูก็คือนายมุราโคชิ ฮิโตชิ ความจริงผมเพิ่งจะสะดุดใจตอนที่พูดถึงเขาตอนที่คุยกับคุณนี้เอง

เจ้าหนุ่มโชจิเล่าให้ผมฟังว่าฮิเมดะกับมุราโคชิเป็นคู่อริกันเพราะต่างแย่งกันเป็นคนโปรดของนายโองาวาระ ถึงกับเคยชกกันในสวนที่คฤหาสน์ แต่การแย่งกันเป็นคนโปรดของเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงหรือประธานบริษัทแค่นั้นไม่น่าทำให้ถึงต้องฆ่ากัน มันต้องมีแรงจูงใจอื่นที่มีน้ำหนักมากกว่านั้น เกี่ยวกับแรงจูงใจนั้นมีอยู่อีกประเด็นหนึ่ง คือเรื่องสมาคมลับที่ฮิเมดะเคยพูดถึงตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่ว่าจะสืบยังไงก็ยังจับเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าฮิเมดะมีความเกี่ยวข้องกับสมาคมลับที่ไหนอย่างไร และไปทำให้ใครในสมาคมลับนั้นโกรธแค้นจนต้องฆ่า ไม่มีอะไรทั้งนั้นครับ แต่พอได้ฟังที่คุณพูดวันนี้ในเรื่องที่เกี่ยวกับความรักสามเส้าโดยมีคุณนายโองาวาระเป็นคนกลาง ทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาว่าหรือสองหนุ่มคือฮิเมดะกับมุราโคชิจะเปิดศึกชิงนางจนถึงกับต้องฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง

แต่ตรงนี้มันมีประเด็นหนึ่งที่ค้านกันอยู่ คือจำนวนวันนัดพบในตารางรหัสลับซึ่งมากที่สุดในเดือนกรกฎาแล้วค่อย ๆ ลดลง โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยาจนถึงต้นเดือนพฤศจิกาที่เกิดเหตุมีการนัดพบกันแค่ครั้งเดียว ซุงิโมโตะซึ่งเป็นเพื่อนสนิทบอกว่าฮิเมดะเริ่มหยุดหงิดมาตั้งแต่ราวปลายเดือนกันยา เหมือนกับว่าความรักมีปัญหา ลักษณะนี้ถ้าฮิเมดะกับมุราโคชิเป็นคู่แข่งเรื่องความรักก็หมายความว่าฮิเมดะเป็นฝ่ายแพ้ การที่คนแพ้กลับเป็นฝ่ายถูกฆ่านั้นผมว่ามันพิลึกอยู่”

นักสืบอาเกจิยังยิ้มแปลก ๆ ไม่หยุด

“ตรงนี้แหละที่ทำให้คดีนี้น่าสนใจ เมื่อประเด็นที่ค้านกันลงรอยกันได้เมื่อนั้นความจริงก็จะปรากฏขึ้น แต่เราก็ไม่รู้นะว่าฮิเมดะลงวันที่ในไดอารี่ถูกหรือเปล่าและก็ไม่รู้ด้วยว่าที่เพื่อนสนิทบอกว่าเห็นฮิเมดะหงุดหงิดนั้นเป็นเรื่องเข้าใจผิดหรือเปล่า แต่อย่างไรก็ตามผมว่าจับตามองมุราโคชิไว้หน่อยก็ไม่เสียหลายเพราะดูเป็นคู่อริกันเหลือเกิน แต่มุราโคชิมีพยานหลักฐานยืนยันสถานที่อยู่ในวันเวลาที่เกิดเหตุไม่ใช่รึ หรือว่าคุณเห็นช่องว่างอะไรตรงนั้น”

“ครับ ผมคิดว่าอาจมีช่องว่างตรงไหนสักแห่ง แม่นมทาเนดะ โทมิเป็นคนแก่ที่สายตาเสื่อมเอามาก ๆ แกทักคนผิดจนเป็นเรื่องขบขันให้คนในบ้านโองาวาระหัวเราะกันบ่อย ๆ วันนั้นที่แกไปดูละครก็คงจะใส่แว่นตาสำหรับให้ดูการแสดงบนเวทีได้ชัด ๆ พอมาเจอคนรู้จักที่ระเบียงทางเดินและพูดคุยกันในระยะใกล้ แว่นตาดูละครอาจทำให้แกเห็นหน้าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ชัดก็ได้ ผมเพิ่งฉุกคิดขึ้นมาได้ตอนนี้ ต้องรีบไปเช็กให้แน่ใจเดี๋ยวนี้เลยครับ”

แม่นมบอกด้วยว่าตอนเดินสวนกันที่ระเบียงทางเดินมุราโคชิเป็นฝ่ายทักเธอก่อน สมมติว่ามุราโคชิสร้างพยานหลักฐานปลอมเพื่อยืนยันสถานที่อยู่ของตน เขาก็จะต้องรู้มาก่อนแล้วว่าวันนั้นแม่นมจะไปที่โรงละครคาบุกิ จึงไปขอให้เพื่อนที่หน้าตาท่าทางคล้ายกับเขามากไปดูหน้าแม่นมเอาไว้ แล้วพอถึงวันนั้นก็ให้เพื่อนคนนั้นไปที่โรงละครแทนเขา ทำเป็นเดินสวนกันที่ระเบียงทางเดิน ร้องทักและชวนคุยคำสองคำโดยทำให้แม่นมคิดว่ากำลังคุยอยู่กับมุราโคชิ เพื่อนคนนี้จำเป็นต้องปลอมตัวบ้างไม่มากก็น้อย อย่างเช่นเสียงก็ต้องพยายามดัดให้เหมือน คงฟันธงลงไปไม่ได้หรอกครับว่ารอบ ๆ ตัวของมุราโคชิไม่มีคนที่มีคุณสมบัติเช่นนี้สักคนเดียว

เพื่อน ๆ ของฮิเมดะที่ผมไปพบทุกคนมีพยานยืนยันกันทั้งนั้น ไม่มีคนที่มีช่องโหว่อย่างมุราโคชิสักคนเดียว ด้วยเหตุนี้ผมถึงคิดว่าควรสืบเรื่องนายมุราโคชิคนนี้อย่างเจาะลึกมากขึ้น”

“สนใจมาก มุมมมองของคุณน่าสนใจทีเดียว ผมคิดว่าน่าใช้เทคนิคการสะกดรอยนะครับ ตามดูพฤติกรรมของ มุราโคชิตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน ถ้าหมอนี้เป็นฆาตกรตัวจริง หางอาจโผล่ออกมาเร็วเกิดคาดก็ได้”

“เรื่องสะกดรอยนี่ผมถนัดครับ ชักนึกสนุกแล้วซี ผมจะเกาะไม่ปล่อยเหมือนหมัดหมาเลย การสะกดรอยนี่เป็นงานที่ผมชอบมาก จากนี้ผมจะไปพบกับแม่นมสอบถามเรื่องราวตอนนั้นให้แน่ใจอีกครั้ง แล้วจะเริ่มสะกดรอยนาย มุราโคชิทันที ได้ผลยังไงจะรายงานให้ทราบโดยเร็วเลยครับ วันนี้ผมขอตัวก่อน”

โคบายาชิหนุ่มน้อยน่ารักแก้มแดงราวลูกแอปเปิ้ลออกไปส่งมิโนอุระนายตำรวจสืบสวน แล้วกลับมาที่ห้องรับแขก นักสืบอาเกจิและวางมือลงบนบ่าของหนุ่มน้อย

“เธอคิดว่ายังไง”

“คุณตำรวจดูเหมือนจะคิดต่างจากอาจารย์นะครับ”

“มันก็ไม่ใช่เช่นนั้นเสมอไปหรอกเจ้าหนู”

“ถ้าเป็นคดีที่คลี่คลายด้วยวิธีพื้น ๆ อย่างการสะกดรอยอะไรนี่ อาจารย์คงจะไม่กระตือรือร้นอย่างที่เห็นนะครับ”

ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนิทสนมราวกับเป็นพ่อลูกกัน หนุ่มน้อยโคบายาชินั้นแค่มองตาและความเคลื่อนไหวของริมฝีปากเท่านั้นก็รู้ใจอาจารย์ของเขาแล้ว คำว่า “ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป” ของอาจารย์ หมายว่า “เป็นเช่นนั้น” แต่นี้หนุ่มน้อยยังไม่เข้าใจว่ามันเรื่องอะไรจะเป็นเช่นนั้นหรือเช่นใดอะไรกัน อาจารย์เท่านั้นที่รู้และคิดว่าไม่นานเขาก็จะได้รู้ เมื่อคิดขึ้นมาถึงตรงนี้ความตื่นเต้นทำให้แก้มของหนุ่มน้อยแดงเรื่อและใจเต้นแรง


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...