xs
xsm
sm
md
lg

คนญี่ปุ่นเป็นหนี้ข้ามปีไม่ต้องจ่าย!? คนญี่ปุ่นไม่ใช้เงิน ไม่ทำอาหารแล้วใช้ชีวิตอย่างไรช่วงปีใหม่

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สวัสดีครับผม Mr.Leon มาแล้ว พูดถึงเทศกาลเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่นั้น จะเป็นช่วงเวลาที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่นิยมเข้าวัด ไปศาลเจ้าเพื่อไหว้สักการะขอพรจากพระและเทพเจ้า มีความเชื่อว่าควรใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากกว่าจะออกไปตะลอนๆ หรือทำงานอย่างที่เคยทำมาตลอดทั้งปี ช่วงนี้คนญี่ปุ่นจะหยุดพักผ่อนนานสักหน่อยครับเพราะยังรู้สึกว่าอยู่ในโหมดของวันหยุดปีใหม่อยู่เลย แม้ว่าบางบริษัทจะเปิดทำการแล้วแต่ความรู้สึกช่วงนี้คือยังอยู่ในโหมดเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ ระยะนี้น่าจะกินเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงประมาณวันที่ 15 มกราคมเลยทีเดียวครับ มีคำพูดว่า 盆正月 Bon shogatsu ไม่ใช่โอบ้งในเดือนสิงหาคมนะครับ คำนี้มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะแล้วครับ คือช่วงวันหยุดปีใหม่นี้ถือว่าเป็นวันหยุดยาวๆ อีกช่วงหนึ่งของปี เพราะในวันอื่นๆ ทุกคนจะทำงานกันแบบหามรุ่งหามค่ำ ทำงานกันตลอดจนเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีวันหยุดเลยทีเดียว นอกจากช่วง Bon shogatsu นี่เอง จึงหยุดกันยาวเต็มที่เลยครับ

มี 落語 Rakugo ตอนหนึ่งเล่าเกี่ยวกับช่วงวันหยุดปีใหม่ครับ Rakugo หรือศิลปะการแสดงแบบนึงของญี่ปุ่นที่มีลักษณะเด่นคือ คล้ายๆ ทอล์กโชว์ จะมีนักแสดงเพียงคนเดียวเท่านั้นโดยนั่งแสดงแบบนั่งพับส้นเท้าลงบนเบาะผ้าบนเวที นักแสดงจะทำการเล่าเรื่องต่างๆ ตามหัวข้อที่เตรียมการมาอย่างมีอรรถรส ส่วนใหญ่จะมีความตลกขบขันหรือเรื่องบันเทิงต่างๆ เป็นการผ่อนคลายและให้ความสนุกสนานบังเทิงใจแก่ผู้ฟัง ไม่ว่าจะเล่าเป็นตัวอะไรนักแสดงจะรับทุกบทบาท ใช้มือไม้ประกอบอากัปกิริยาท่าทางต่างๆ รวมถึงใช้พัดและผ้าเช็ดหน้าประกอบการแสดงด้วย มีตอนหนึ่งเล่าว่า

คนสมัยก่อน มักจะไม่หอบเงินกันมากมายนักเพราะเงินมันเป็นเหรียญ ใครจะหอบมันหนัก เวลาไปร้านค้าร้านอาหาร ก็จะใช้วิธีรวมบิลไว้แล้วจ่ายพร้อมกันทีเดียว แล้วพอมันติดช่วงวันหยุดยาวช่วงสิ้นปีถึงช่วงปีใหม่นี่ ลูกหนี้หายต๋อมกันไปเลยทีเดียว หวานเลยสิวันหยุดงานยาวๆ ข้ามปีเช่นนี้ เพราะสมัยก่อนถ้าสะสมหนี้ไว้ต้องใช้ภายในปีนั้นๆ ครับ ถ้าขึ้นปีใหม่หนี้จะเป็นโมฆะทันที เสร็จโจรเลยแบบนี้ ถึงแม้ว่าเจ้าหนี้จะไปกดกระดิ่งเรียกทวงเงินที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้แล้วเพราะเป็นปีใหม่ไปสะแล้ว

สืบเนื่องมาถึงสมัยปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอย หรือคนทำงานทั่วไปก็ตาม ทุกคนต่างหักโหมทำงานหนักมาทั้งปี จะได้หยุดพักผ่อนยาวๆ แบบนอนเอกเขนก กลิ้งไปกลิ้งมา ได้ทำอะไรแบบเรื่อยเฉื่อย แบบตามใจฉันก็ช่วงนี้นี่เอง ผมอยู่เมืองไทยมาได้สักระยะแล้ว เมื่อก่อนเพื่อนบอกว่า เมืองไทยเรามี 3 ฤดูกาล คือ ฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน แต่ส่วนใหญ่ที่รู้สึกได้คือ มันร้อน และร้อนมาก ผมก็คิดเช่นเดียวกันอากาศเท่าๆ กันตลอดปีทำให้ไม่รู้สึกถึงความต่างสุดขั้วของฤดูร้อนและฤดูหนาว เช่นที่ญี่ปุ่นช่วงปีใหม่นี้ถือว่าเป็นช่วงฤดูหนาว และค่อนข้างหนาวมากๆ จะมีอาหารที่คนญี่ปุ่นทำทานสำหรับเทศกาลปีใหม่และเหมาะสมกับสภาพอากาศครับ เรียกว่า お節料理 Osechi ryori เพราะอย่างที่บอกว่าสมัยก่อนเป็นต้นมา ช่วงปีใหม่คนไม่อยากทำงานแล้วล่ะ อยากหยุดพักผ่อน ร้านค้าต่างๆ ก็จะปิด แม่บ้านพ่อบ้านก็ไม่อยากทำอะไร จึงต้องเตรียมทำ Osechi ryori ไว้ล่วงหน้า เพื่อทานช่วงปีใหม่นี้ที่มีวันหยุดหลายๆ วัน

Osechi ryori โอเซจิเรียวริ เป็นอาหารที่จัดเป็นสำรับอย่างสวยงาม สำหรับทานในช่วงเทศกาลปีใหม่ การทาน Osechi ryori นั้นถือเป็นขนบประเพณีที่มีมาตั้งแต่ยุคเฮอัง 平安時代 Heian-jidai อาหารต่างๆ จะถูกจัดทำก่อนวันขึ้นปีใหม่ และเรียงไว้ในกล่องอาหารคล้ายๆ กล่องเบ็นโต หรือกล่องอาหารญี่ปุ่นครับ และเก็บไว้สำหรับรับประทานช่วงปีใหม่ในช่วงเวลา 3 วันแรก เพราะอย่างที่บอกว่าเป็นช่วงที่ทุกคนพักผ่อน ไม่ทำอาหาร ไม่ถือมีด ไม่ใช้เงิน เพราะมีบางท้องถิ่นเชื่อว่า ในช่วงปีใหม่ห้ามทำสิ่งต่อไปนี้ นั้นคือ

* ห้ามทำความสะอาด ปัดกวาดบ้าน เพราะการทำความสะอาดบ้านนั้นถือเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องทำเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว ยิ่งใกล้ถึงวันขึ้นปีใหม่ แม่บ้านญี่ปุ่นจะทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่เตรียมไว้ก่อนที่จะถึงวันขึ้นปีใหม่ เป็นการปัดกวาดเช็ดถูให้บ้านเรือนสะอาดสะอ้าน เพื่อเตรียมต้อนรับเทพเจ้าที่จะมาเยือนในวันปีใหม่ เพราะเชื่อกันว่าเทพเจ้าประจำปี มาเยือนที่บ้านในเวลาใดเวลาหนึ่งของวันปีใหม่ ถ้ามีการทำความสะอาดจะเสมือนเป็นการขับไล่เทพเจ้าให้ออกไปจากบ้านนั่นเอง ดังนั้นเมื่อถึงวันขึ้นปีใหม่ที่มีแต่วาระดิถี ความเป็นมงคล จึงไม่ความทำความสะอาดปัดกวาดให้ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกฟุ้งกระจาย เป็นการไม่ให้เกียรติเทพเจ้าด้วย คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังเชื่อถือความเชื่อนี้อยู่

* ห้ามใช้ของมีคม , มีด เพราะเป็นของแหลม มีคมมีความอันตราย เกิดได้รับบาดเจ็บขึ้นมาในวันปีใหม่ก็ไม่ค่อยดีนัก ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น ถ้าโดนมีดบาดเป็นแผลจะเสมือนเป็นการตัดโชคลาภของตัวเองทิ้งไป ดังนั้นในวันปีใหม่จึงมีการห้ามใช้ของมีคม แม่บ้านและคนที่ยังมีความเชื่อนี้อยู่จึงไม่จับมีด ไม่ทำอาหาร ในวันขึ้นปีใหม่ เขาจึงต้องทำอาหารไว้ล่วงหน้า นั่นก็คือ Osechi ryori นั่นเอง เพราะเป็นอาหารที่เก็บไว้ทานได้หลายวันในช่วงวันหยุดพักผ่อน แต่สมัยนี้มีขายเยอะแยะมากมายตามร้านสะดวกซื้อและซุปเปอร์มาเก็ตครับ

* ห้ามเผา ห้ามจุดไฟ และห้ามหุงต้ม ในความเชื่อของญี่ปุ่นนั้นเทพเจ้าแห่งไฟ อยากอยากพักผ่อนช่วงปีใหม่เช่นกัน การใช้ไฟจึงอาจจะทำให้เทพเจ้าแห่งเตาไฟโกรธได้

* ห้ามกินสัตว์ใหญ่ สัตว์ 4 เท้า เช่น หมู เนื้อวัว เนื้อม้า อาจจะมีที่มาจากความเชื่อที่ได้อิทธิพลจากศาสนาพุทธหินยาน แนวมังสวิรัติ การทำบุญ ละชีวิตสัตว์ก็ได้ คล้ายเป็นการต่อบุญ การถือศีลไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต นั่นเอง จากข้อนี้ยิ่งทำให้ Osechi ryori เป็นที่นิยมเพราะไม่มีเนื้อสัตว์ใหญ่ อย่างมากก็กุ้ง ปลา และผักต่างๆ

* ห้ามทะเลาะเบาะแว้ง เพราะการเริ่มต้นปีใหม่ ใครๆ ก็ต้องการให้มีแต่สิ่งดีงาม ไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน เพื่อวันต่อไปจะไปราบรื่นนั่นเอง

* ห้ามใช้เงิน อันนี้อาจจะยากสักหน่อย นี่เป็นความเชื่อสมัยก่อนครับ พ้องกับการทำ Osechi ryori ไว้ทานยาวๆ อีกแล้ว หยุดการใช้จ่าย บางคนเชื่อว่าถ้าต้นปีใช้จ่ายเยอะจะทำให้ปีนั้นมีแต่รายจ่าย ดังนั้นคนจึงพยายามที่จะใช้จ่ายให้น้อย ก็จะยิ่งทำให้มีเงินเหลือมากในอนาคตนั่นเอง

อาหาร Osechi ryori จะประกอบไปด้วยหลากหลายเมนูมากเลยครับ และจะจัดตกแต่งอย่างมีสีสันที่สวยงามเหมือนงานศิลปะ อาหารแต่ละอย่างนั้นนอกจากเก็บไว้ได้นานหลายวันแล้ว ยังมีความหมายพิเศษและเป็นมงคลเพื่อการฉลองปีใหม่ด้วย เพื่อเป็นการขอพรให้มีสิ่งดีๆ เข้ามาในปีใหม่ อย่างน้อยในกล่องอาหารนั่นจะมีอาหารหลักสามอย่าง คือ ถั่วดำเชื่อม ลูกปลาซาร์ดีนตากแห้ง และไข่ปลาเฮอริ่งหมักเกลือ ส่วนอาหารอื่นๆ อาทิเช่น 蒲鉾 คามาโบโกะ , 昆布 สาหร่ายคมบุ ,鯛 ปลาไท ,エビเอบิ กุ้ง และอื่นๆ อีกมากมาย จากอาหารที่หลากหลายเหล่านี้ สำหรับผมเองผมชอบอาหารอะไรบ้าง วันนี้อยากแนะนำให้รู้จักคร่าวๆ ครับ ดังนี้

อันดับที่ 5 黒豆 Kuromame ถั่วดำ คุโรมาเมะ หรือถั่วเหลืองดำ จะมีความนุ่มกำลังดี คือเอาถั่วดำไปต้มกับน้ำตาลและเคี่ยวจนแห้ง มาเมะ ยังพ้องเสียงกับคำว่า ร่างกายแข็งแรง หรือ สุขภาพดี อีกด้วย บางแห่งเชื่อว่าเพราะถั่วมีผิวที่เรียบเนียนไม่มีริ้วรอย แต่บางแห่งก็ตั้งใจต้มให้เกิดการเหี่ยวย่นที่ผิวถั่ว แต่ทั้งนี้ก็คือปรารถนาให้สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ตลอดทั้งปีนั่นเอง

อันดับที่ 4 数の子 Kazunoko ไข่ปลาเฮอริ่ง โดยนำไข่ปลามาหมักกับเกลือแล้วนำไปแช่น้ำให้คลายความเค็ม และนำไปปรุงรสกับน้ำหมักหรือน้ำซุปจากเนื้อปลาโอแห้ง เพื่อเพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ใช้สื่อในความหมายที่ว่า ลูกหลานจำนวนมาก เพราะว่าปลาเฮอริ่งเป็นปลาที่ออกไข่เป็นจำนวนมาก จึงมีความหมายเป็นมงคลคือให้มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง เพื่อสืบสกุลต่อไปนั่นเอง

อันดับที่ 3 伊達巻 Datemaki ไข่ม้วน ดาเตมากิ หรือไข่เจียวม้วน ซึ่งมีลักษณะการเจียวไม่เหมือนกับไข่เจียวธรรมดาทั่วไปครับ อาจจะใสปลาหรือเนื้อปูบดลงไปด้วย รสชาติจะออกหวานๆ จะทานช่วงปีใหม่นี่เอง เป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนาที่สมหวังสำหรับวันมหามงคลปีใหม่ ที่สำคัญมาจากนามสกุลของซามูไรคนหนึ่ง ซึ่งผมจะเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไปครับ

อันดับที่ 2 お雑煮 Ozouni โอะโซนิ เป็นซุปโมจิ ใส่เนื้อไก่ ปลาและผักต่างๆ ส่วนประกอบและรสชาติก็จะต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ อร่อยครับและถือเป็นมงคลด้วย

อันดับที่ 1 栗金団 、 栗きんとん Kuri kinton หรือมันหวานบดกับเกาลัดนึง แล้วปั้นเป็นก้อนๆ มีสีเหลืองสวยงามเหมือนทองคำ เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของสมบัติเงินทอง การที่ได้ทานในช่วงปีใหม่เชื่อว่าจะทำให้มีโชคลาภในเรื่องของเงินทอง ที่สำคัญอร่อยมากครับ ผมชอบมากที่สุด

อาหารมงคลตามความเชื่อก็จริงแต่บางคนรับประทานโอะโซนิ แล้วเกิดปัญหาแผ่นแป้งโมจิติดหลอดลม ซึ่งมีทุกปีครับ จึงควรหั่นแป้งให้เป็นชิ้นเล็กๆ และควรรับประทานช้าๆใจเย็นๆ แป้งโมจิจะได้ไม่ติดหลอดลมจนหมดสติและบางคนถึงกับเสียชีวิตเลย บางทีต้องรักษาสุขภาพและดูแลตัวเองมากขึ้นด้วย วันนี้สวัสดีครับ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...