xs
xsm
sm
md
lg

เศรษฐกิจญี่ปุ่นปี 2562 หมูป่าพยศ ปิดฉากเงินเยนราคาถูก ?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผลการสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐจะส่งผลให้เงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าอย่างแน่นอน ยิ่งเมื่อผนวกกับการขึ้นภาษีผู้บริโภคในเดือนตุลาคม จะทำให้ปีนี้เป็นปีที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเผชิญกับความท้าทายอย่างยิ่ง

เศรษฐกิจโลกเริ่มแสดงอาการซวนเซตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ตลาดหุ้นทั่วโลกลดลงอย่างถล่มทลาย บริษัทใหญ่ ๆ ต่างปรับลดประมาณการรายได้ รัฐบาลหลายประเทศสั่งให้เตรียมพร้อมรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ ผลการสำรวจของสถาบันหลายแห่งในญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของญี่ปุ่นในปีนี้น่าจะเติบโตน้อยกว่า 1% ลดลงจากการเติบโตในปัจจุบันที่อยู่ที่ 1.9%

สถาบันวิจัยฟูจิสึระบุว่า “เศรษฐกิจจีนและอเมริกาชะลอตัวเพราะความหวาดหวั่นจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ขณะที่ยุโรปก็เผชิญความเสี่ยงจากอังกฤษที่จะถอนตัวจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการในปีนี้ ทั้งหมดนี้ไม่เป็นผลดีต่อญี่ปุ่น”

สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐทำให้เงินเยนกลายเป็น "หลุมหลบภัย" ประกอบกับธนาคารกลางของหลายประเทศเริ่มลดความเข้มข้นของนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายที่ใช้มานานหลายปี ทำให้ค่าเงินเยนแพงขึ้นตั้งแต่ต้นปีนี้ และคาดว่าจะแข็งค่ายิ่งขึ้นไปอีกตลอดปี ซึ่งจะส่งผลลบต่อการส่งออกของญี่ปุ่นที่อาศัยความได้เปรียบจากเงินเยนราคาถูกมานาน เช่นเดียวกับ บรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยช็อปปิ้งสนุกมือก็จะลดราลง เมื่อเงินเยนแพงขึ้น

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนถือเป็นความเสี่ยงสูงสุดของเศรษฐกิจทั่วโลกและญี่ปุ่น โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้ขึ้นภาษีสินค้าตอบโต้กันกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์แล้ว โดยขณะนี้ถึงแม้จะคู่จะประกาศ “พักรบ” ชั่วคราว แต่ก็ไม่มีสัญยาณว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยอมลดราวาศอก
นักวิเคราะห์ในญี่ปุ่นต่างมองว่า สงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐจะทำให้ปีนี้เป็นปีที่ยากลำบากของเศรษฐกิจ
ขึ้นภาษี ดาบ 2 ประหารเศรษฐกิจ ?

รัฐบาลญี่ปุ่นมีกำหนดจะขึ้นภาษีผู้บริโภค หรือที่ไทยรู้จักกันในชื่อ “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” จาก 8% เป็น 10% ในเดือนตุลาคม ซึ่งนายกฯชินโซ อาเบะ ยินยันว่าจะไม่มีการเลื่อนอีก หลังจากเคยเลื่อนกำหนดมาแล้ว 2 ครั้ง เนื่องจากรัฐบาลต้องการรายได้สำหรับระบบประกันสังคมและรองรับสังคมผู้สูงอายุ

การขึ้นภาษีจะทำให้สินค้าราคาแพงขึ้น และอาจทำให้ประชาชนลดการใช้จ่าย รวมทั้งธุรกิจต่าง ๆ อาจชะลอการลงทุนเพื่อรอดูผลกระทบ สถาบันวิจัยไดวะ ประเมินว่า ผลกระทบที่สูญเสียจากการขึ้นภาษีอาจสูงถึง 3.2 ล้านล้านเยน สอดคล้องกับสถาบันวิจัยอื่น ๆ ที่ประเมินว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปีนี้ อาจเติบโตได้เพียง 0.4-0.8%

ถึงแม้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะเตรียมมาตรการลดผลกระทบจากการขึ้นภาษี แต่สถาบันวิจัยส่วนใหญ่เชื่อว่า จะช่วยได้ไม่มาก เพราะมาตรการเหล่านั้นซับซ้อนเกินไป และอยู่ในวงจำกัด เช่น ช่วยเหลือเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือครอบครัวที่มีลูกหลายคน

โอกาสใหม่ท่ามกลางวิกฤต

ถึงแม้เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะพบความยากลำบากในปีนี้ แต่ก็มีธุรกิจหลายอย่างที่จะเป็น “โอกาสใหม่” คือธุรกิจเทคโนโลยี โดยเฉพาะการชำระเงินอิเล็คทรอนิกส์ และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ได้รับการผลักดันจากรัฐบาลญี่ปุ่น

เมื่อปีที่แล้ว บริษัทสตาร์ทอัพในญี่ปุ่นที่มีมูลค่าสูงกว่า 10,000 ล้านเยน เพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จเกือบทั้งหมดทำธุรกิจการเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ฟินเทค และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

อย่างไรก็ตาม บรรดาสตาร์ทอัพเหล่านี้ยังมีจำนวนไม่มากพอที่จะคานการถดถอยของเศรษฐกิจโดยรวมได้ ธุรกิจ SMEs และธนาคารท้องถิ่นของญี่ปุ่นต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างมาก ธนาคารแห่งญี่ปุ่นระบุว่า รายรับสุทธิของธนาคารท้องถิ่นในปีที่แล้วลดลง 2.4% ขณะที่ธุรกิจ SMEs ต้องเผชิญกับการขาดแคลนแรงงานและการขึ้นภาษี

สัญลักษณ์ปีกุนในญี่ปุ่นไม่ใช่ “หมู” แต่เป็น “หมูป่า” เศรษฐกิจของญี่ปุ่นในปีนี้จึงจะไม่ง่าย ๆ หมู ๆ แต่จะเผชิญความเกรี้ยดกราดจากทั้งภายนอกและในประเทศ นักวิเคราะห์เห็นตรงกันว่า ”คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต”

ความเสี่ยงสูงสุดของญี่ปุ่น คือ ภัยธรรมชาติ ที่เกิดถี่ขึ้นและรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในปีนี้ที่เศรษฐกิจมีความสุ่มเสี่ยง และรัฐบาลญี่ปุ่นมีภาระมากมายทั้งพระราชพิธีสละราชสมบัติและขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิ และการเตรียมเป็นเจ้าภาพโตเกียว โอลิมปิก ปี 2020 แต่หากเกิดภัยพิบัติใหญ่เพียงแค่ครั้งเดียว ทุกอย่างจะกลายเป็นมิคสัญญี แม้แต่งานโตเกียวโอลิมปิก ก็อาจไม่สามารถจะจัดขึ้นได้.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...