xs
xsm
sm
md
lg

รหัสรักจากอเวจี ตอนที่ 5 พยานรู้เห็น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บทประพันธ์ของ เอโดงาวะ รัมโป (1894-1965)
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์ อัศวเสนา

หรือด้วยฤทธิ์พิศวาส..รหัสปริศนาที่เขาทิ้งไว้จึงมีมนต์มายาราวกับส่งสัญญาณขึ้นมาจากอเวจี

11 นาฬิกาวันรุ่งขึ้นจากที่ฮิเมดะ โกโรตกหน้าผึงแก่ความตายที่อุโอมิซากิ นายตำรวจหัวหน้าทีมสืบสวนจากสถานีตำรวจ อาตามิก็ได้ไปเยือนบ้านพักตากอากาศของตระกูลโองาวาระ

นายโองาวาระกุลีกุจอออกมาต้อนรับนายตำรวจด้วยท่าทีกระตือรือร้น ฮิเมดะผู้ตายเป็นพนักงานดีเด่นในบริษัทที่เขาเป็นเจ้าหน้าที่บริหารระดับอาวุโสและเป็นคนโปรดของเขา อีกทั้งการตายที่ดูเหมือนจะเป็นปริศนาของชายหนุ่มผู้นี้ยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากรู้สาเหตุการตายเป็นอันมากจากการเป็นนักนิยมนิยายสืบสวนระดับเซียนคนหนึ่ง และให้โชจิ ทาเคฮิโกะ เลขาส่วนตัวเข้าร่วมต้อนรับนายตำรวจสืบสวนด้วย

ฮิเมดะตกจากหน้าผาเมื่อเวลาประมาณ 17 นาฬิกา10นาที ของเย็นวันก่อน ขณะที่หมุนโทรศัพท์ถึงสถานีตำรวจ อาตามิตามคำสั่งของนายโองาวาระ ทาเคฮิโกะมองนาฬิกาข้อมือพบว่าเลย 17 นาฬิกา10 นาทีไปนิดหนึ่ง นาย โองาวาระก็จำได้ว่านาฬิกาตั้งโต๊ะบอกเวลาตรงกันกับที่ทาเคฮิโกะบอก

ดังนั้นตำรวจจึงยึดเอาเวลานั้นเป็นหลักในการสืบสวนต่อไป แต่ในขณะนี้ยังจับเบาะแสอะไรไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว

ตำรวจสืบสวนรายงานว่า มีร้านน้ำชาแห่งหนึ่งบนเนินริมทางหลวงในเขตอุโอมิซากิเปิดให้บริการจนถึง 17 นาฬิกา จึงไปสำรวจดูปรากฏว่าจากตรงนั้นมองลงไปไม่เห็นบริเวณที่ลดหลั่นลงเป็นชั้นใต้ต้นสนที่ยืนต้นโดดเดี่ยวต้นนั้น และเมื่อสอบถามคนที่ร้าน และลูกค้าที่มานั่งพักผ่อนที่นั่น ก็ไม่มีใครเห็นความผิดปกติใด ๆ ที่หน้าผาในช่วงเกิดเหตุหลัง 17 นาฬิกา

“ถนนหลวงสายนี้ปกติมีคนผ่านไปมามากไหมครับ”

นายตำรวจพยักหน้าเมื่อนายโองาวาระถามขึ้น

“ครับ แถวนี้มีคนเดินไปมาพลุกพล่านเสมอ แต่จากทางหลวงตรงนั้นมองไม่เห็นบริเวณใต้ต้นสนโดดเดี่ยวที่เป็นที่เกิดเหตุ ถ้าจะมองให้เห็นจุดนั้นได้เราต้องเดินจากทางหลวงเข้าไปทางด้านหน้าผา ลึกเข้าไปจนถึงรั้วที่กั้นบริเวณห้ามเข้า แต่คนที่เดินผ่านไปมาตามปกติแทบไม่มีใครเข้าไปจนถึงรั้วนั้นครับ”

หน้าผานั้นมีชื่อเลื่องลือกันว่าเป็นจุดฆ่าตัวตายที่มีชื่อเสียง ดังนั้นทางการของเมืองอาตามิจึงปักป้ายเตือนว่า ที่มีข้อความประมาณว่า “คอยเดี๋ยว” เพื่อที่คนคิดสั้นจะได้หยุดคิดให้ดีอีกครั้ง และทำรั้วกั้นพร้อมติดป้ายห้ามเข้าเอาไว้ แต่ถึงจะเรียกว่ารั้วแต่ก็ทำไว้อย่างลวก ๆ ใครที่คิดจะข้ามก็ข้ามไปได้โดยง่าย

“จากร้านน้ำชาริมทางหลวงแห่งนั้นจะไปถึงที่เกิดเหตุได้ โดยเดินลงไปตามทางแคบ ๆ ด้านใต้ของร้าน ซึ่งเป็นทางที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติการที่พวกเด็กเดินผ่านกันบ่อย ๆ ลาดชันลงไปจากทางหลวง ใครก็ตามที่เดินไปตามทางนี้และลับเข้าไปในหมู่ไม้ คนในร้านก็จะไม่เห็นเขาอีก ความจริงต้องทำรั้วกั้นทางเล็ก ๆ นั้นไว้ไม่ให้คนเดินผ่านเข้าไปได้ แต่เนื่องจากเป็นทางที่มีแต่คนในละแวกนั้นที่รู้จัก ก็เลยทิ้งไว้ให้เป็นอยู่อย่างนั้นครับ”

“หมายความว่าฮิเมดะ เดินผ่านทางนั้นลงไปอย่างนั้นหรือครับ”

“คิดว่าน่าจะใช่ครับ พิจารณาจากการที่ไม่มีใครเห็นเขา”

“ทางตำรวจคิดว่าอย่างไรครับ ฮิเมดะดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่คิดได้ว่าเป็นเหตุจูงใจให้เขาฆ่าตัวตาย นอกจากนั้นการที่เขาได้รับขนนกสีขาวปริศนานั่นถึง 2 ครั้ง ชวนให้ต้องคิดถึงความเป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นการฆาตกรรม”

“ประเด็นนี้ ทางเราก็ได้ประชุมกันและคิดว่าการสืบสวนด้านโตเกียวน่าจะเป็นทางลัดไปสู่รูปคดีที่ชัดเจน จากนี้ไปเราก็จะขอความร่วมมือไปทางสำนักงานตำรวจกรุงโตเกียว ในเมื่อทางเราไม่มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์และไม่มีเบาะแสอะไรให้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ เราก็ไม่มีทางอื่นนอกจากสืบหาข้อเท็จจริงจากทางครอบครัวของคุณฮิเมดะและคนรู้จักในโตเกียว ที่เรามาที่นี่ก็เพราะทราบมาว่าคุณฮิเมดะมีคนรู้จักอยู่ที่นี่ ก็เลยอยากมาสอบถามเพื่อรวบรวมข้อมูลเอาไว้เพื่อการสืบสวนต่อไปครับ”

จากนั้น นายโองาวาระก็ได้ให้การยืนยันว่า ฮิเมดะ เป็นพนักงานแผนกการตลาดของบริษัทผู้ผลิตกระดาษนิตโต รวมทั้งบอกรายละเอียดเกี่ยวกับงานในหน้าที่ ชื่อหัวหน้าแผนก เพื่อนที่มาคบหาสนิทกันที่คฤหาสน์โองาวาระ (ในจำนวนนั้นมีมุราโคชิ ฮิโตชิ รวมอยู่ด้วย) นายตำรวจสืบสวนจดข้อมูลทั้งหมดลงในสมุดบันทึก

“เมื่อวานนี้ผมได้บอกสารวัตรไว้ชั้นหนึ่งแล้วว่า คุณพ่อคุณแม่ของฮิเมดะยังแข็งแรงดี คุณพ่อทำกิจการร้าน กิโมโมอยู่ที่นิฮนบาชิ และคุณพ่อจะมาถึงที่นี่ในไม่ช้า พอมาถึงผมจะแจ้งไปทางสถานีตำรวจทันที ว่าแต่ทางตำรวจจะมอบศพฮิเมดะให้ได้เมื่อไรครับ”

“คิดว่าเย็นนี้จะส่งมอบให้ได้ครับ ทางเราได้ตรวจเลือดและสิ่งที่เหลืออยู่ในกระเพาะอาหารแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ ตอนตกลงมาจากหน้าผาศีรษะกระแทกกับโขดหิน ซึ่งนั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต ตอนที่ตกลงทะเลคงอยู่ในสภาพที่หมดสติแล้วครับ”

หลังจากพูดคุยกันอีกครู่หนึ่ง นายตำรวจก็ลากลับ สรุปความคิดเห็นของทางตำรวจได้ว่า ณ ขณะนี้ไม่สามารถระบุให้แน่ชัดลงไปได้ว่าการตายของฮิเมดะเป็นการฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรม ถ้าเป็นการฆาตกรรมทางตำรวจอาตามิจะไม่สามารถดำเนินการสืบสวนต่อไปได้ด้วยตนเองเนื่องจากไม่มีหลักฐานหรือเบาะแสอะไรเลยจำเป็นต้องขอความร่วมมือไปทางโตเกียว

ไม่นานบิดาของฮิเมดะกับคนในร้านคนหนึ่งก็เดินทางมาถึงและมุ่งหน้าไปที่สถานีตำรวจอาตามิ ให้ปากคำและนัดหมายเรื่องการรับศพ จากนั้นจึงกลับมาที่บ้านพักตากอากาศของนายโองาวาระเมื่อราวบ่ายสามโมง

ยังมีเวลาอยู่บ้างก่อนถึงเวลารับศพนายโองาวาระจึงพาทาเคฮิโกะเลขาส่วนตัวของเขาไปดูสถานที่เกิดเหตุการตายปริศนาครั้งนี้ ทั้งสองคนอยู่ไม่สุขมาตั้งแต่เช้าด้วยความยากไปที่นั่นแต่ยังหาเวลาไม่ได้

แห่งแรกที่สองคนชวนกันไปคือร้านน้ำชาที่อุโอมิซากิ พอไปถึงก็นั่งลงสั่งเครื่องดื่มแล้วก็เริ่มชวนหญิงเจ้าของร้านและสาวใช้สนทนาถึงเรื่องต่าง ๆ แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไรมากกว่าที่ได้ยินจากรายงานของนายตำรวจหัวหน้าทีมสืบสวนก่อนหน้านี้

แต่ทาเคฮิโกะยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ ชายหนุ่มนึกถึงกลเม็ดการสืบสวนอันชาญฉลาดของนักสืบโจเซฟ เฟรนช์ ในนิยายนักสืบของครอฟท์ขึ้นมาได้ เขาเล็งไปที่สาวใช้วัยราวสิบหกสิบเจ็ดตาคมท่าทางฉลาดตนหนึ่ง พาโอกาสเข้าไปใกล้แล้วกระซิบถามด้วยความระมัดระวังไม่ให้คนรอบข้างได้ยิน
เมืองตากอากาศอาตามิ
“นี่หนู เมื่อวานราวสี่โมงครึ่งถึงห้าโมงครึ่ง หนูเห็นใครที่มานั่งพักในร้านนี้แล้วเห็นว่ามีท่าทางแปลกบ้างไหม คนที่หนูเห็นว่าไม่ใช่คนแถวนี้ ที่แน่ ๆ คือเป็นนักท่องเที่ยว บางทีอาจมาจากโตเกียว”

เด็กรับใช้มองขึ้นไปบนอากาศทำท่าคิดอยู่นิดหนึ่ง แล้วทำหน้าบานเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“ใช่ ๆ คิดอีกทีคนคนนั้นท่าทางแปลกจริง ๆ ด้วย แต่รู้สึกจะมาก่อนสี่โมงครึ่ง หนูไม่ได้ดูนาฬิกาเสียด้วย เลยไม่แน่ใจ คิดว่าน่าจะมาตอนสี่โมงหรือไม่ก็สี่โมงกว่านิดหน่อย นายคนนั้นสวมหมวกสักหลาดหลุบหน้าและก็ใส่แว่นตา ไว้หนวดจิ๋มดำ ๆ ใส่เสื้อโค้ทสีเทา”

“อายุสักเท่าไร”

“ประมาณสามสิบเห็นจะได้ ร่างสูงสง่า”

“อะไรที่ทำให้หนูคิดว่าแปลก”

“ไม่รู้เหมือนกันแต่มันดูแปลก ๆ ท่าทางจะคอแห้งจัดเพราะสั่งน้ำส้มมาดื่มตั้งสองแก้ว แล้วก็ดูนาฬิกาข้อมือบ่อยมาก แต่แรกนึกว่านัดพบกับใครแต่ดูแล้วมีอะไรทำให้คิดว่าไม่น่าใช่ คงจะนั่งพักฆ่าเวลาเพื่อทำอะไรสักอย่างมากกว่า เพราะอยู่ ๆ เขาก็ผลุนผลันลุกออกจากร้านไปคิดว่าคงจะถึงเวลานั้นแล้ว อย่างนี้คุณว่าแปลกไหมล่ะ นายคนนั้นไม่ได้เดินไปทางอาตามิ แต่ไปทางใต้ของถนนนี้ ถ้าเป็นแขกของบ้านพักตากอากาศคงไม่หิ้วกระเป๋าหนัก ๆ เดินไปแบบนั้น ถ้าเดินจากตรงนี้ไปทางใต้ก็คงจะไปแถวชินอาตามิหรือไม่ก็อามิชิโระ และยิ่งถ้าไปถึงนั่นก็ยิ่งไม่น่าถือกระเป๋าหนักเดินไป นี่แหละที่หนูเห็นว่ามันแปลก”

“กระเป๋านั่นรูปร่างยังไง”

“เหมือนกระเป๋าเดินทาง แบบที่เขากำลังนิยมกันไง กระเป๋าหนังสี่เหลี่ยมใบใหญ่มีซิปรูด”

“ดูหนักมากเลยรึ”

“ใช่...ท่าทางหนักเอาการ ที่แปลกที่สุดคือ แต่งตัวเสียโก้ แต่ถือกระเป๋าหนักอึ้งเดินไปโดยไม่ขึ้นรถยนต์”

“เขาคงเดินเที่ยวอยู่แถวนั้น แล้ววกกลับไปอาตามิก็ได้นะ”

“เราปิดร้านตอนห้าโมงกว่า ๆ หนูเลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น จนถึงเวลาปิดร้านหนูไม่เห็นเขาเดินกลับมานะ แต่ไม่รู้เหมือนกันอาจเดินกลับมาตอนหนูหันไปทางอื่นก็ได้”

“หนูบอกว่าปิดร้านตอนห้าโมงกว่า ๆ บอกได้ไหมว่าห้าโมงกี่นาที”

“มีลูกค้านั่งอยู่นาน คิดว่าน่าจะเลยห้าโมงไปราวยี่สิบนาที ตำรวจมาถามว่าไม่รู้เลยหรือว่าเมื่อวานมีคนกระโดดหน้าผาตอนห้าโมงสิบนาที แต่เมื่อวานตอนห้าโมงสิบนาทีเรายังไม่ปิดร้านเลย”

เด็กรับใช้รู้เพียงแค่นั้น ชายคนนั้นอาจไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยก็ได้ แต่ก็ไม่อาจดูแคลนสายตาของเด็กรับใช้ตาคมท่าทางฉลาดเฉลียวคนนั้นที่มองพฤติกรรมของเขาว่าแปลก ภาพชายถือกระเป๋าหนักกับใบหน้าเด็กสาวชนบทตาคมวนเวียนทับซ้อนกันอยู่ในห้วงคิดของทาเคฮิโกะไม่รู้จักหยุดหย่อน

เมื่อเห็นว่าจะไม่ได้เรื่องอะไรมากกว่านั้นนายโองาวาระกับทาเคฮิโกะก็ชวนกันออกจากนั้นน้ำชาเดินตามถนนหลวงลงไปทางใต้ประมาณกิโลกว่า ๆ เพื่อจะลงไปดูพื้นที่เกิดเหตุตรงใต้ต้นสน

“จากตรงนี้มองไม่เห็นด้านล่างของต้นสนโดดเดี่ยวต้นนั้นเลย เหมาะกับการกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายจริง ๆ ด้วย”

ทั้งสองเดินมาถึงทางเล็ก ๆ ที่ได้ยินมาจากนายตำรวจสืบสวน นายโองาวาระหยุดเดินยกกล้องสองตาที่คล้องคออยู่ขึ้นมาเช็ดเลนส์ด้วยผ้าเช็ดหน้าด้วยความเคยชินมากกว่าจะคิดว่าสกปรกจริง ๆ แล้วส่องมองไปทางบ้านพักตากอากาศของตน

“โอ๊ะ ยุมิโกะอยู่ที่หน้าต่างห้องชั้นบน กำลังส่องกล้องมาทางนี้และโบกผ้าเช็ดหน้าให้ด้วย เธอรู้ว่าเรามาที่นี่ด้วยรึ”

ทาเคฮิโกะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า พอนายโองาวาระยื่นกล้องให้เขาก็ส่องไปในทิศทางเดียวกัน แม้จะภาพที่ปรากฏบนเลนส์จะเล็กมากจนมองไม่ออกว่าเป็นคุณนายโฉมงาม แต่รูปทรงที่เห็นทำให้เขาแน่ใจว่าเป็นเธอ และมองเห็นผ้าเช็ดหน้าที่โบกไหว ๆ อยู่ด้วย

“เราลงไปดูกันดีกว่า”

“ทางคนเดินแคบจนแทบจะเรียกไม่ได้ว่าเป็นทาง เหมือนกับพวกเด็กซน ๆ ที่เข้ามาเล่นผจญภัยทิ้งรอยแหวกพงหญ้าไประหว่างโขดหิน คนที่มุ่งมาฆ่าตัวตายส่วนใหญ่จะก้าวข้ามรั้วจากด้านหลังของโรงน้ำชา เกือบไม่มีใครใช้ทางนี้

เวลาเดินลงไปตามทางลาดชันสายนี้ต้องใช้มือหาที่เกาะยันอยู่ตลอดเวลา เส้นทางลัดลดค้นเลี้ยวหลบสายตาผู้คนไปลงไปจนถึงด้านล่างของต้นสนเดี่ยวต้นนั้น

เมื่อเดินมาถึงช่วงที่หมู่ไม้ปิดบังไม่ให้เห็นได้จากถนนหลวง นายโองาวาระก็หยุดส่องกล้องอีกครั้ง จากจุดนั้นเขาเห็นแค่หลังคาของบ้านตากอากาศ และไม่เห็นบ้านหรือโรงแรมที่อยู่ทางใต้ของอุโอมิซากิเลยแม้แต่หลังเดียว สมมติว่ามีฆาตกรจริงและเดินผ่านทางนี้ ก็หมายความว่าฆาตกรนั้นเลือกทางที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว

ไม่นานทั้งสองก็เดินลงไปถึงที่ราบแคบ ๆ ที่เป็นเหมือนชั้นอยู่ด้านล่างของต้นสนเดี่ยว บนพื้นดินที่ฐานเป็นหินมีพืชจำพวกสาหร่ายและหญ้าขึ้นอยู่เต็ม เมื่อมายืนอยู่ตรงนี้จะมองไม่เห็นหน้าผา เห็นแต่ท้องทะเลที่กว้างใหญ่สุดสายตา

นายโองาวาระส่องกล้องมองไปอีกครั้ง คราวนี้เขาเห็นแค่ส่วนหนึ่งของหน้าต่าง และมองไม่เห็นยุมิโกะ เมื่อวานตอนเกิดเหตุ ถึงจะมีใครสักคนผลักฮิเมดะตกลงไปจากหน้าผาจริง แต่ถึงคน ๆ นั้นจะอยู่ตรงจุดนี้ ก็ไม่อาจมองเห็นมาได้จากหน้าต่างบ้านพักตากอากาศ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...